
BTSผงาดอสังหาฯ
ขาย2บริษัทแลกหุ้นเพิ่มทุนเอ็นพาร์คถือ37%แถมกำไรพิเศษ4,000ล้าน
ขาย2บริษัทแลกหุ้นเพิ่มทุนเอ็นพาร์คถือ37%แถมกำไรพิเศษ4,000ล้าน
BTS ผงาดถือหุ้นใหญ่ NPARK กว่า 37% จบดีลใช้ 2 บริษัทอสังหาฯ แลกเพิ่มทุนวอร์แรนต์
นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติให้บริษัทขายหุ้นของ 2 บริษัทย่อยที่ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ให้กับบริษัทแนเชอรัล พาร์ค (NPARK)
ทั้งนี้ บริษัททั้งสองแห่งคือ บริษัทบีทีเอส แอสเสทส์ เจ้าของโรงแรมอีสติน แกรนด์ สาทร สูง 33 ชั้น และเป็นเจ้าของที่ดินตรงสถานีรถไฟฟ้า BTS หมอชิต บริษัท ก้ามกุ้ง พร็อพเพอร์ตี้ เจ้าของที่ดินตรงสถานีพญาไท ซึ่งทั้งสองบริษัทมีที่ดินรวมประมาณ 18 ไร่ มูลค่าราคาตลาดรวมที่ 8,000-1 หมื่นล้านบาท
ขณะที่ NPARK จะจ่ายค่าซื้อด้วยหุ้นเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจง (พีพี) ให้กับ BTS จำนวน 2.13 แสนล้านหุ้น ที่ราคาหุ้นละ 0.047 บาท รวมมูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 37.06% ของหุ้นที่จำหน่วยแล้วทั้งหมด รวมถึงใบสำคัญแสดงสิทธิในการซื้อหุ้นด้วย (วอร์แรนต์) ในอัตราส่วน 2 หุ้นเพิ่มทุนต่อ 1 วอร์แรนต์ โดยไม่คิดมูลค่า ซึ่งวอร์แรนต์ 1 หน่วย ใช้สิทธิซื้อหุ้นได้ 1 หุ้น ในราคา 0.047 บาท/ หุ้น หรือประมาณ 1.06 แสนล้านบาท รวมถึงจะจ่ายเป็นเงินสดด้วยจำนวนหนึ่ง
นายสุรยุทธ ทวีกุลวัฒน์ ผู้อำนวยการใหญ่สายการเงิน BTS กล่าวว่า การขายหุ้น 2 บริษัทให้ NPARK บริษัทจะมีกำไรพิเศษประมาณ 3,0004,000 ล้านบาท และการแลกหุ้นครั้งนี้ยังทำให้บริษัทเป็นผู้ถือหุ้น NPARK ในสัดส่วนประมาณ 37% รวมถึงกรณีมีการใช้สิทธิแปลงวอร์แรนต์ด้วย ซึ่งรายการนี้จะเกิดขึ้นเมื่อ NPARK ขายหุ้นเพิ่มทุนให้กับผู้ถือหุ้นเดิมเสร็จสิ้นแล้ว
การตัดสินใจขาย 2 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ออกมา เพราะ BTS จะมุ่งนำเงินที่มีอยู่กว่า 3 หมื่นล้านบาท ลงทุนในส่วนต่อขยายเท่านั้นและไม่อยากใส่เงินในส่วนอสังหาริมทรัพย์อีก และการเข้าไปหลัง NPARK เพิ่มทุนสำเร็จก็จะมีเงินสดเข้ามาประมาณ 6,000 ล้านบาท ที่จะดำเนินงานได้ต่อทันที
“ดีลนี้ถือว่าวินวินทั้งคู่ NPARK ถือเป็น บริษัทที่มีหนี้ต่ำมาก มีสัดส่วนหนี้ต่อทุนเพียง 0.3 เท่า และมีโครงการในมือดีๆ ในเชิงพาณิชย์และเป็นบริษัทที่สะอาด ภายหลังจากมีกลุ่มมาลีนนท์เข้าไป จึงมั่นใจ ว่าจะสร้างโอกาสที่ดีแก่บริษัทได้” นายสุรยุทธ กล่าว
เมื่อวันที่ 16 ก.ย. ผู้ถือหุ้น NPARK มีมติให้เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 1.8 แสนล้านหุ้น เป็น 5.41 แสนล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 1 บาท โดยออกหุ้นใหม่จำนวน 3.61 แสนล้านหุ้น แบ่งหุ้นจำนวน 1.8 แสนล้านหุ้น ขายแก่ผู้ถือหุ้นเดิมในอัตรา 1 ต่อ 1 ราคา 0.035 บาท กำหนดชำระเงินในวันที่ 16, 17, 20 และ 22 ต.ค.นี้ และผู้ถือหุ้นที่ซื้อหุ้นจะได้วอร์ แรนต์ด้วยในสัดส่วน 1 ต่อ 1 ด้วย และถ้ามีหุ้นเหลือให้ขายเฉพาะเจาะจง
ปัจจุบัน มีบริษัทหลักทรัพย์ ฟิลิป (ประเทศไทย) ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 จำนวน 18.77% รองลงมาคือ น.ส.แคทลีน มาลีนนท์ ถือหุ้น 3.95%







