
วิกฤตเงินยูโรทำทุนสำรองต่างประเทศหด
...ทีมข่าวการเงิน
ธ นาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานตัวเลขทุนสำรองทางการระหว่างประเทศล่าสุด เมื่อวันที่ 21 พ.ค.ที่ผ่านมาซึ่งเป็นช่วงหลังการสลายการชุมนุมทางการเมือง พบว่าทุนสำรองทางการระหว่างประเทศของไทยอยู่ที่ 143,855.99 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นการลดลงต่อเนื่องตลอดช่วงเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบทุนสำรองทางการฯ ล่าสุด เมื่อวันที่ 21 พ.ค. กับทุนสำรองทางการฯ สิ้นเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งทุนสำรองทางการฯ อยู่ที่ 147,588.12 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 4,770,343.22 ล้านบาท 32.32 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ:อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 30 เม.ย.) พบว่าทุนสำรองทางการฯ ลดลง 3,732.26 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 113,728.86 ล้านบาท
ขณะที่ตัวเลขฐานะสุทธิการซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า (ฟอร์เวิร์ด) ของ ธปท. ล่าสุด 21 พ.ค.ที่ผ่านมา อยู่ที่ 13,197 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากสิ้นเดือน เม.ย. ที่มีฐานะสุทธิฟอร์เวิร์ดที่ 11,918 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 1,279 ล้านเหรียญสหรัฐ
การที่เงินทุนสำรองทางการระหว่างประเทศลดลง 3,732.26 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 113,728.86 ล้านบาทนั้น ในเบื้องต้นนักค้าเงินและ ธปท. คาดว่าเกิดจากเงินไหลออกจากความไม่มั่นใจของนักลงทุนต่างชาติต่อสถานการณ์การเมืองในประเทศไทย
อย่างไรก็ดี ในข้อเท็จจริงนั้นยังไม่มีเงินไหลออกจากประเทศไทย เพราะต่างชาติขายหุ้นจริง แต่ไม่ได้นำเงินออก เพราะค่าเงินบาทไม่ได้อ่อนค่าลงแต่อย่างใด
แหล่งข่าวจากสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า การที่เงินทุนสำรองทางการระหว่างประเทศลดลง เป็นเพราะค่าเงินยูโรได้อ่อนค่าลงมากจากวิกฤตการเงินรอบใหม่ที่เริ่มต้นจากประเทศกรีซ โดยเงินยูโรปรับตัวอยู่ที่ระดับประมาณ 1.4156 ต่อเหรียญสหรัฐ แต่นักวิเคราะห์มองว่ามีแนวโน้มจะไหลลงไปถึง 1.161.27 ยูโรต่อเหรียญสหรัฐ
ดังนั้น หากในตะกร้าทุนสำรองทางการฯ ถือเงินสกุลยูโรมากก็จะขาดทุนจากการที่ค่าเงินอ่อนค่าลง ซึ่งที่ผ่านมาค่าเงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่า ธปท.ก็ลดสัดส่วนการถือครองเงินเหรียญสหรัฐไปถือเงินยูโร เงินเยนและเงินสกุลอื่นมากขึ้น
“
เข้าใจว่าการที่เงินทุนสำรองลดลงในอัตราดังกล่าวมาจากการอ่อนค่าของเงินยูโรมากกว่าที่จะเกิดเงินไหลออกจากประเทศไทย” แหล่งข่าวเปิดเผยการที่ไม่เชื่อว่าเกิดเงินไหลออกจากประเทศไทยจนทำให้ทุนสำรองทางการฯ ลดลงนั้นก็คือ ค่าเงินบาทไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากในช่วงเดือน พ.ค. โดยค่าเงินบาทในวันที่ 21 พ.ค. อยู่ที่ 32.37 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ขณะที่ค่าเงินบาทวันที่ 30 เม.ย. อยู่ที่ 32.32 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
นักลงทุนต่างชาติขยาดการเมืองไทยป่วนประเทศ ธปท. ระบุ ทุนสำรองทางการเดือน พ.ค.ลดฮวบกว่าแสนล้านบาทสอดคล้องกับกรมธุรกิจการค้า มึนตัวเลขการลงทุนชะงักลกลงกว่าครึ่ง เม็ดเงินหายกว่า 72%
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยรายงานตัวเลขทุนสำรองทางการระหว่างประเทศ ล่าสุด วันที่ 21 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่เป็นช่วงหลังการวลายการชุมนุมทางการเมือง พบว่าทุนสำรองทางการระหว่างประเทศของไทยอยู่ที่ 143,855.99 ล้านเหรียญสหรัฐฯ:อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 21 พ.ค.) ซึ่เป็นการลดลงต่อเนื่องตลอดช่วงเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ที่เริ่มมีความรุนแรงทางการเมืองต่อเนื่องและชัดเจนมากขึ้น ขณะเดียวกันวิกฤติหนี้ของประเทศในยุโรปเริ่มมีความรุนแรงมากขึ้น ทำให้นักลงทุนต่างชาติไม่มั่นใจและนำเงินลงทุนกลับออกนอกประเทศ
ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบทุนสำรองทางการฯล่าสุดเมื่อวันที่ 21 พ.ค. กับทุนสำรองทางการฯสิ้นเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งทุนสำรองทางการฯอยู่ที่ 147,588.12 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 4,770,343.22 ล้านบาท (32.32 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ:อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 30 เม.ย.) พบว่า ทุนสำรองทางการฯ ลดลง 3,732.26 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 113,728.86 ล้านบาท แสดงให้เห็นถึงความไม่มั่นใจของนักลงทุนต่างชาติและนำเงินออกนอกประเทศต่อเนื่อง
ขณะที่ตัวเลขฐานะสุทธิการซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า (ฟอร์เวิร์ด) ของ ธปท.ล่าสุด 21 พ.ค.ที่ผ่านมา อยู่ที่ 13,197 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจากสิ้นเดือน เม.ย. ที่มีฐานะสุทธิฟอร์เวิร์ดที่ 11,918 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 1,279 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แสดงให้เห็นว่าในช่วง 21 วันที่ผ่านมา ธปท.ยังคงซื้อเงินดอลลาร์สหรัฐฯเข้าทุนสำรองทางการต่อเนื่อง เพื่อลดความผันผวนของค่าเงินบาทไม่ให้แข็งค่าเร็วเกินไป เพราะหากดูเฉพาะอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทจะเห็นว่า ค่าเงินบาทไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากในช่วง 21 วัน โดยค่าเงินบาท โดยค่าเงินบาทในวันที่ 21 พ.ค. อยู่ที่ 32.37 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่ค่าเงินบาทวันที่ 30 เม.ย. อยู่ที่ 32.32 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ
ขณะที่บรรยงค์ ลิ้มประยูรวงศ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า ในเดือน พ.ค.53 คณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ที่มีนายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน ได้อนุญาตให้บริษัทต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจในไทย จำนวน 14 ราย ลดลงถึง 46% จากเดือน เม.ย.53 มีเงินลงทุนลดลงถึง 72% หรือลดลง 384 ล้านบาท ทั้งนี้ เพราะการชุมนุมทางการเมืองเป็นระยะเวลานานอาจทำให้ต่างชาติไม่มั่นใจในไทยจึงชะลอการลงทุน
"ตอนนี้ต่างชาติยังไม่มั่นใจในประเทศไทยจึงไม่กล้าเข้ามาลงทุนเพิ่ม โดยจะเห็นได้จากธุรกิจที่ได้รับอนุญาตส่วนใหญ่จะเป็นการให้บริการกับบริษัทในเครือหรือบริษัทในกลุ่ม เช่น บริการให้กู้ยืมเงิน ให้เช่าที่ดิน รับจ้างผลิตสินค้า ซึ่งเป็นธุรกิจเสริมของธุรกิจเดิมที่ดำเนินการอยู่แล้วโดยไม่ต้องมีการลงทุนใหม่ใหม่"
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้อนุมัติหลักการให้บริษัทไทย 2 ราย ที่จะมีการโอนหุ้นให้กับต่างชาติสามารถประกอบกิจการต่อไปได้ เป็นผลให้ยังคงมีการจ้างงานคนไทยซึ่งเป็นพนักงานของบริษัทดังกล่าวต่อไป 825 คนได้แก่ บริษัทหลักทรัพย์ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าตามที่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงการคลังและสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรพย์ มีการจ้างงานคนไทย 176 คน และมีเงินทุนจดทะเบียน 717 ล้านบาท และบริษัท ซิมเมอร์ เมตัล สแตนดาร์ด จำกัด ประกอบธุรกิจบริการรับจ้างผลิตอะลูมิเนียมเส้นหน้าตัดสำเร็จรูปชุบอะลูมิเนียมเคมีไฟฟ้า และพ่นสีอะลูมิเนียมด้วยระบบอิเล็คโตรสแตติก มีการจ้างงานคนไทย 649 คน และมีเงินทุนจดทะเบียน 450 ล้านบาทจบ
ธปท.ชี้ไม่แทรกแซงเงินบาทแข็งเมื่อเทียบกับยูโรเพื่อช่วยผู้ส่งออก ยืนยันอยู่ในระดับที่แข่งขันได้
นายบัณฑิต นิจถาวร รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพการเงิน ธปท. เปิดเผยว่า ผลจากการที่บางประเทศในยุโรปมีปัญหา ทำให้ค่าเงินยูโรค่อนข้างผันผวนอยู่ในทิศทางอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลอื่น รวมทั้งค่าเงินบาท ซึ่งต้องยอมรับว่าในภาวะที่ประเทศในยุโรปมีปัญหาระดับหนี้สาธารณะที่สูงขึ้น ทำให้ตลาดมีความกังวลค่าเงินยูโรอ่อนค่าลง ต้องยอมรับว่าภาวะดังกล่าวส่งผลให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นบ้างในช่วงนี้ แต่อย่างไรก็ตาม ธปท.ไม่มีนโยบายเข้าแทรกแซงค่าเงินรายสกุล หรือเข้าดูแลค่าเงินบาทต่อยูโร เพื่อช่วยภาคส่งออกเป็นพิเศษ เพราะการดูแลอัตราแลกเปลี่ยน ธปท.จะดูแลทุกสกุลในภาพรวมเท่านั้น
“
เราไม่มีนโยบายเข้าดูแลค่าเงินบาทเทียบกับยูโรที่แข็งค่าขึ้น เราจะดูแลภาพรวมทั้งตลาดมากกว่า ซึ่งเท่าที่ดูแม้ว่าจะแข็งค่าขึ้น แต่ก็ยังเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับภูมิภาค และยังแข่งขันได้” นายบัณฑิต กล่าวด้านนักค้าเงินธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยถึงระดับอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทเทียบกับยูโรล่าสุดในช่วงบ่ายวันที่ 3 มิ.ย. อยู่ที่ระดับ 38.85
–40.15 บาทต่อ 1 ยูโร ซึ่งยังเคลื่อนไหวในทิศทางที่แข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ค่าเงินบาทต่อเหรียญสหรัฐอยู่ที่ระดับ 32.53–32.61 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แข็งค่าขึ้นเช่นกัน






