
ฟินแลนด์แนะ "ปฏิรูปครู" ประตูเพิ่มขีดแข่งขัน
ในยุคที่ไทยกำลังเดินหน้าปฏิรูปทุกด้าน การศึกษาคืออีกด้านหนึ่งที่ “ลืมไม่ได้” เพราะถือเป็นรากฐานสำคัญที่จะช่วยให้ไทยมีขีดความสามารถการแข่งขันเพิ่มขึ้น
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
ในยุคที่ไทยกำลังเดินหน้าปฏิรูปทุกด้าน การศึกษาคืออีกด้านหนึ่งที่ “ลืมไม่ได้” เพราะถือเป็นรากฐานสำคัญที่จะช่วยให้ไทยมีขีดความสามารถการแข่งขันเพิ่มขึ้น พร้อมรับมือการเข้าสู่ยุคประชาคมอาเซียน ก่อนหน้านี้มีหลายประเทศที่ปฏิรูปการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรมจนประสบผลสำเร็จมาแล้ว เช่น ฟินแลนด์
กีร์สติ เวสท์ฟาเลน เอกอัครราชทูตฟินแลนด์ประจำประเทศไทย เล่าว่า ฟินแลนด์ถือเป็นประเทศหนึ่งที่มีระบบการศึกษาดีที่สุดในโลก โดยในช่วงทศวรรษ 1960-1970 ฟินแลนด์ได้ปฏิรูปการศึกษาครั้งใหญ่ เนื่องจากกังวลถึงขีดความสามารถการแข่งขันของตัวเองบนเวทีโลก
“การปฏิรูปการศึกษา อาจไม่ใช่เรื่องที่ทำให้สำเร็จและส่งผลได้ในระยะสั้นหรือระยะกลาง แต่เป็นเรื่องระยะยาว เป็นวิสัยทัศน์ที่ผู้บริหารของประเทศที่ต้องการเพิ่มขีดความสามารถ ไม่ว่าจะไทยหรือประเทศอื่นในอาเซียนต้องทำ เพื่อสร้างคนรุ่นต่อไปที่มีทักษะและประสิทธิภาพด้านต่างๆ มากขึ้น”
เอกอัครราชทูตฟินแลนด์ ย้ำว่า ปัจจัยหลักอย่างหนึ่งที่ฟินแลนด์ให้ความสำคัญ คือครู ตั้งแต่อดีตฟินแลนด์พยายามปฏิรูปและปรับปรุงระบบการอบรมพัฒนาครูอย่างต่อเนื่อง เพราะนอกจากพ่อแม่แล้ว ครูคือบุคคลที่มีบทบาทมากที่สุดในการดูแลและพัฒนาเด็ก หากครูไม่มีความรู้ความสามารถ ไม่พัฒนาความรู้ของตัวเองให้ทันสมัย ก็จะส่งผลต่อความรู้ของเด็กด้วย จึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาครูให้ “เรียนรู้ตลอดชีวิต”
สำหรับแนวทางการพัฒนาครู เพื่อมาพัฒนาเด็กให้ตอบโจทย์ยุคปัจจุบันนั้น จำเป็นต้องคำนึงถึงทักษะในศตวรรษที่ 21 (21st Century Skills) ไปด้วย เช่น การสอนให้เด็กมีทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking)
กีร์สติ เสริมว่า อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญมาก คือทักษะการสื่อสาร ปัจจุบันไทยถือเป็นประเทศศูนย์กลางของอาเซียนอยู่แล้ว แต่ในอนาคต ประชาคมอาเซียนจะใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษากลาง ต่อให้มีสินค้าดีหรือมีปัจจัยอื่นๆ ดีแค่ไหน แต่หากไม่สามารถถ่ายทอดหรือสื่อสารออกมาได้ ก็ไม่เกิดประโยชน์
“ประเทศที่ต้องการประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นในตลาดอาเซียนหรือตลาดโลก ต่างจำเป็นต้องทำให้ประชาชนมีทักษะความสามารถในการสื่อสาร ไทยต้องก้าวข้ามความท้าทายนี้ด้วยการพัฒนาครูและพัฒนาเด็กให้มีทักษะการสื่อสารที่ดี เพื่อประโยชน์ในอนาคตต่อไป”
ทั้งนี้ ฟินแลนด์มีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง หากจะมีโอกาสช่วยเหลือและสร้างความร่วมมือกับไทยด้านการศึกษาต่อไปในอนาคต
ด้าน ศีลชัย เกียรติภาพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปิโก (ไทยแลนด์) มองไปในทิศทางสอดคล้องกันว่า แม้ศักยภาพและทักษะของครูไทยและครูประเทศอื่นในอาเซียนอาจไม่แตกต่างกันมากนัก แต่การเข้าสู่ประชาคมอาเซียนจำเป็นต้องมีการปฏิรูปครูเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะครูไทยและการศึกษาไทยมักมองเพียงแค่เรื่องเด็กเรียนจบเท่านั้น ไม่ได้มองถึงการแข่งขันของประเทศใน 6 ปี หรือ 1-2 ปีข้างหน้า
“จำเป็นต้องมีการส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาวิชาชีพครูต่อเนื่อง หรือซีพีดี เพื่อให้ครูพัฒนาองค์ความรู้ของตัวเอง สอนเด็กในเรื่องที่ทันเหตุการณ์”
ทั้งนี้ บริษัทจึงเตรียมจัดงานมหกรรมทางการศึกษาเพื่อพัฒนาวิชาชีพครู หรือ EDUCA 2014 ภายใต้แนวคิด การประเมินเพื่อการเรียนรู้ ในวันที่ 15-17 ต.ค.นี้ ณ อาคารอิมแพค ฟอรั่ม เมืองทองธานี โดยเชิญวิทยากรจาก 6 ประเทศชั้นนำด้านการศึกษา เช่น สิงคโปร์ ออสเตรเลีย แคนาดา นิวซีแลนด์ มาให้ความรู้แก่ครูไทย เพราะหัวข้อดังกล่าว สิงคโปร์ซึ่งประสบความสำเร็จด้านการศึกษาก็จัดสัมมนาเพื่อช่วยพัฒนาครูของตัวเองมาแล้ว
ด้าน วินัดดา ปิยะศิลป์ อุปนายกสมาคมกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย บอกว่า จำนวนเด็กที่เข้าสู่ชั้นประถมลดลงอย่างต่อเนื่อง จากที่เคยมีกว่า 1 ล้านคน ขณะนี้เหลือประมาณ 8 แสนคน และน่าจะเหลือเพียง 7 แสนคนในอีก 3 ปี เด็กที่มีคุณภาพจริงๆ ยิ่งน้อย ทั้งครูและแพทย์จึงต้องเข้ามามีบทบาทมากขึ้น เพื่อพัฒนาเด็กไทยให้มีคุณภาพ







