posttoday
ข้อคิด ความเห็นจากการสัมนาดีๆ ของไทยพาณิชย์

ข้อคิด ความเห็นจากการสัมนาดีๆ ของไทยพาณิชย์

06 ตุลาคม 2557

เมื่อวันที่ 2 ต.ค. 2557 ผมได้มีโอกาสไปร่วมงานสัมมนาที่จัดโดยศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ โดยมีหัวข้อที่น่าสนใจว่า Thailand in Transformation หรือประเทศไทยในยุคปฏิรูปเพื่อการเปลี่ยนผ่านไปสู่สิ่งที่ดีกว่าเดิมแบบยั่งยืน ในงานนี้มีการเสวนาในหัวข้อ “ปรับมุมมอง ส่องกลยุทธ์ธุรกิจยุคปฏิรูป” จากผู้ที่นับได้ว่าทรงอิทธิพลทั้งแนวคิดและการดำเนินธุรกิจจากภาคธนาคาร ภาคการพาณิชย์และอุตสาหกรรม ภาคการค้าปลีกค้าส่ง ห้างสรรพสินค้า มุมมองที่สะท้อนออกมาน่าสนใจมากๆ จนผมต้องขอมานำเสนอกับทุกท่านดังนี้

เมื่อวันที่ 2 ต.ค. 2557 ผมได้มีโอกาสไปร่วมงานสัมมนาที่จัดโดยศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ โดยมีหัวข้อที่น่าสนใจว่า Thailand in Transformation หรือประเทศไทยในยุคปฏิรูปเพื่อการเปลี่ยนผ่านไปสู่สิ่งที่ดีกว่าเดิมแบบยั่งยืน ในงานนี้มีการเสวนาในหัวข้อ “ปรับมุมมอง ส่องกลยุทธ์ธุรกิจยุคปฏิรูป” จากผู้ที่นับได้ว่าทรงอิทธิพลทั้งแนวคิดและการดำเนินธุรกิจจากภาคธนาคาร ภาคการพาณิชย์และอุตสาหกรรม ภาคการค้าปลีกค้าส่ง ห้างสรรพสินค้า มุมมองที่สะท้อนออกมาน่าสนใจมากๆ จนผมต้องขอมานำเสนอกับทุกท่านดังนี้

1.มีการให้ความเห็นเชิงวิเคราะห์ว่าประเทศไทยเคยส่งออกข้าวอันดับ 1 ของโลก (ผมขอย้ำว่าเคยเป็น) แต่ Productivity หรือผลผลิตต่อไร่ต่ำมาก ต้นทุนสูง ระบบชลประทานยังต้องปรับปรุง และข่าวร้ายคือเราอาจแพ้ พม่า ลาว และกัมพูชา

จุดสำคัญคือการขาดการพัฒนาด้านการวิจัยที่จะนำมาใช้ได้ในโลกความเป็นจริง การวิจัยตามใจผู้ทำมันจะไม่ตอบโจทย์ของตลาดและผู้บริโภค งานวิจัยที่ออกมาไม่ตรงตามความต้องการของภาคเอกชน การเชิญชวนเอกชนเข้ามาช่วยปรึกษาหารือ เข้ามามีส่วนร่วมจะดีกว่าที่ทำอยู่ในเวลานี้หรือไม่

2.ประเทศไทยควรมีการจัดตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ หรือ National Strategy Board เพื่อกำหนดทิศทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมขึ้นมาให้ชัดเจนว่าไทยเราจะเป็นอะไร จะไปทางไหน มีเป้าหมายร่วม แจกภารกิจไปทั้งภาครัฐและเอกชน ระดมผู้ที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาให้ความคิดความเห็น โดยปราศจากนักการเมือง (ย้ำว่าต้องไม่มีคนที่อยู่ในเผ่าพันธุ์นี้ที่เรียกว่า นักการเมือง) ทำเป้าหมายให้ชัดแล้วทั้งทำทั้งก้าวไปพร้อมกัน

3.เรื่องแรงงาน ความสามารถในการแข่งขันของประเทศจะตั้งอยู่บนการพึ่งพิงปัจจัยของเพื่อนบ้านไม่ได้ยกตัวอย่างด้านแรงงาน “หากแรงงานพม่ากลับประเทศของเขาไปในอนาคตอันใกล้ ประเทศไทยจะไม่ใช่แค่ขาดแรงงาน แต่ประเทศของเราหาแรงงานอายุน้อยไม่ได้และไม่รู้จะเอามาจากไหนเพราะเราเข้าสู่สังคมเกษียณ มีคนแก่คนที่สูงวัยมากขึ้น อัตราการเพิ่มประชากรเราลดลง เท่ากับว่าคนวัยแรงงานเรามีไม่พอ การขาดแคลนแรงงานเป็นปัญหาที่ต้องคิดให้มาก ที่ผ่านมาพอบอกว่าขาดก็มีมาเติม ที่มาเติมก็ไม่แพง ในระยะสั้นเราจึงพอไปได้ เราจึงไม่เห็นว่าวิกฤต ไม่เห็นความเสี่ยงที่ขอบฟ้า ความเสี่ยงนี้กำลังก่อตัว พายุที่รุนแรงกำลังมา” การปฏิรูปแรงงานจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะแรงงานไทยขาดประสิทธิภาพ ส่งผลให้การใช้แรงงานของไทยมากกว่ามาเลเซีย 1 เท่าตัวในการผลิตของสิ่งเดียวกันในเวลาที่เท่ากัน (เราทำได้ 1 ชิ้น เขาทำได้ 2 ชิ้น) ยิ่งภาคการเกษตรยิ่งน่าห่วง รายได้ต่อหัวต่ำกว่ามาเลเซียมากถึง 6 เท่า เพราะเราไม่ได้เพิ่มผลิตภาพการผลิตหรือความสามารถในการผลิตออสเตรเลียใช้คน 6 คนบวกเครื่องจักรตัดอ้อยได้ 750 ตัน/วัน ไทยเราใช้ไม่มากครับเพียง 620 คนบวกรถสิบล้อ ที่สำคัญเวลานี้ถ้าแรงงานเพื่อนบ้านกลับไปจริงๆ อาจเกิดปัญหาขึ้นได้” ในเรื่องของการศึกษา เรื่องของนักศึกษาจบมาไม่ได้ตรงกับที่ตลาด ที่ธุรกิจ ที่อุตสาหกรรมต้องการ ถ้าการศึกษาเราดีจริงเอกชนคงไม่ต้องมาทำสถาบันการศึกษาป้อนคนให้ธุรกิจของตนเอง (ที่เรียกว่า Corporate University)

4.ท่านผู้นำด้านห้างสรรพสินค้าระบุชัดเจนว่าความขัดแย้งในประเทศที่ผ่านมา เป็นตัวฉุดรั้งเศรษฐกิจไทย ตัวอย่างเช่น ธุรกิจห้างสรรพสินค้า แม้จะลงทุนสูงเท่าไหร่ก็ตาม หรือสร้างห้างสรรพสินค้าที่สวยหรูขนาดไหน แต่แบรนด์สินค้าระดับไฮเอนด์ไม่ค่อยสนใจ และมีมุมมองที่ไม่ดี เพราะไทยเรามีแต่เรื่องทะเลาะกัน วุ่นวายกัน และเราอาจไม่เคยยกระดับประเทศให้ดีขึ้น ให้แบรนด์ของประเทศมันดีขึ้น แม้ประเทศไทยได้เปรียบมากที่สุด เนื่องจากมีฐานการผลิตใหญ่ และฐานส่งออกแข็งแกร่ง ซึ่งได้เปรียบทั้งวัฒนธรรมและการบริการที่ดีเยี่ยม แต่เราติดปัญหาการเมืองที่สร้างขึ้นมาฉุดรั้งตัวเอง ทำให้ประเทศไทยไม่ได้เปรียบอีกต่อไป แม้ปัจจุบันจะสงบลงไปแล้ว แต่ก็ยังมีคำถามว่าจะรักษาความสงบเช่นนี้ได้อีกนานแค่ไหน

คำถามจากที่ประชุม ทุกคนที่มีส่วนร่วมกันในสังคมจึงต้องช่วยกันคิดว่าไทยจะแข่งขันกับเพื่อนบ้านอย่างไร ในอนาคตประเทศไทยต้องสร้างความสามารถของแรงงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นได้อย่างไร อีกทั้งเราต้องพัฒนาแบรนด์ประเทศ แบรนด์สินค้าให้มีมูลค่าสูงขึ้นผ่านการพัฒนานวัตกรรม ยกระดับการวิจัยและพัฒนา ซึ่งรัฐบาลและเอกชนต้องเข้ามาช่วยกันให้มาก ให้เร็ว ให้เห็นจริง เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่เหนือไปกว่าความสามารถของคนไทยใช่หรือไม่

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท