
เวิลด์แบงก์ลดคาดการณ์ศก.ไทยปีนี้เหลือโต1.5%
ธนาคารโลกลดคาดการณ์ศก.ไทยปีนี้เหลือโต1.5% จากเดิม 3% เหตุการใช้จ่าย-ลงทุน-ส่งออกลด ปี58 โต 3.5%
ธนาคารโลกลดคาดการณ์ศก.ไทยปีนี้เหลือโต1.5% จากเดิม 3% เหตุการใช้จ่าย-ลงทุน-ส่งออกลด ปี58 โต 3.5%
เมื่อวันที่ 6 ต.ค. นายชูเดียร์ เช็ตตี้ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) แถลงรายงานเศรษฐกิจเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ว่า แนวโน้มภาพรวมเศรษฐกิจไทยปีนี้น่าจะขยายตัวที่ระดับ 1.5% ลดลงจากคาดการณ์ครั้งก่อนหน้าในเดือนเม.ยที่คาดว่าจะโต 3% สาเหตุสำคัญที่ปรัดลดการเติบโตของไทยปีนี้ลงเนื่องจากการใข้จ่ายและลงทุน รวมทั้งการส่งออกลดลงจากที่คาดไว้ รวมทั้งคาดว่าไทยจะมีความไม่แน่นอนไปอีกระยะหนึ่ง ส่วนปีหน้าคาดว่าจะโตลดลงเหลือ 3.5% จากเดิมคาดไว้ที่ 4.5%
ทั้งนี้ ในปีนี้เวิลด์แบงก์มองว่า ในครึ่งปีแรกขยายตัวติดลบ 0.1% และครึ่งปีหลังคาดว่าจะขยายตัวที่ 3% ซึ่งครึ่งปีหลังนี้คาดว่าอุปสงค์หรือการใช้จ่ายและการลงทุนในประเทศจะฟื้นตัวขึ้นอย่างช้าๆ จากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและนักลงทุนที่ปรับดีขึ้น นอกจากนี้การเงินค้างชำระโครงการนำจำข้าวในเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา 9,000 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 0.8% ของผลิตภัณฑ์มวลรวม(จีดีพี) น่าจะส่งผลบวกในระยะต่อไป
อย่างไรก็ดี ธนาคารโลกมองว่า สถาการณ์การชุมนุมในฮ่องกงจะกระทบเศรษฐกิจไทยมากน้อยแค่ไหนยังเป็นเรื่องที่ต้องติดตามต่อไป เช่นเดียวกับการเติบโตของจีนที่ชะลอลงหลังรัฐบาลจีนมีการปรับสมดุลทางเศรษฐกิจไม่น่าจะกระทบการลงทุนในไทยให้ลดลงมากนัก เพราะถึงจีนจะลงทุนโดยตรงในไทยมาก แต่การลงทุนในไทยก็เกิดจากการลงทุนในประเทศไม่น้อย บวกกับปีหน้าถ้าโครงการลงทุนภาครัฐเดินหน้าเกิดขึ้นก็จะช่วยให้การขยายทางเศรษฐกิจของไทยดีขึ้นไปด้วย
สำหรับการประมาณครั้งนี้เวิลด์แบงก์พบว่าประเทศกำลังพัฒนาในภูมิภาคเอเซียตะวันออกและแปซิฟิกจะมีการเติบโตน้อยลง แต่ก็ยังคงเป็นภูมิภาคที่เติบโตมากที่สุดในโลก โดยปีนี้และปีหน้าคาดว่าภูมิภาคนี้จะโตที่ 6.9% ลดลงจากปีที่แล้วที่ 7.2%







