posttoday
9เดือนหุ้นไทยแจกกำไร22%

9เดือนหุ้นไทยแจกกำไร22%

05 ตุลาคม 2557

ตลาดหุ้นไทยรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา (29 ก.ย.3 ต.ค. 2557) ดัชนีปรับตัวลดลงจากแรงเทขายของนักลงทุน

ตลาดหุ้นไทยรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา (29 ก.ย.3 ต.ค. 2557) ดัชนีปรับตัวลดลงจากแรงเทขายของนักลงทุน เพื่อลดความเสี่ยง หลังดัชนียังไม่สามารถผ่านแนวต้านระดับ 1,600 จุดไปได้ ส่งผลให้ดัชนีเข้าสู่การปรับฐานและปิดท้ายสัปดาห์ที่ระดับ 1,570.28 จุด ลดลง 1.87% จากสัปดาห์ก่อน มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 8.56% จากสัปดาห์ก่อนมาอยู่ที่ 52,938.31 ลานบาท

ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการลงทุน นอกจากความกังวลเหตุการณ์ประท้วงในฮ่องกงแล้ว ตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐที่ออกมาต่ำกว่าตลาดคาด รวมถึงกองทุนทริกเกอร์ฟันด์ที่ทยอยเข้าเป้าหมาย

มาร์เก็ตแคปเพิ่ม 2 ล้านล้าน

สำหรับภาพรวมการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ปิดงวดไตรมาส 3 สิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา ดัชนีปิดที่ระดับ 1,585.67 จุด และรวม 9 เดือนดัชนีปรับเพิ่มขึ้น 286.96 จุด หรือ 22%เมื่อเทียบจากสิ้นปี 2556 อยู่ที่ 1,298.71 จุด โดยในไตรมาส 3 ที่ผ่านมานี้ดัชนีแตะ 1,600 จุดได้สำเร็จ แต่ยังไม่สามารถยืนที่ระดับดังกล่าวได้

ดัชนีหุ้นที่เพิ่มขึ้นยังส่งผลให้มูลค่าตลาดรวม (มาร์เก็ตแคป) ของตลาดเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 14.4 ล้านล้านบาท และสัดส่วนราคาต่อกำไร(พี/อี) มาอยู่ที่ 18.43 เท่า หนุนให้ความมั่งคั่งของตลาดหุ้นไทย 9 เดือนแรก เพิ่มขึ้น 2 ล้านล้านบาท เป็นผลจากเงินทุนต่างชาติที่ไหลกลับเข้ามาซื้อหุ้นไทยในไตรมาส 3 เป็นไตรมาสแรกยอดซื้อสุทธิ 3.7 หมื่นล้านบาท

นายสุกิจ อุดมศิริกุล กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิจัย บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า ไตรมาส 3 ภาพรวมตลาดหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นไปในทิศทางที่ดี เพราะนักลงทุนคาดหวังเรื่องการจัดตั้งนายกรัฐมนตรี และยังเป็นปัจจัยหลักดึงเม็ดเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติกลับเข้าลงทุนหุ้นไทย ซึ่งจะทำให้ดัชนีหุ้นในไตรมาส 4 มีความผันผวนมากขึ้น

โบรกฯ เสนอวิธีสกัดหุ้นร้อน

บรรยากาศการลงทุนที่คึกคักในหุ้นขนาดกลางและเล็กจนราคาปรับตัวขึ้นร้อนแรง จนในที่สุดมีกระแสข่าวว่าบริษัทหลักทรัพย์หรือโบรกเกอร์ ได้เสนอวิธีสกัดความร้อนแรงของหุ้นเล็กเก็งกำไรต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) คือ 1.ห้ามนำหุ้นปั่นมาใช้เป็นหลักประกันของบัญชีแบบการกู้ยืมเงินเพื่อซื้อหลักทรัพย์ (มาร์จิ้นโลน) 2.ขยายระยะเวลาในหุ้นกลุ่มที่ต้องวางเงินสดไว้ล่วงหน้าเต็มจำนวนก่อนการซื้อ (แคชบาลานซ์) นานขึ้น 3.ให้ขึ้นเครื่องหมายห้ามการซื้อขายชั่วคราว (SP) ในหุ้นที่ราคาขึ้นร้อนแรงและ 4.มาตรการเป็นแนวคิดของตลาดหลักทรัพย์ที่กำหนดกรอบราคาขึ้นลงของราคาหุ้นรายตัวใน 1 วันเพิ่มเติม

IMPACT รีทส์เข้าซื้อขายในตลาด

เมื่อวันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์อิมแพ็ค โกรท (IMPACT) ซึ่งลงทุนในกรรมสิทธิ์ในที่ดินและอาคารศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมของโครงการอิมแพค เมืองทองธานี จำนวน 4 อาคาร โดยมีขนาดกองทุน 1.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นทรัสต์กองแรกของประเทศไทยเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์วันแรก

บรรยากาศซื้อขายไม่ค่อยคึกคัก เนื่องจากหน่วยทรัสต์ส่วนใหญ่นอกจากบริษัทในกลุ่ม คือ บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ ถือ 50% แล้ว ส่วนใหญ่ถือโดยนักลงทุนสถาบันที่จะลงทุนระยะยาว เพื่อรอรับเงินปันผลในปีแรกที่คาดว่าจะมีผลตอบแทน 6.63% ต่อปี

สำหรับราคา IMPACT เปิดวันแรกทำสูงสุดที่ 10.80 บาท และปิดท้ายสัปดาห์เมื่อวันที่ 3 ต.ค.อยู่ที่ 10.40 บาท จากราคาเสนอขายประชาชนครั้งแรกที่หน่วยละ 10.60 บาท

นอกจากนี้ วันที่ 2 ต.ค. ยังมีหุ้นน้องใหม่คือ บริษัท สมาร์ทคอนกรีต (SMART) เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) วันแรกเปิดราคาพุ่งชนซิลลิ่ง ก่อนย่อตัวลงปิดที่ 5.10 บาท เพิ่มขึ้น 168%

บี้บอร์ดอาดามัสฯ แจงรายคนซื้อหุ้นกีธา

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ส่งหนังสือให้คณะกรรมการบริษัท อาดามัสอินคอร์ปอเรชั่น (ADAM) ชี้แจงการซื้อหุ้นบริษัท กีธา พร็อพเพอร์ตี้ส์ โดยขอความเห็นและข้อมูลของกรรมการเป็นรายบุคคล รวมทั้งบทบาทการดำเนินการของกรรมการในการประชุมผู้ถือหุ้นในวาระดังกล่าว เพื่อนำมาใช้พิจารณาการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการแต่ละรายตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535

ทั้งนี้ ADAM ได้แจ้งมติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 2/2557เมื่อวันที่ 25 ก.ย. 2557 ซึ่งผู้ถือหุ้นได้เสนอเพิ่มวาระซื้อหุ้นของบริษัท กีธาฯ มูลค่าไม่เกิน 800 ล้านบาท เข้าข่ายรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์ที่มีนัยสำคัญและเป็นรายการที่เกี่ยวโยงกันซึ่งรายการนี้ ก.ล.ต.ได้ประสานกับตลาดหลักทรัพย์ฯ มาตลอด เพื่อสนับสนุนการที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ จำเป็นต้องบังคับใช้กฎเกณฑ์การเข้าจดทะเบียนโดยอ้อม (Backdoor Listing) ให้เป็นไปตามเจตนารมณ์อย่างจริงจัง เพื่อคุ้มครองผู้ถือหุ้นและรักษาความเป็นระเบียบโดยรวม

โทรีเซนไทยเร่งโตลุยซื้อธุรกิจจีน

นายเฉลิมชัย มหากิจศิริ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ (TTA) เปิดเผยว่า บริษัทให้บริษัท โซลีอาโด โฮลดิ้งส์ บริษัทย่อยเข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจงของบริษัท ไซโนแกรนด์เนส ฟู้ด อินดัสตรี กรุ๊ป ผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำผลไม้การ์เดน เฟรช ตราสินค้าอันดับหนึ่งในจีนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ รวมมูลค่า 954 ล้านบาท ซึ่งมีส่วนลดประมาณ 10% จากราคาตลาด คิดเป็น 9% ของหุ้นทั้งหมดซึ่งจดทะเบียนอยู่ในตลาดสิงคโปร์ โดยเข้าถือหุ้นอันดับ 2

การซื้อหุ้นครั้งนี้ถือเป็นการเพิ่มพอร์ตกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ที่มีอัตราการเติบโตสูง จากฐานธุรกิจเดิม คือ ให้บริการเรือขนส่งและธุรกิจพลังงานที่ใช้เงินลงทุนสูงแต่เติบโตผันผวนตามวงจรธุรกิจ โดยในปีนี้ยังเตรียมซื้อกิจการเพิ่มอีก 1 แห่ง สำหรับเงินสดที่ใช้ซื้อหุ้นมาจากเงินสดภายในบริษัทที่มีอยู่ประมาณ 2,000-3,000 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท