
รถเมล์เอ็นจีวี500คันถึงไทยปลายปีนี้
ประยุทธ์เปิดแผนเร่งด่วนรถเมล์เอ็นจีวี500คันถึงไทยปลายปี เร่งผลิตไฟฟ้าจากขยะ ลั่นรักษาป่าให้ได้ 3 ล้านไร่
ประยุทธ์เปิดแผนเร่งด่วนรถเมล์เอ็นจีวี500คันถึงไทยปลายปี เร่งผลิตไฟฟ้าจากขยะ ลั่นรักษาป่าให้ได้ 3 ล้านไร่
เมื่อเวลา 20.20 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ว่า การขับเคลื่อนงานด้านต่าง ๆ ของรัฐบาลนั้น จากที่เคยกล่าวไว้แล้วว่า จะมีนโยบายคือทำก่อน ทำจริง ทำทันทีและ มีผลสัมฤทธิ์ รัฐบาลมีเวลาจำกัด ในการดำเนินการดังกล่าว เพราะฉะนั้นแนวทางการดำเนินการของรัฐบาลก็จะวางแผนการบริหารราชการแผ่นดิน โดยเน้นความมีประสิทธิภาพ มีประสิทธิผล ให้มีผลงานสู่ประชาชนเป็นรูปธรรม
“โดยระยะเร่งด่วนใน 3 เดือนแรกนี้ จะนำโครงการที่ได้ริเริ่มไปแล้วโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มาพิจารณาสานต่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์โดยเร็ว เน้นโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนผู้มีรายได้น้อย ตัวอย่างเช่น โครงการจัดหารถโดยสาร NGV ซึ่งมีการคั่งค้างมาเป็นเวลานานขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ก็จะกำหนดให้มีการส่งมอบรถโดยสาร รอบแรก ประมาณ 500 คัน ในเดือนธันวาคม 2557โดยจะเป็นรถโดยสารแบบชานต่ำเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้พิการเรื่องต่อไปคือการปรับปรุงโครงการช่องทาง ในเรื่องของด่านศุลกากรในเขตเศรษฐกิจพิเศษตามแนวชายแดน โครงการศูนย์ดำรงธรรมอย่างเต็มรูปแบบที่จะต้องอำนวยความสะดวกประชาชนให้สามารถเข้าถึงการบริการได้โดยง่าย โครงการนำร่องโซนนิ่งพื้นที่การเกษตร เพื่อให้มีการปลูกพืชที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ ปริมาณน้ำและสอดคล้องกับความต้องการของตลาด ทั้งนี้จะต้องขอความร่วมมือจากภาคเอกชน ภาคธุรกิจต่าง ๆ ด้วย ประชาชนทุก ๆ คนก็ต้องร่วมมือ เกษตรกรทุกคนต้องให้ความร่วมมือกับรัฐด้วย” นายกฯ กล่าว
สำหรับโครงการนำร่องผลิตกระแสไฟฟ้าจากขยะ เพื่อสร้างคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับพี่น้องประชาชน อันนี้ต้องเร่งด่วนโดยทันที ส่งเสริมให้เกิดกลไกในการคัดแยกขยะเพื่อจะนำกลับมาใช้ใหม่ให้มากที่สุด เร่งกำจัดขยะมูลฝอยที่ตกค้างสะสมในพื้นที่ต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะพื้นที่ใกล้ชุมชน ทั้งหมดนี้รัฐบาลจะเร่งดำเนินการในระยะแรกเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่ยั่งยืนโดยเร็วที่สุด
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่าในเรื่องของการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ต้องขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่ได้ร่วมกันบูรณาการงานในด้านต่าง ๆ ให้เกิดประสิทธิภาพและสัมฤทธิ์ผล ทั้งนี้เพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชน ตามนโยบายของรัฐบาล
“เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้จัดการประชุมเพื่อหารือแนวทางการปฏิบัติงานและแก้ไขปัญหาความทับซ้อนเกี่ยวกับพื้นที่ป่าไม้ และ สปก. โดยมีผู้แทนจากกรมป่าไม้ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ผลจากการประชุมก็สรุปว่าจะมีมาตรการในการร่วมรักษาป่าสมบรูณ์ไว้ให้ได้มากกว่า 3 ล้านไร่ ในพื้นที่ สปก. จัดพื้นที่เตรียมรองรับผู้ไร้ที่ทำกินบนพื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 1 และ 3 ดำเนินการกับผู้ครอบครองที่ไม่มีสิทธิ ขาดคุณสมบัติในพื้นที่ สปก. โดยการดำเนินการทั้งหมดจะต้องมีแนวทางเชิงนโยบาย และการปฏิบัติที่ชัดเจน จะเป็นการจัดระเบียบการใช้ประโยชน์ที่ดินและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ประเด็นสำคัญที่เราต้องร่วมมือกันคือ ทำอย่างไรประชาชนที่เกิดจากความเดือดร้อน ในการจัดระเบียบจะมีความพึงพอใจและมีความสุข เราให้ความสำคัญเรื่องนี้ด้วย” นายกฯ กล่าว
สำหรับเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น รัฐบาลมอบหมายให้กับ พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรีเข้าร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ครั้งที่ 69 ที่ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ซึ่งรัฐบาลได้ทำความเข้าใจกับนานาประเทศ ในการยึดมั่นตามหลักของประเทศภาคีสมาชิก โดยเฉพาะในเรื่องของการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่จะต้องควบคู่ไปกับการยึดมั่นในหลักการประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน สันติภาพและความมั่นคง และมีการเน้นย้ำในเรื่องของการเคารพหลักนิติธรรม ธรรมาภิบาล ความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ตลอดจนการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมอย่างเท่าเทียม
เมื่อวานนี้ ได้พบกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น ได้มีการหารือในทุกมิติ ทำความเข้าใจกันเป็นอย่างดียิ่งมาตรการการกระตุ้นเศรษฐกิจ สำหรับปัญหาเศรษฐกิจในช่วงนี้ยังคงเป็นเรื่องที่ทุกคนกังวล เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าภาคการส่งออกของไทย ซึ่งเราเป็นหลักในเรื่องของรายได้ประเทศมากกว่า 60% นั้น เป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศมาโดยตลอด ยังมีปัญหาอันเป็นผลกระทบมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำทั่วโลก







