posttoday
โกรม เจลาโต ธุรกิจโตจากสินค้ากรีนและมิตรภาพ

โกรม เจลาโต ธุรกิจโตจากสินค้ากรีนและมิตรภาพ

03 ตุลาคม 2557

ในช่วงเวลาที่ผู้คนต่างหันหน้าเข้าหาเทคโนโลยี มองไปตามท้องตลาดอาจจะหาอาหารหรือขนมที่ทำจากวัตถุดิบออร์แกนิกได้ยากยิ่ง

โดย...ชญานิศ ส่งเสริมสวัสดิ์

ในช่วงเวลาที่ผู้คนต่างหันหน้าเข้าหาเทคโนโลยี มองไปตามท้องตลาดอาจจะหาอาหารหรือขนมที่ทำจากวัตถุดิบออร์แกนิกได้ยากยิ่ง แต่สำหรับร้าน “โกรม เจลาโต้” กลับคิดตรงข้าม เมื่อสองเพื่อนสนิทชาวอิตาลีได้เริ่มต้นธุรกิจด้วยการนำวัตถุดิบออร์แกนิกจากธรรมชาติ โดยมีเป้าหมายเพียงอย่างเดียวคือ “เจลาโต้ที่ดีที่สุดในโลก”

ร้านโกรม ถือกำเนิดขึ้นในปี 2003 โดยสองเพื่อนสนิท เฟดเดอริโก โกรม และกวีโด มาร์ติเนตติ ที่ตัดสินใจทำเจลาโต้หลังอ่านบทความในหนังสือพิมพ์ที่ระบุว่า “เจลาโต้ที่เรากินกันอยู่ในปัจจุบัน ไม่ใช่เจลาโต้แบบอิตาเลียนดั้งเดิม” ซึ่งหมายถึงในปัจจุบันไม่มีใครใช้วัตถุดิบ “ดีๆ” ทำเจลาโต้นั่นเอง

ในทีแรกเฟดเดอริโกซึ่งจบปริญญาเอกในสาขาเศรษฐศาสตร์ พิจารณาข้อมูลก่อนการทำธุรกิจ พบว่าในอิตาลีมีร้านเจลาโต้อยู่ทุกหัวมุม แล้วทั้งคู่จะทำ “เจลาโต้ที่ดีที่สุดในโลก” ได้อย่างไรในเมื่อคู่แข่งมีอยู่ทุกหัวมุมถนน

ทว่า ทั้งสองกลับไม่หยุดความฝันที่จะทำเจลาโต้ที่ดีที่สุดในโลก ร้านโกรมจึงถือกำเนิดขึ้นโดยสองเพื่อนสนิท ด้วยเงินทุนเริ่มต้น 1 แสนเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 3.2 ล้านบาท) และใช้พนักงานเพียง 2 คน คือ เฟดเดอริโกและกวีโดนั่นเอง

ความลับของการทำเจลาโต้ที่ดีที่สุด คือ วัตถุดิบที่ดีที่สุด ทั้งสองจึงใช้ปุ๋ยธรรมชาติที่แพงที่สุดในการปลูกพืชในฟาร์มออร์แกนิกของบริษัท เพื่อให้ได้วัตถุดิบที่ดีที่สุด แม้ว่าเฟดเดอริโกจะพยายามชี้ให้กวีโดเห็นว่าค่าปุ๋ยพวกนี้แพงมากและเป็นทุนที่มากจน “หนัก”

เมื่อปี 2007 เฟดเดอริโกเคยตรวจสอบบัญชีแล้วพบว่า ค่าต้นทุนของปุ๋ยธรรมชาติอยู่ที่ 7,500 ยูโร แต่กวีโดยืนยันว่าปุ๋ยธรรมชาติที่หนักต้นทุนดังกล่าว เป็นปุ๋ยที่ดีจริงๆ ถ้าหากจะทำเจลาโต้ที่อร่อย ต้องมีวัตถุดิบที่ดี และการมีวัตถุดิบที่ดีหมายความว่าต้องใส่ปุ๋ยที่ดีที่สุดด้วย

ไม่ว่าจะผ่านไปนานกว่า 10 ปี เป้าหมายของทั้งสองมีเพียงอย่างเดียวและไม่เคยเปลี่ยนไป นั่นคือการทำเจลาโต้ที่ดีที่สุดในโลก จากพนักงานแค่ 2 คน ใครจะรู้ว่าร้านโกรมจะเติบโตจนมีถึง 64 สาขา มีพนักงาน 650-700 คน และเงินหมุนเวียน 40 ล้านเหรียญสหรัฐ!

จุดเด่นที่ทำให้ร้านโกรมมาถึงจุดนี้ได้ คือ คุณภาพผลิตภัณฑ์ที่ทำจากวัตถุดิบธรรมชาติ และปริมาณไขมันของเจลาโต้ที่ต่ำกว่าไอศกรีมปกติ โดยปริมาณไขมันในไอศกรีมปกติเฉลี่ยอยู่ที่ 1718% แต่ในเจลาโต้มีไขมันเฉลี่ยอยู่ที่ 10% ซึ่งเจลาโต้ของโกรมนอกจากจะรสชาติดีแล้ว ยังดีต่อสุขภาพมากกว่าไอศกรีมธรรมดาอีกด้วย เพราะเจลาโต้ของร้านโกรมไม่ใส่สารกันบูด ไม่แต่งกลิ่นและสี

ความสำเร็จของร้านโกรมยืนยันว่าวัตถุดิบธรรมชาติสามารถทำเจลาโต้ที่ดีที่สุดได้ และเจลาโต้ที่ดีที่สุดนั่นเองที่พาให้ร้านโกรมมีทุกวันนี้

อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าร้านโกรมจะประสบความสำเร็จโดยไร้สิ้นอุปสรรค เศรษฐกิจของประเทศแถบยูโรโซนนั้นไม่ดีมาหลายสิบปีแล้ว ถึงขั้นที่เฟดเดอริโกกล่าวไว้ว่า อิตาลีเป็นสถานที่ที่ยากแก่การทำธุรกิจมากที่สุดในโลก แม้ว่าธุรกิจท้องถิ่นของอิตาลีจะไม่ต้องจ่ายภาษีก็ตาม แต่ค่าแรงงานนั้นสูงมากจนยากแก่การดำเนินธุรกิจให้ราบรื่น

ทุกอาทิตย์ที่ 4 ของเดือน รายได้ของร้านโกรมจะตกลง เนื่องจากเป็นช่วงก่อนที่คนทำงานจะได้รับเงินเดือน

“อิตาลีเป็นสถานที่ที่ดีที่สุดสำหรับการอยู่อาศัย สำหรับการมาท่องเที่ยว แต่ไม่ใช่กับการลงทุน” เฟดเดอริโก กล่าว

แต่ถึงอย่างนั้น จากความฝันที่จะทำเจลาโต้ที่ดีที่สุดในโลก นำสองเพื่อนสนิทกลับสู่วิถีดั้งเดิมในการทำฟาร์มออร์แกนิกสำหรับการหาวัตถุดิบที่ดีสุดเพื่อเจลาโต้ที่ดีที่สุด ด้วยปณิธานและการมีเป้าหมายอันชัดเจนนั่นเองที่ทำให้ร้านโกรมขยายจนกลายเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ทุกวันนี้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท