
เงินช่วยชาวนาละลายน้ำเจ้าหนี้เคาะประตูบ้าน
นโยบายรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในการเพิ่มรายได้ให้กับชาวนาด้วยการช่วยเหลือต้นทุนการผลิตไร่ละ 1,000 บาท
โดย...สิทธิณี ห่วงนาค
นโยบายรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในการเพิ่มรายได้ให้กับชาวนาด้วยการช่วยเหลือต้นทุนการผลิตไร่ละ 1,000 บาท สูงสุดรายละไม่เกิน 15 ไร่ ด้วยเงินงบประมาณ 4 หมื่นล้านบาท โดยคาดหมายว่าจะมีครัวเรือน 3.4 ล้านครอบครัวได้ประโยชน์ ก่อให้เกิดคำถามมากมายว่ากระบวนการแจกเงินจะเป็นอย่างไร และจะเป็นประชานิยมหรือไม่
ปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า นโยบายการช่วยเหลือเกษตรกรชาวนาเป็นการช่วยเหลือในเรื่องค่าใช้จ่ายของเกษตรกรเหมือนกับการเยียวยา เพราะที่ผ่านมาราคาผลผลิตตกต่ำ ไม่ได้เน้นเรื่องปัจจัยการผลิต เกษตรกรจะเอาเงินไปทำอะไรก็ได้ ตามที่ครอบครัวคิดว่าจำเป็นต้องใช้ ซึ่งคงไปลงรายละเอียดไม่ได้ว่าควรจะใช้หรือไม่ใช้อะไร
“ผมคิดว่าชาวนาก็จะต้องใช้เงินให้เป็นประโยชน์ต่อครอบครัวมากที่สุด จึงให้กรมส่งเสริมการเกษตรประสานกับ ธ.ก.ส.ในการขึ้นทะเบียนเกษตรกรและโอนเงินทางบัญชี ใครไม่มีบัญชีก็ไปเร่งเปิด เพราะจะจ่ายเงินได้ประมาณ 20 ต.ค.นี้ ซึ่งรัฐบาลเข้าใจดีว่าประชาชนเดือดร้อน แต่คงไม่สามารถอุ้มได้ทั้งหมด”
ขณะที่ ชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การจ่ายเงินเพื่อช่วยเหลือเรื่องปัจจัยการผลิตให้กับเกษตรกรนั้น เป็นการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวนา เนื่องจากการขายผลผลิตในราคาที่ไม่ดี
ล่าสุด พบว่ามีเกษตรกรชาวนาที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมส่งเสริมการเกษตรแล้ว 2.8 ล้านราย คิดเป็น 88% ของชาวนาที่ขึ้นทะเบียนไว้เมื่อปีที่ผ่านมา 3 ล้านครัวเรือน ซึ่งจะสามารถจ่ายเงินช่วยเหลือได้ ตั้งแต่วันที่ 20 ต.ค. หากเกษตรกรมีเอกสารครบถ้วน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ก็จะสามารถโอนเงินเข้าบัญชีได้ภายใน 3 วัน
โอฬาร พิทักษ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ชาวนาที่กรมขึ้นทุกปีตั้งแต่เดือน พ.ค.31 ต.ค.ของทุกปี จะมีประมาณ 3.5 ล้านครัวเรือน ล่าสุด ณ วันที่ 1 ต.ค. มาขึ้นทะเบียนแล้ว 2.8 ล้านครัวเรือน โดยมีแปลงใหม่ประมาณ 78 แสนราย
“หลักการขึ้นทะเบียนเกษตรที่ทำมา 5 ปี ทำให้การทำฐานข้อมูลแน่นขึ้น และเมื่อมีการใช้จีพีเอสประกอบทำให้พิกัดรายแปลงแม่นยำมากขึ้น ซึ่งกรณีเกษตรกรเช่าที่ทำนาก็จะต้องมีหนังสือสัญญาเช่าจากผู้ให้เช่ามาด้วย ส่วนเมื่อจ่ายเงินไปแล้วจะมีเจ้าของที่ดินมาขอแบ่งเงินหรือไม่ เป็นเรื่องของบุคคลที่ไม่มีใครตอบได้”
วิเชียร พวงจำเจียก นายกสมาคมชาวนาไทย กล่าวว่า เงิน 1,000 บาทที่รัฐบาลให้มานั้น เข้าใจว่าจะเป็นเงินที่รัฐบาลช่วยเหลือเรื่องค่าใช้จ่ายให้กับเกษตรกรเพื่อชดเชยกับรายได้ที่หายไปจากการขายข้าวในรอบนาปี 2556/2557 ในราคาแสนถูกตันละ 5,000-6,000 บาท เมื่อช่วยรายละ 15 ไร่ ก็จะได้เงินประมาณ 1.5 หมื่นบาท/ครัวเรือน
วิเชียร บอกว่า สิ่งที่จะช่วยชาวนาได้ คือ การกำหนดราคารับซื้อข้าวที่เหมาะสมให้ชาวนาอยู่ได้ คือ ข้าวขาวตันละ 1 หมื่นบาท ข้าวหอม 1.6 หมื่นบาท ข้าวเหนียว 1.3 หมื่นบาท ข้าวขาวปทุมธานี 1.2 หมื่นบาท เพราะต้นทุนชาวนาส่วนใหญ่อยู่ที่ 5,000-6,000 บาท หากเช่าที่ดินก็สูงถึง 7,000 บาท/ไร่ จึงควรจะขายได้ประมาณ 8,000-9,000 บาท/ตัน
“แต่วันนี้ขายข้าวได้ 5,000-6,000 บาท/ตัน ขาดทุนตันละ 1,000-2,000 บาท กลายเป็นว่าชาวนาทำนาแบบขาดทุนปลูกข้าวให้คนทั้งประเทศกิน ผมขอบอกว่าเงินจำนวนนี้ช่วยอะไรไม่ได้เลย จะเอาไปซื้อปัจจัยการผลิตก็ไม่พอ เพราะความจริงเดือนแรกที่มารอชาวนาคือหนี้
หนี้ก้อนแรก คือ ธ.ก.ส. หนี้กองทุนฟื้นฟูฯ หนี้ที่กู้กันเอง และก็หนี้ร้านค้าที่ซื้อปุ๋ย ซื้อยากันมา และยังเงินที่ต้องกินใช้ในครอบครัววันละ 200-300 บาทอีก”
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของมาตรการลดต้นทุนการผลิตตามนโยบายของรัฐบาลนั้น วิเชียรเห็นว่าไม่เชื่อว่าจะทำได้จริง ซึ่งที่ผ่านมาคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระะบุว่า จะลดค่าปุ๋ย 50 บาท/กระสอบ ค่าสารเคมีเกษตร 40 บาท/แกลลอน ค่าเช่า 200 บาท/ไร่/รอบการผลิต รถเกี่ยวลด 50 บาท/ไร่ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีเกษตรกรชาวนาได้รับส่วนลดดังกล่าวตามที่ คสช.ประกาศเอาไว้
ประสิทธิ์ บุญเฉย นายกสมาคมชาวนาข้าวไทย กล่าวว่า เงินที่ช่วยเป็นการช่วยที่จะไม่ส่งผลอะไรต่อชาวนาเลย เพราะปัจจุบันเงินหมื่นบาท ทำอะไรแทบไม่ได้ อีกทั้งเรื่องนี้สุดท้ายจะไปจบที่การแบ่งปัน ระหว่างเจ้าของที่ดินกับชาวนาที่เช่านา เพราะหาก ไม่ให้เกษตรกรก็ไม่ได้
“การช่วยชาวนาครั้งนี้รัฐบาลเลี่ยงที่จะใช้คำว่าให้เงินฟรี แต่เอาจริงก็เป็นแบบนั้น และเมื่อให้ฟรี ทั้งหมดก็จะไม่ได้ส่งผลต่อการพัฒนาผลผลิตหรือเพิ่มผลผลิตของเกษตรกรเลย ซึ่งที่ผ่านมาน่าจะมีบทเรียนว่าการให้เงินอย่างนี้ไม่ได้ช่วยให้ชาวนารวยขึ้น ผมไม่ใช่ไม่อยากได้เงิน แต่คิดว่าเมื่อรัฐเสียเงินก็ต้องได้ผลอะไรที่เหมาะสมกลับมาด้วย” ประสิทธิ์ แสดงความเห็น
ประสิทธิ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาสมาคมชาวนาข้าวไทยได้เสนอให้รัฐออกมาตรการให้ชัดว่าแผนการลดต้นทุนประกอบด้วยอะไรบ้าง เพื่อให้เป็นแนวปฏิบัติให้ชัดกับชาวนา เพราะจากที่อยู่กับชาวนามาบอกได้ว่า หากไม่มีแผนปฏิบัติ รับรองว่าสุดท้ายทุกมาตรการจะไม่มีพัฒนาการที่ดีขึ้นเลย
“ไม่ใช่เขาคิดไม่ได้นะ แต่ชาวนาเขาจะได้มีแผนที่มาจากนักวิชาการเลยว่า เดือนนี้เริ่มทำอะไร ใส่ปุ๋ยตอนไหน แล้วทางราชการก็ต้องลงมาช่วยจริงจัง มาถึงแปลงเลย รับรองว่าสุดท้ายทุกอย่างจะดีขึ้น เพราะเมื่อเห็นผลแล้วชาวนาจะทำตาม เติมเงินในกระเป๋าแบบนี้ไม่กี่วันก็หมด เพราะเจ้าหนี้มารอที่หน้าบ้านแน่นอน” นายกสมาคมชาวนาข้าวไทย กล่าวสรุปในตอนท้ายถึงเงินช่วยชาวนา







