
กองทุนมองหุ้นแค่พักฐาน
KTAMเผยนักลงทุนเริ่มทยอยซื้อLTFบลจ.วรรณมั่นใจปีนี้เห็น1,600จุด
KTAMเผยนักลงทุนเริ่มทยอยซื้อLTFบลจ.วรรณมั่นใจปีนี้เห็น1,600จุด
บลจ.กรุงไทย มองหุ้นแค่ปรับฐาน แนวรับ 1,540-1,550 จุด “วรรณ” ชี้กำไร บจ.หนุนหุ้นไทยไม่แพง
นายวีระ วุฒิคงศิริกูล รองกรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารสายงานจัดการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงไทย (KTAM) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงแรงมองว่าเป็นการปรับฐานปกติ หลังจากดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้นมาต่อเนื่องตั้งแต่เดือน พ.ค.ที่ผ่านมา จากดัชนีระดับ 1,400 จุด ขึ้นมากว่า 200 จุดแล้ว ประกอบกับตลาดหุ้นสหรัฐที่ดิ่งลงแรงจากความกังวลตัวเลขเศรษฐกิจ จึงทำให้นักลงทุนฉวยจังหวะขาย เพื่อล็อกกำไรเอาไว้
นอกจากนี้ เริ่มเห็นนักลงทุนทยอยซื้อกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) เข้ามาบ้างแล้วในช่วงที่หุ้นปรับฐาน
“ไม่เพียงแต่หุ้นไทยที่ปรับตัวขึ้นมาต่อเนื่อง แต่หุ้นสหรัฐก็ทำนิวไฮต่อเนื่องเช่นกัน พอตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐออกมาต่ำกว่าตลาดคาด นักลงทุนก็หาเหตุในการขายทำกำไร ซึ่งมองว่าตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาไม่ได้สะท้อนภาพรวมทั้งหมด ยังมีอีกหลายๆ ตัวที่ยังต้องรอดู แต่การลงแรงของหุ้นสหรัฐก็ทำให้หุ้นทั่วโลกลงตาม” นายวีระ กล่าว
สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นไทยยังอยู่ในช่วงของการปรับฐาน โดยมองแนวรับที่ 1,540-1,550 จุด ขณะที่เป้าหมายดัชนีปีนี้ที่ บลจ.กรุงไทย มองไว้อยู่ที่ 1,580 จุด ส่วนปีหน้ามองที่ระดับ 1,685 จุด บนสัดส่วนราคาต่อกำไรต่อหุ้น (พี/อี) 14 เท่า
นายวิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.วรรณ กล่าวว่า การลงทุนในตลาดหุ้นไทยในช่วงที่ผ่านมาปรับตัวขึ้นได้ค่อนข้างแข็งแกร่ง หลังจากการเมืองมีความชัดเจนมากขึ้นและเศรษฐกิจไทยเริ่มเข้าสู่การฟื้นตัว ทำให้นักลงทุนเริ่มกลับเข้ามาลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น ส่งผลให้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ปรับตัวขึ้นกว่า 12.9% นับตั้งแต่เกิดรัฐประหาร โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์และอสังหาริมทรัพย์ จากความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจและภาคครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น เป็นหลัก
ทั้งนี้ มองว่าตลาดหุ้นไทยในระยะถัดไปยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้อีกหลังจากเศรษฐกิจเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ แรงสนับสนุนจากเงินทุนของนักลงทุนต่างชาติที่ย้ายเข้าตลาดหุ้นเอเชียมากขึ้นและสภาพคล่องที่น่าจะเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นจากการผ่อนคลายนโยบายการเงินเชิงปริมาณของธนาคารกลางในประเทศต่างๆ รวมทั้งการปรับเพิ่มคาดการณ์ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในไตรมาส 3 โดยประเมินว่าดัชนีมีโอกาสเคลื่อนไหวในกรอบ 1,5801,650 จุด ได้ในช่วงสิ้นปีนี้ โดยมีค่ากลางที่ 1,600 จุด
นายวิน กล่าวว่า ในวันที่ 3 ต.ค.นี้ บลจ.วรรณ ยังได้รับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติของกองทุนภายใต้การบริหาร 3 กองทุน ที่ต้องการให้นักลงทุนมีกระแสเงินสดรับระหว่างทาง โดยจะรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติของกองทุนเปิด วรรณ อินคัม พรีเมียร์ ฟันด์ (ONEPREMIER) ในอัตรา 0.21 บาท/หน่วย กองทุนเปิด วรรณ พร็อพเพอร์ตี้ พลัส ฟันด์ (ONEPROP) และกองทุนเปิด วรรณ พร็อพเพอร์ตี้ สิงคโปร์ (ONEPROPSG) ในอัตรา 1.75% ของหน่วยลงทุน
กองทุนเปิด ONEPRPSG ซึ่งลงทุนในอสังหาริมทรัพย์สิงคโปร์ เริ่มปรับตัวดีขึ้นหลังจากเศรษฐกิจสิงคโปร์เริ่มทยอยฟื้นตัวจากอานิสงส์ของเศรษฐกิจโลกที่ดีขึ้นตามลำดับ ทำให้เริ่มมีความต้องการกลับเข้าสู่ตลาดอสังหาริมทรัพย์สิงคโปร์อีกครั้ง รวมทั้งอสังหาริมทรัพย์บางแห่งมีการปรับขึ้นค่าเช่าในหลายพื้นที่ ทำให้รายได้ของอสังหาริมทรัพย์ที่กองทุน Phillip Singapore Real Estate Income Fund ที่กองทุน ONEPRPSG ลงทุนอยู่ได้รับผลตอบแทนที่ดีขึ้นตาม โดยตั้งแต่ต้นปีถึง ณ วันที่ 29 ส.ค. 2557 ผลตอบแทนประมาณ 6.68%
อย่างไรก็ตาม แนะนำนักลงทุนควร มีการกระจายการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศ โดยเฉพาะสิงคโปร์ นอกเหนือจากการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยเพียงลำพัง เพื่อลดความเสี่ยงจากการกระจุกตัวเพียงประเทศใดประเทศหนึ่งและรองรับในช่วงที่อสังหาริมทรัพย์สิงคโปร์ที่เริ่ม เข้าสู่การฟื้นตัว







