
การผลักดันเทคโนโลยีภาะในมาเลเซีย
ถึงเวลานี้คงไม่มีใครปฏิเสธว่า เทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) ถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มาแรงที่สุดในยุคนี้ การนำเอาความรู้ทางวิทยาศาสตร์โดยเฉพาะในด้านชีวเคมีมาประยุกต์ใช้กับสิ่งมีชีวิตได้สร้างนวัตกรรมที่นำไปใช้ประโยชน์ต่อหลายอุตสาหกรรมทั้งในด้านการเกษตรและอาหาร พลังงาน ด้านสิ่งแวดล้อม และในทางการแพทย์ หลายท่านอาจนึกไม่ถึงว่าบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพที่ใหญ่ที่สุดในโลกขณะนี้คือ Gilead ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนาเทคโนโลยีการรักษาโรคของสหรัฐ ได้เติบโตได้เร็วจน ณ วันนี้ มีมูลค่ากิจการสูงกว่าบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีอายุมากกว่า เช่น McDonald’s หรือ Boeing เสียอีก
ถึงเวลานี้คงไม่มีใครปฏิเสธว่า เทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) ถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มาแรงที่สุดในยุคนี้ การนำเอาความรู้ทางวิทยาศาสตร์โดยเฉพาะในด้านชีวเคมีมาประยุกต์ใช้กับสิ่งมีชีวิตได้สร้างนวัตกรรมที่นำไปใช้ประโยชน์ต่อหลายอุตสาหกรรมทั้งในด้านการเกษตรและอาหาร พลังงาน ด้านสิ่งแวดล้อม และในทางการแพทย์ หลายท่านอาจนึกไม่ถึงว่าบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพที่ใหญ่ที่สุดในโลกขณะนี้คือ Gilead ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนาเทคโนโลยีการรักษาโรคของสหรัฐ ได้เติบโตได้เร็วจน ณ วันนี้ มีมูลค่ากิจการสูงกว่าบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีอายุมากกว่า เช่น McDonald’s หรือ Boeing เสียอีก
ด้วยวิสัยทัศน์ของรัฐบาลมาเลเซียที่เล็งเห็นว่าการพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพเป็นเรื่องจำเป็นกับอุตสาหกรรมในประเทศที่ต้องแข่งขันกับคู่แข่งทั่วโลก และยังเป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่จะผลักดันให้มาเลเซียก้าวขึ้นเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วในปี 2020 รัฐบาลมาเลเซียจึงได้จัดทำ “นโยบายเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ” ขึ้นมา โดยหนึ่งในแผนงานที่สำคัญคือ จัดตั้งองค์กรที่ชื่อว่า “Malaysian Biotechnology Corporation” หรือเรียกสั้นๆ ว่า “BiotechCorp” เพื่อผลักดันนโยบายดังกล่าวให้เห็นผลเป็นรูปธรรม
BiotechCorp เป็นหน่วยงานที่ถือหุ้นโดยกระทรวงการคลังมาเลเซีย ทำหน้าที่คอยสนับสนุนให้เกิดการลงทุนในเทคโนโลยีชีวภาพในมาเลเซียแบบครบวงจร ทั้งในการวิจัยพัฒนาและในเชิงพาณิชย์ และที่สำคัญคือ เป็นผู้สนับสนุนด้านเงินทุน คล้ายกับเป็น Venture Capital โดยใช้รูปแบบการลงทุนร่วมระหว่างรัฐและเอกชน (Public Private Partnership)
โดย BiotechCorp จะคัดเลือกบริษัทที่มีนวัตกรรมหรือแผนธุรกิจที่มีศักยภาพและให้สถานะที่เรียกว่า “BioNexus” แก่บริษัทเหล่านี้ บริษัทที่มีสถานะเป็น BioNexus จะได้รับความช่วยเหลือทั้งด้านเงินทุน ด้านเทคนิค เช่น การจดสิทธิบัตร และยังได้รับสิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีอีกด้วย
ตั้งแต่จัดตั้งขึ้นมาเมื่อปี 2005 ถึงขณะนี้ BiotechCorp ได้ให้เงินสนับสนุนกิจการที่เป็น BioNexus ไปแล้ว 225 บริษัท ด้วยมูลค่ารวมกว่า 3,200 ล้านริงกิต (ประมาณ 3.2 หมื่นล้านบาท) กิจการที่เข้ารับการสนับสนุนเงินทุนแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มอุตสาหกรรมด้วยกันคือ กลุ่มการเกษตร (Agricultural) การแพทย์ (Healthcare) และอุตสาหกรรม (Industrials) โดย BiotechCorp จะเน้นประเภทธุรกิจหลักคือ เทคโนโลยีชีวภาพที่เกี่ยวกับการเกษตรเมืองร้อน (Tropical agrobiotechnology) ทรัพยากรชีวภาพที่นำกลับมาใช้ใหม่ (Renewable bioresources) และผลิตภัณฑ์และบริการด้านสุขภาพที่มาจากนวัตกรรมใหม่ (Innovative healthcare products and services) กิจการที่ได้รับสถานะเป็น BioNexus มีตัวอย่างเช่น
ACGT Sdn Bhd เป็นบริษัทผู้พัฒนาสารละลายที่ใช้ปรับปรุงพันธุกรรมและเพิ่มผลผลิตของต้นปาล์มและพืชผลการเกษตรหลายชนิด
Borneo Plant Technology เป็นบริษัทผู้พัฒนายารักษาโรคจากสมุนไพรที่ได้มาตรฐานระดับสากล
Circle Field Sdn Bhd เป็นบริษัทที่พัฒนาจุลินทรีย์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อนำไปใช้ในการเกษตรทำสวน การกำจัดกลิ่น และเปลี่ยนขยะให้สามารถนำกลับมาใช้ใหม่
Konzen Clean Energy เป็นบริษัทที่พัฒนาระบบบำบัดน้ำเสียและเปลี่ยนของเสียจากอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น จากน้ำมันปาล์ม กากน้ำตาล และการผลิตสุราให้เป็นก๊าซชีวภาพ (Biogas)
Bionic Lifesciences เป็นบริษัทที่วิจัยและผลิตคอลลาเจนจากสัตว์ทะเล เพื่อนำไปใช้เป็นส่วนประกอบในการผลิตอาหารเสริมและเครื่องสำอาง
ในการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา BiotechCorp มีบริการที่เรียกว่า “BioNexus Partners” โดย BiotechCorp ได้คัดเลือกและร่วมมือกับสถานศึกษาและสถาบันวิจัยหลายแห่งที่มีห้องแล็บ อุปกรณ์และเครื่องมือการทำวิจัยที่ได้ทันสมัย และเปิดโอกาสให้บริษัทที่เป็น BioNexus ได้เข้าไปใช้ห้องแล็บด้วยอัตราค่าใช้บริการที่ไม่สูงจนเกินไป พร้อมประสานงานให้บริษัท BioNexus ได้พบปะและร่วมงานกับนักวิจัยของสถาบันเหล่านี้เพื่อต่อยอดงานวิจัยให้เกิดผลในเชิงพาณิชย์ร่วมกัน
อีไอซีมองว่าความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีชีวภาพนั้นสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจได้มหาศาล ทั้งในด้านการเพิ่มผลผลิตและการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพทั่วโลกจะเติบโตอย่างรวดเร็วต่อไป แต่สำหรับประเทศไทย กล่าวได้ว่า อุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพยังมีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับเศรษฐกิจโดยรวม และยังไม่ได้รับการสนับสนุนเท่าที่ควรโดยเฉพาะในด้านเงินทุน ด้วยเหตุนี้ การสนับสนุนเทคโนโลยีชีวภาพแบบ BiotechCorp ของมาเลเซียจึงเป็นต้นแบบที่น่าสนใจที่รัฐบาลไทยหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจนำมาประยุกต์ใช้ได้







