
สิงคโปร์สู้จารกรรมไซเบอร์
รัฐดันเอสเอ็มอีเร่งป้องกันข้อมูลไอทีพร้อมพัฒนาระบบติดตามช่วยส่งสินค้า
รัฐดันเอสเอ็มอีเร่งป้องกันข้อมูลไอทีพร้อมพัฒนาระบบติดตามช่วยส่งสินค้า
รัฐบาลสิงคโปร์เร่งเสริมความปลอดภัยด้านไอที พัฒนาระบบติดตามแบ่งเบาภาระรายย่อยด้านขนส่ง
องค์การพัฒนาการสื่อสารและสารสนเทศ (ไอดีเอ) ภายใต้การกำกับการของรัฐบาลสิงคโปร์ ประกาศเริ่มโครงการที่จะใช้เครื่องมือรักษาความปลอดภัยด้านสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อเป็นหนึ่งในมาตรการช่วยเหลือธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) จัดการปัญหาการถูกล้วงข้อมูล
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังจากที่การจารกรรมข้อมูลบนโลกออนไลน์ได้กลายเป็นภัยคุกคามสำคัญต่อธุรกิจรายย่อยทั่วโลก ซึ่งรวมถึงในสิงคโปร์
เครื่องมือรักษาความปลอดภัยออนไลน์นี้ เป็นความร่วมมือระหว่างไอดีเอ ซึ่งเป็นหน่วยงานธุรกิจของสิงคโปร์ และศูนย์วิทยบริการสารสนเทศของเอสเอ็มอี โดยจะทำหน้าที่ประเมินแผนการรักษาความปลอดภัยของแต่ละบริษัท และให้คำแนะนำที่สอดคล้องกับงบประมาณที่มีอยู่
ทางด้าน เอส อิสวารัน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เรียกร้องให้บรรดานักธุรกิจยกปัญหาการรักษาความปลอดภัยในโลกไซเบอร์ ให้เป็นหนึ่งในปัญหาที่ต้องจัดการเป็นอันดับต้นๆ
“วิสาหกิจต้องรับรู้ถึงความเสี่ยงที่ใหญ่หลวงต่อการบริหารงาน เป็นผลจากการโจมตีทางไซเบอร์ นอกจากนี้เอสเอ็มอีได้กลายเป็นเป้าหมายสำคัญของการจู่โจม ไม่ว่าจะเป็นการจารกรรมข้อมูล หรือแพร่กระจายข้อมูลที่ผิดๆ ออกไป” อิสวารัน ระบุระหว่างการประชุมความมั่นคงแห่งชาติ
ขณะเดียวกัน อิสวารัน ซึ่งดำรงตำแหน่งรองรัฐมนตรีด้านกิจการภายใน การค้า และการลงทุนแห่งสิงคโปร์ด้วย ระบุว่า ทางรัฐบาลได้จัดทำเทคโนโลยีการติดตาม โดยจะใช้ป้ายเทคโนโลยีการติดตามที่จะช่วยระบุเสื้อผ้าของลูกค้า ผ่านป้ายชื่อที่มีข้อมูลผู้ใช้บริการอยู่
ป้ายชื่อที่ใช้ระบบระบุตำแหน่งโดยใช้คลื่นความถี่วิทยุ (อาร์เอฟไอดี) นี้ มีมูลค่าสูงถึง 1 ล้านเหรียญสหรัฐ จะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการติดตามเสื้อผ้าแบบอัตโนมัติ และพัฒนาระบบการแยกก่อนส่งมอบให้กับลูกค้า เพิ่มประสิทธิภาพให้กับธุรกิจและลดต้นทุนด้านแรงงาน เนื่องจากมีเทคโนโลยีทันสมัยเข้ามาช่วย
ทั้งนี้ เทคโนโลยีดังกล่าวได้มีการทดลองใช้ในร้านซักรีดท้องถิ่นแล้ว และกำลังพัฒนาให้สามารถนำไปปรับใช้กับธุรกิจโรงแรม สโมสรฟิตเนส หรือธุรกิจอื่นๆ ได้ตามต้องการ
“การนำไปใช้นั้นง่ายมาก และเห็นผลลัพธ์อย่างรวดเร็ว โครงการนี้เป็นความพยายามที่สำคัญในการรักษาเสถียรภาพในการเติบโตของเอสเอ็มอี” อิสวารัน กล่าว







