posttoday
ผุดธุรกิจให้ความรู้หวังสร้าง"สตีฟ จ็อบส์" เมืองจีน

ผุดธุรกิจให้ความรู้หวังสร้าง"สตีฟ จ็อบส์" เมืองจีน

02 ตุลาคม 2557

คำว่า “นวัตกรรม” อาจจะไม่ใช่คำบ่งบอกถึงตัวตนของประเทศจีนมากนัก ทว่า “โจแอนนา เหว่ย”

โดย...ณัฏฐญา เมฆสมณะศักดิ์

คำว่า “นวัตกรรม” อาจจะไม่ใช่คำบ่งบอกถึงตัวตนของประเทศจีนมากนัก ทว่า “โจแอนนา เหว่ย” หญิงสาวชาวจีนกลับต้องการเปลี่ยนภาพลักษณ์ของประเทศด้วยการจัดตั้งธุรกิจให้ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยี เพื่อให้อาตี๋อาหมวยวัยเยาว์ทั้งหลายมีความคิดสร้างสรรค์ตั้งแต่ยังเป็นเด็ก

“ครีเอติกา” จึงถือกำเนิดขึ้นเมื่อปีที่แล้วที่ “ปักกิ่ง เมกเกอร์สเปซ” ซึ่งเป็นพื้นที่สำนักงานที่บุคคลที่มีความคิดสร้างสรรค์สามารถเปลี่ยนไอเดียให้กลายเป็นธุรกิจได้

“สิ่งที่เรากำลังทำอยู่คือ การคิดใหม่เกี่ยวกับการศึกษา เราให้ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีล้ำสมัย และสนับสนุนวิธีการคิดแบบใหม่” เหว่ย เปิดเผยกับบีบีซี โดยเหว่ยมองว่าการเรียนการสอนด้านเทคโนโลยีในลักษณะนี้เหมาะกับเด็กๆ ที่อายุยังไม่เกิน 20 ปี เพราะจะสามารถปลูกฝังความคิดสร้างสรรค์เข้าไปในหัวของเด็กได้

คลาสที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของครีเอติกา คือ “บรัชบ็อท” ซึ่งเป็นห้องเรียนที่สอนสร้างหุ่นยนต์จากแปรงสีฟัน โดยการเชื่อมสายเข้ากับตัวมอเตอร์ ส่วนอีกคลาส คือ “ทอล์กกิ้ง บัดดี้” ที่จะสอนให้เด็กๆ รู้จักการออกแบบตัวละคร ที่ทำให้ตัวละครสามารถพูดได้ โดยการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อัดเสียง

ทั้งนี้ เหว่ยยอมรับว่า ในช่วงแรกที่คิดตั้งธุรกิจนี้ขึ้น เจ้าตัวไม่มีความมั่นใจแม้แต่น้อย เพราะต้องแข่งขันกับบรรดาโรงเรียนสอนพิเศษอื่นๆ เช่น เปียโน ไวโอลิน หรือการเรียนเพื่อเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย

“ฉันไม่มั่นใจเลยในทีแรก นั่นเป็นอุปสรรคที่ใหญ่มาก เพราะแม้ว่าการศึกษาด้านเทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งของโรงเรียนต่างๆ ในประเทศตะวันตก ทว่าผู้ปกครองชาวจีนกลับไม่ค่อยรู้เรื่องนี้” ผู้ร่วมก่อตั้งครีเอติกา ระบุ

แต่ทว่าคุณภาพของครีเอติกากลับได้กลายเป็นตัวยืนยันความสำเร็จได้ดี โดยแม้ว่าจะก่อตั้งเมื่อปีที่แล้ว แต่ธุรกิจก็สามารถประสบความสำเร็จได้ โดยไม่ต้องอาศัยการโฆษณามากมาย เพราะใช้การบอกแบบปากต่อปากก็นับว่าเพียงพอแล้ว ซึ่งลูกค้าบางคนถึงกับบินข้ามมณฑลเพื่อมาเรียนกับครีเอติกาเลยทีเดียว

กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ของครีเอติกานั้นเป็นครอบครัวที่ร่ำรวยในเมืองใหญ่ของจีน ซึ่งส่วนใหญ่พ่อและแม่ทำงานอยู่ในบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำในจีน และคนกลุ่มนี้นี่เองที่เป็นผู้ช่วยโปรโมทธุรกิจอีกทางหนึ่งด้วย

สำหรับในอนาคต เหว่ยต้องการที่จะทำให้ครีเอติกาไม่ได้อยู่จำกัดแค่เฉพาะในกลุ่มเด็กๆ ที่บ้านร่ำรวย ทว่าต้องการได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล และบริษัทต่างๆ และทำให้ครีเอติกาได้บูรณาการกับระบบการศึกษาภาคบังคับของเด็กๆ อีกด้วย

เพราะเหว่ยมีเป้าหมายว่าในอนาคตอยากจะสร้างสินค้าที่ไม่ได้ติดป้ายว่า “ผลิตในจีน” แต่ต้องการให้เด็กๆ ที่มีความคิดสร้างสรรค์เหล่านี้ “สร้างสรรค์สิ่งต่างๆ จากในประเทศ”

“คนมักคิดว่าเราไม่สามารถมี สตีฟ จ็อบส์ ของจีนได้ ทว่าฉันไม่ได้เชื่อแบบนั้น ฉันเชื่อว่าเด็กๆ เหล่านี้สามารถคิดต่อไปได้ และประดิษฐ์สิ่งของออกมาได้ และเราสามารถสร้างอะไรเหมือนกับที่แอปเปิ้ลทำได้ในประเทศจีน” เหว่ย กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล