
ธปท.คาดมาตรการโค้งสุดท้ายไม่หนุนศก.โตเกิน1.5%
ธปท.ชี้เม็ดเงินที่รัฐบาลใช้กระตุ้นเศรษฐกิจใน 3 เดือนสุดท้ายของปีนี้ไม่ช่วยหนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจปีนี้โตเกิน 1.5% ได้
ธปท.ชี้เม็ดเงินที่รัฐบาลใช้กระตุ้นเศรษฐกิจใน 3 เดือนสุดท้ายของปีนี้ไม่ช่วยหนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจปีนี้โตเกิน 1.5% ได้
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ"นโยบายการเงิน การคลัง เพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย"ในงาน IEC Conference:Thailand in Transfornation ว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐที่ออกมาในโค้งสุดท้ายของนี้ รวมทั้งเงินเพิ่มรายได้ชาวนา 4 มื่นล้านบาท ที่รัฐบาลจะเร่งเบิกจายนั้น คงส่งผลในกรอบเวลาของงบระมาณการขยายตัวนีหน้า คงไม่ทันนีนี้ แตการมีมาตรการก็ช่วยลดความเสี่ยงระยะใกล้ ช่วยให้การเติบโตปีนี้ทีเสี่ยงโตต่ำกว่า 1.5% ลดลง แต่คงไม่ช่วยหนุนให้เศรษฐกีจปีนี้โตเกิน 1.5% ไปได้
สำหรับเม็ดเงิน 5.5 หมื่นล้านบาท ที่รัฐบาลจะเอามาใช้มันไม่น่าจะไปส่งผลในปีนี้ เพราะเม็ดเงินน้อย แต่ถ้ามาตรการนี้ส่งผลให้ความเชื่อมั่นภาคธุรกิจเอกชนดีขึ้น และมีการใช้จ่ายตามภาครัฐ ผลมันก็จะไปช่วยให้ปีหน้าโตได้ดีขึ้น เป็ตามคาดที่ธปท.มองไว้ว่าจะเติบโตที่ 4.8% มันชัดเจนมากขึ้น แต่หากเฉพาะเม็ดเงินที่รัฐใช้จ่ายออกมาเพียวๆคงไม่มีผลต่ออัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ(จีดีพี)นี้ เพราะเงินมันน้อย ส่วนเงินช่วยชาวนา 4 หมื่นล้านจะมีผลกระตุ้นการอุโภคบริโภคให้ขยายตัวเพิ่มหรือไม่ ในส่วนการบริโภคสินค้าไม่คงทนขณะนี้ธปท.เห็นแนวโน้มดีขึ้นแล้ว ส่วนจะช่วยส่วนอื่นๆให้มีการใช้จ่ายลงทุนเอกชนดีด้วยเป็นตัวทวีเพิ่มขึ้นหรือไม่นั้น ต้องติดตามดู
“มาตรการที่รัฐบาลทำจะช่วยเศรษฐกิจได้มากน้อยแค่ไหน จะส่งผ่านไปหาภาคเอกชนได้แค่ไหน เป็นตัวสร้างความเชื่อมั่นให้มีตัวทวีมากขึ้นในเศรษฐิจแค่ไหน เที่ยวนี้ต้องดู เพราะปัจุบันสัดส่วนภาคเอชนในมากกว่าการใช้จายภาครัฐ และอีกอยางการช่วยชาวนาก็มีการใช้เม็ดเงินที่กำหนดเพดาน และเป็นมาตรการระยะสั้น ใช้เม็ดเงินชัดเชน 4 หมื่นล้านบาท และช่วยครัวเรือนเล็ก 4.8 ล้านครัวเรือนที่มีที่นาต่ำกว่า 15 ไร่นั้น มองในแง่สั้นๆก็มีข้อดีของมันอยู่”นายประสารกล่าว
ทั้งนี้ ปีนี้ ธปท.ยังมองจีดีพีจะอยู่ที่ 1.5% และปีหน้าที่ 4.8% ตามประมาณการณ์เดิม







