posttoday
SCBประเมินการเมืองป่วนส่งผลระยะสั้น

SCBประเมินการเมืองป่วนส่งผลระยะสั้น

03 มิถุนายน 2553

“ไทยพาณิชย์” ประเมินความวุ่นวายการเมืองส่งผลระยะสั้น จีดีพีปีนี้ยังโตฉลุย 4.5-5.5% แต่ห่วงการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศแผ่วต่อเนื่อง

“ไทยพาณิชย์” ประเมินความวุ่นวายการเมืองส่งผลระยะสั้น จีดีพีปีนี้ยังโตฉลุย 4.5-5.5% แต่ห่วงการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศแผ่วต่อเนื่อง

นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ผลความวุ่นวายทางการเมืองเป็นปัญหาระยะสั้น แม้บางอุตสาหกรรมจะได้รับผลกระทบหนักมาก แต่ผลต่อเศรษฐกิจโดยรวมอาจไม่รุนแรงอย่างที่คิด เนื่องจากเศรษฐกิจไทยยังมีโครงสร้างที่ดี ปัญหาการเมืองเพียงอย่างเดียวจะไม่นำไปสู่วิกฤติเศรษฐกิจโดยตรง อีกทั้งการส่งออกของไทยยังเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่ดีอยู่

อย่างไรก็ดีมีสิ่งที่น่ากังวลระยะยาว ซึ่งอาจเกิดจากปัญหาการเมือง คือ ปริมาณการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ ช่วงหลังมีสัญญาณแผ่วลงเหลือไตรมาสละ 1.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ  จากเดิมมีการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศไตรมาสละ 2.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ เนื่องจากกระทบความมั่นใจของนักลงทุนต่างประเทศที่อาจหันไปลงทุนในประเทศอื่นแทน ซึ่งเป็นการเสียโอกาส และมีผลกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะยาว

“เสถียรภาพการเมืองมีผลต่อความเชื่อมั่น หลายคนยังมองไม่ชัดว่ามันจะจบยังไง ยังมีความคลุมเครือว่าจะอยู่อีกสักพัก ส่งผลต่อความเชื่อมั่นเอกชน แต่คงไม่ถึงขั้นทำให้เศรษฐกิจฟุบติดลบ” นายเศรษฐพุฒิ กล่าว

นายเศรษฐพุฒิ กล่าวว่า ด้านผลการท่องเที่ยวนั้น 3 สัปดาห์แรกของเดือนพ.ค. พบว่าตัวเลขนักท่องเที่ยวที่ผ่านด่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิติดลบ 20% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะเดียวกันมีการประเมินว่าไตรมาสที่ 2 จำนวนนักท่องเที่ยวจะติดลบ 10-20% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อนจากปัญหาในประเทศที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้น่าเป็นห่วงว่า ปัญหาการเมืองที่ทำให้กว่า 10 ประเทศซึ่งมีสัดส่วนนักท่องเที่ยวประมาณ 30% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด ประกาศเตือนนักท่องเที่ยวให้หลีกเลี่ยงการเดินทางมากรุงเทพ และประเทศไทย ซึ่งก็ยากที่จะคาดเดาได้ว่าเมื่อไรการท่องเที่ยวจะฟื้นกลับมาดีเหมือนเดิม

นายเศรษฐพุฒิ กล่าวว่า หากมองภาพรวมเศรษฐกิจทั้งปี เชื่อว่าเศรษฐกิจจะเติบโตได้ 4.5-5.5% เนื่องจากโครงสร้างเศรษฐกิจไทยมีความแข็งแกร่ง การส่งออกยังไปได้ดี ซึ่งในทุกประเทศต้นเหตุที่ทำให้เกิดวิกฤติมาจาก ปัญหาด้านดุลชำระเงิน ปัญหาในภาคสถาบันการเงิน และปัญหาในด้านการคลัง ซึ่งไทยยังไม่มีความเสี่ยงเหล่านี้

สำหรับเศรษฐกิจไตรมาสที่ 2 นั้น เชื่อว่าจะขยายตัวได้ดีกว่า 4% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากเศรษฐกิจถูกขับเคลื่อนจากภาคส่งออก และแทบเป็นไปไม่ได้ที่เศรษฐกิจไตรมาสที่ 2 จะติดลบ เนื่องจากเครื่องยนต์ขับเคลื่อนหลัก คือ การส่งออกยังไปได้ดี โดยเดือนเม.ย. การส่งออกหลังหักมูลค่าการส่งออกทองคำยังเติบโตถึง 27% โดยได้แรงขับเคลื่อนจากการส่งออกสินค้าประเภทเครื่องจัก อิเล็กทรอนิกส์ และยานยนต์

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ