
หลอดไฟไทยปูพรมบุกตลาดอาเซียน
แอล แอนด์ อี พร้อมบุกอาเซียน ด้านตลาดไทยรับอานิสงส์โครงการรัฐดันโต 15-17%
แอล แอนด์ อี พร้อมบุกอาเซียน ด้านตลาดไทยรับอานิสงส์โครงการรัฐดันโต 15-17%
นายปกรณ์ บริมาสพร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไลท์ติ้ง แอนด์ อีควิปเมนท์ หรือ แอล แอนด์ อี ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายโคมไฟฟ้าและอุปกรณ์แสงสว่าง เปิดเผยว่า หลังจากการขยายสายการผลิตใหม่ของโรงงานที่ใช้งบลงทุน 800 ล้านบาท ซึ่งจะเสร็จในปลายไตรมาส 1/2558 ส่งผลให้บริษัทมีกำลังการผลิตหลอดไฟและอุปกรณ์แสงสว่างเพิ่มจากปัจจุบัน 5 ล้านชิ้น/ปี เป็น 10 ล้านชิ้น/ปี
ทั้งนี้ ส่งผลให้ในปีหน้าบริษัทพร้อมบุกตลาดในอาเซียนมากขึ้น เพราะเป็นตลาดที่มีศักยภาพเติบโตสูง จากการเร่งพัฒนาเมือง มีงานก่อสร้างอาคารใหม่ๆ จำนวนมาก ทำให้มีความต้องการหลอดไฟและอุปกรณ์แสงสว่างสูงมาก
“นับจากนี้อีก 3 ปี บริษัทจะบุกตลาดอาเซียนมากขึ้น โดยตั้งเป้ามีสัดส่วนรายได้จากตลาดต่างประเทศ 10% จากปัจจุบันอยู่ที่ 3% เท่านั้น ปัจจุบันมีตัวแทนจำหน่ายในหลายประเทศแล้ว เช่น ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ กัมพูชา พม่า รวมทั้งมีแผนเปิดสำนักงานขายในพม่าและเวียดนาม”
ขณะที่ตลาดในไทยจะเร่งขยายตลาดค้าส่งค้าปลีกให้มากขึ้น โดยเตรียมเปิดโชว์รูมแห่งใหม่ที่ราชพฤกษ์อยู่ในโครงการคริสตัลปาร์ค หรือซีดีซี ราชพฤกษ์ พื้นที่ประมาณ 2,000 ตารางเมตร ใช้เม็ดเงินลงทุน 30 ล้านบาท จากปัจจุบันมีโชว์รูมอยู่ที่ย่านรัชดาพระราม 9 เพียงแห่งเดียว คาดว่าจะทำให้บริษัทมียอดขายค้าปลีกค้าส่งมากขึ้นเป็น 30% จากปัจจุบัน 27%
สำหรับตลาดขายผ่านโครงการก็ยังเป็นสัดส่วนยอดขายหลัก แต่โครงสร้างจะเปลี่ยนไป จากปัจจุบันยอดขาย 70% มาจากการขายผ่านโครงการทั้งภาครัฐและเอกชน โดยตั้งเป้าภายใน 3 ปี จะเปลี่ยนเป็นตลาดโครงการในประเทศ 60% ตลาดค้าปลีกค้าส่งในประเทศ 30% และตลาดต่างประเทศ 10% พร้อมตั้งเป้ายอดขายเติบโต 15-17% ในปีนี้ เนื่องจากความต้องการหลอดไฟแอลอีดีเพิ่มขึ้นตามแนวโน้มประหยัดพลังงาน
ขึ้นทั้งจากตลาดซื้อใหม่ และตลาดเปลี่ยนหลอด เพราะประหยัดพลังงานได้มาก
ด้านภาพรวมตลาดหลอดไฟและอุปกรณ์แสงสว่างมูลค่า 1.2-1.3 หมื่นล้านบาท ในปี 2556 สัดส่วนของหลอดไฟแอลอีดีอยู่ที่ 24% และคาดว่าปีนี้จะเพิ่มเป็น 30% และขยายตัวต่อเนื่อง ซึ่งล่าสุดบริษัทได้งานโครงการเปลี่ยนหลอดไฟแอลอีดีของภาครัฐ 4 จังหวัด ได้แก่ จ.นครราชสีมา นครสวรรค์ ลำปาง และเชียงใหม่ รวมมูลค่า 100 ล้านบาทโดยคาดว่าปีหน้าความต้องการหลอดไฟแอลอีดีก็จะขยายตัวต่อเนื่อง
นายปกรณ์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของโครงการเปลี่ยนหลอดไฟแอลอีดีนำร่อง 4 กลุ่มจังหวัดของภาครัฐ ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 ปททุมธานี กลุ่มที่ 2 ภูเก็ต กลุ่มที่ 3 นครราชสีมา และกลุ่มที่ 4 นครสวรรค์ ลำปาง เชียงใหม่ กลุ่มละ 3,000 โคม คิดเป็นมูลค่ากลุ่มละ 50 ล้านบาท บริษัทได้รับงานด้วยกัน 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 3 และกลุ่มที่ 4 คิดเป็นมูลค่ารวม 100 ล้านบาท รับรู้รายได้ปีนี้ 50 ล้านบาท ส่วนอีก 50 ล้านบาทรับรู้ปีหน้า ด้านผลประกอบการปีนี้คาดว่ายอดขายจะเติบโต 15-20% จากยอดขายปีที่แล้วที่มีมูลค่า 2,500 ล้านบาท
ด้านการร่วมงาน PEA presents EcoLightTech Asia 2014 งานแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านแสงสว่างประหยัดพลังงานเพื่อผู้ประกอบการเป็นครั้งแรก เนื่องจากบริษัทมองว่าประเทศไทยเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมด้านแสงสว่างเพื่อผู้ประกอบการในภูมิภาคอาเซียน สอดคล้องกับแผนกลยุทธ์ของบริษัทที่จะบุกตลาดอาเซียน โดยงานดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-14 พ.ย. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์







