
กรุงศรีฯอัดงบโค้งสุดท้ายปีนี้กระตุ้นสินเชื่อ
กรุงศรี คอนซูมเมอร์ อัดงบการตลาด 1,200 ล้านบาท หวังเพิ่มยอดใช้บัตรเครดิตไตรมาสสุดท้ายของปีนี้
กรุงศรี คอนซูมเมอร์ อัดงบการตลาด 1,200 ล้านบาท หวังเพิ่มยอดใช้บัตรเครดิตไตรมาสสุดท้ายของปีนี้
นายฐากร ปิยะพันธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ กรุงศรี คอนซูมเมอร์ แชมป์ส่วนแบ่งการตลาดบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลอันดับ 1 ของไทย เปิดเผยว่า ช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้จะทุ่มงบประมาณด้านการตลาด 1,200 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นยอดใช้จ่ายผ่านบัตรและสินเชื่อใหม่ในปีนี้ให้เป็นไปตามเป้าหมาย
นายฐากร กล่าวว่า ในปีนี้ตั้งเป้าหมายใช้งบการตลาด 3,000 ล้านบาท แต่ยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในเครือกรุงศรีทั้งหมดซบเซาตามสถานการณ์วุ่นวายในประเทศ จึงชะลอแผนการตลาดและมาจัดหนักในช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้
นอกจากนี้ บริษัทได้ปรับเงื่อนไขและเพิ่มความเข้มงวดในการพิจารณาอนุมัติบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและหนี้ครัวเรือนที่ยังสูงขึ้น จึงส่งผลให้ช่วง 3 ไตรมาสที่ผ่านมา ยอดการอนุมัติลูกค้ารายใหม่ลดลงและไม่เป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้ นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 5 หมื่นบาทถึง 1 แสนบาท ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มลูกค้าที่ผ่อนรถคันแรกและผ่อนบ้านด้วย จึงเป็นกลุ่มที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีภาระหนี้สินสูง มีสัดส่วนหนี้สินเพิ่มขึ้นอีก 3% ภายใน 1 ปี เมื่อเทียบค่าเฉลี่ยหนี้สินกับรายได้ปกติจะอยู่ที่ประมาณ 39% ทำให้ปัจจุบันลูกค้าใหม่ไม่ผ่านการอนุมัติเพิ่มขึ้น 7-10% เมื่อเทียบกับสถานการณ์ปกติที่บัตรเครดิตจะผ่านการอนุมัติ 50-55% และสินเชื่อส่วนบุคคลผ่านการอนุมัติ 40-45%
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือเอ็นพีแอลนั้น ปัจจุบันอยู่ที่ 1.3-1.4% เพิ่มขึ้น 0.6-0.7% ส่วนสินเชื่อส่วนบุคคลอยู่ที่ 3.4-3.5% เพิ่มขึ้น 1% ขณะที่ยอดสินเชื่อใหม่อยู่ที่ 2.6-2.7 แสนล้านบาท เติบโต 6% แต่ก็ยังต่ำกว่าเป้า โดยสิ้นปีตั้งเป้าไว้ 3.1 แสนล้านบาท ซึ่งฐานลูกค้าหลัก 75% เป็นผู้ที่มีรายได้ประจำ ส่วนที่เหลืออีก 25% เป็นเจ้าของธุรกิจหรือมีอาชีพอิสระ
“ปัญหาหลักไม่ใช่เรื่องเอ็นพีแอลที่เพิ่มขึ้น เพราะเรายังคุมได้อยู่ แต่ห่วงเรื่องหนี้ครัวเรือนมากกว่า ทำให้เราเริ่มเข้มงวดมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว และคาดว่าจะทำอย่างนี้ไปอีก 2 ปี หรือปี 2558-2559 เพราะมองว่ายังมีปัญหาเรื่องหนี้ครัวเรือนอยู่
“สำหรับกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้ต่ำกว่า 1 หมื่นบาท หรือกลุ่มบัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ ที่ไม่ได้รับการอนุมัติบัตรใหม่มาตั้งแต่ปลายปี 2556 ซึ่งปัญหาเกิดจากค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น และมีหนี้สินเดิมอยู่แล้ว ขณะที่กลุ่มที่มีรายได้ 13 หมื่นบาท/ เดือน ก็เข้มงวดรองลงมา ส่วนกลุ่มที่มีรายได้ 35 หมื่นบาท/เดือน ไม่น่ากังวล” นายฐากร กล่าว
บริษัทได้ปรับเงื่อนไขและเพิ่มความเข้มงวดในการพิจารณาอนุมัติบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและหนี้ครัวเรือนที่ยังสูงขึ้น จึงส่งผลช่วง 3 ไตรมาสที่ผ่านมา ยอดการอนุมัติลูกค้ารายใหม่ลดลงและไม่เป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้
นางสาลินี วังตาล ประธานกรรมการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) กล่าวว่า เศรษฐกิจจะฟื้นตัวได้ช้าหรือเร็วน่าจะอยู่ที่ความเชื่อมั่น เพราะถ้าเชื่อมั่นคนจะกล้านำเงินในอนาคตมาใช้จ่าย ขณะที่ธนาคารก็จะกล้าให้ยืม ในขณะนี้เศรษฐกิจฟื้นช้ากว่าที่คาดไปบ้าง น่าจะมาจากปัจจัยที่มาฉุดรั้ง คือ ภาคการเกษตรที่ราคาพืชผลไม่ดี ทำให้คนทั่วประเทศ ไม่ใช่แค่ใน กทม.หรือหัวเมืองใหญ่ชะลอการจับจ่ายใช้สอยเท่านั้น







