
กสิกรไทยทุ่มงบ1,500ล.รุกธุรกรรมดิจิทัลรายใหญ่
กสิกรไทยทุ่ม 1,500 ล้านบาท พัฒนาธุรกรรมดิจิทัลให้รายใหญ่ ตอบโจทย์ลดขั้นตอนและต้นทุนลูกค้า
กสิกรไทยทุ่ม 1,500 ล้านบาท พัฒนาธุรกรรมดิจิทัลให้รายใหญ่ ตอบโจทย์ลดขั้นตอนและต้นทุนลูกค้า
นายวศิน วณิชย์วรนันต์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารได้ใช้เม็ดเงินลงทุน 1,500 ล้านบาท ในการพัฒนาระบบธุรกรรมการเงินดิจิทัลสำหรับลูกค้าธุรกิจในช่วง 35 ปีที่ผ่านมา ภายใต้แนวคิด บิซ ออโตเมชั่น ที่เป็นกลุ่มบริการผลิตภัณฑ์ทางการเงินครอบคลุม 2 บริการหลัก คือ บริการจัดการด้านการเงิน และบริการการค้าระหว่างประเทศ ที่มีธุรกรรมการเงินเป็นมูลค่าสูง
ทั้งนี้ บริการดังกล่าวตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า 5 ด้าน คือ ทำธุรกรรมได้ทุกที่ทุกเวลา ทำธุรกรรมได้หลากหลายช่องทางทั้งโทรศัพท์มือถือและออนไลน์ ทำธุรกรรมได้ด้วยสกุลเงินหลักทั่วโลก ทำธุรกรรมจำนวนมากได้ผ่านระบบบัลค์ เพย์เมนต์ แอนด์ คอลเลกชั่น และธุรกรรมต่างประเทศถึงคู่ค้าภายในวันเดียว
สำหรับบริการธุรกรรมการเงินดิจิทัล สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่จะยกระดับประเทศไทยเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัล ประเมินว่า จะช่วยลดต้นทุนให้ลูกค้าแต่ละรายลง 10% และช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจจากการประหยัดขั้นตอนและเวลา
“ศักยภาพทางการแข่งขันของไทยลดลง ช่วง 23 ปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยเติบโตต่ำกว่าที่ควรจะเป็น คือ 5% แต่ปีนี้การเติบโตจะอยู่เพียง 12% ส่วนปีหน้าคาดว่าจะอยู่ที่ 4% ยังต่ำอยู่ หากเรายังแข่งขันด้านต้นทุนถูกคงสู้ประเทศเพื่อนบ้านไม่ได้ ดังนั้นดิจิทัลเป็นคำตอบที่จะพาประเทศกลับขึ้นไปสู่ระดับศักยภาพอีกครั้ง” นายวศิน กล่าว
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า มีลูกค้าสัดส่วนน้อยที่ใช้ธุรกรรมดิจิทัล เพราะเคยชินกับรูปแบบเดิมๆ ที่มีหลักฐานยืนยันชัดเจน มีกฎหมายการเงินรองรับ ขณะที่ธุรกรรมดิจิทัลกฎหมายยังไม่ชัดเจน ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องเร่งปฏิรูปให้ทันกระแสโลก
นายวศิน กล่าวว่า ช่วง 8 เดือน สินเชื่อรายใหญ่เติบโตเกือบ 3% ต่ำกว่าเป้าหมายเล็กน้อย ยอดคงค้างอยู่ที่ 4.34 แสนล้านบาท แต่ธนาคารยังมีหลายโครงการที่รอดำเนินการช่วงปลายปี จึงเชื่อว่าเป้าหมายที่ 57% จะทำได้
นอกจากนี้ การส่งออกที่หดตัวกระทบกับสินเชื่อบ้าง เพราะลูกค้าส่งออกมีสัดส่วน 88% ของลูกค้ารายใหญ่ แต่ยอดธุรกรรมการเงินของธนาคารยังเพิ่มขึ้นราว 10% เพราะมีลูกค้าใหม่ สร้างรายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น ส่งผลให้รายได้รวมยังเป็นไปตามเป้า และสัดส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมต่อรายได้รวมเพิ่มขึ้นเป็น 57%







