posttoday
บอร์ด กสท. ร้าวหนัก ปมขัดแย้งช่อง 3 ออนแอร์คู่ขนาน

บอร์ด กสท. ร้าวหนัก ปมขัดแย้งช่อง 3 ออนแอร์คู่ขนาน

30 กันยายน 2557

ดูเหมือนว่าปัญหาความวุ่นวายกรณีช่อง 3 อะนาล็อกที่กำลังหาทางออกอากาศคู่ขนานในช่อง 33 เอชดีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ได้หยุดอยู่แค่ว่าช่อง 3 จะออกอากาศคู่ขนานได้หรือไม่เท่านั้น

ดูเหมือนว่าปัญหาความวุ่นวายกรณีช่อง 3 อะนาล็อกที่กำลังหาทางออกอากาศคู่ขนานในช่อง 33 เอชดีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ได้หยุดอยู่แค่ว่าช่อง 3 จะออกอากาศคู่ขนานได้หรือไม่เท่านั้น

เพราะความวุ่นวายกรณีช่อง 3 ที่ลุกลามและยังหาข้อสรุปที่ชัดเจนไม่ได้ตลอด 1 เดือนนั้น มีสาเหตุมาจากปมขัดแย้งภายในบอร์ด กสท. ที่มีอยู่ 5 คน ซึ่งสะสมมายาวนาน และปะทุขึ้นอย่างชัดเจนในกรณีนี้

สะท้อนได้จากมติเสียงข้างมากและเสียงข้างน้อย ซึ่งแบ่งการแถลงข่าวผลการประชุมบอร์ดเป็น 2 รอบ คือ รอบที่แถลงโดยเสียงข้างมากซึ่งประกอบด้วย พล.ท.พีระพงษ์ มานะกิจ สุภิญญา กลางณรงค์ และ ธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์ แล้วจึงตามมาด้วยการแถลงของเสียงข้างน้อย ซึ่งประกอบด้วย พ.อ.นที ศุกลรัตน์ และ พ.ต.อ.ทวีศักดิ์ งามสง่า เป็นการตอกย้ำถึงความขัดแย้งภายในบอร์ดได้อย่างชัดเจน

ในขณะที่ตัวแปรสำคัญคือ พล.ท.พีระพงษ์ ที่มีสิทธินั่งเป็นประธานบอร์ด กสท. แทน พ.อ.นที ประธานบอร์ดคนปัจจุบัน เลือกที่จะแสดงจุดยืนตรงข้ามกับ พ.อ.นทีในแทบจะทุกเรื่อง

ล่าสุดกรณีบอร์ด กสท.พิจารณาปมให้ช่อง 3 อะนาล็อก ออกอากาศคู่ขนานในช่อง ช่อง 33 เอชดี และมีมติ 3:2 เห็นชอบแนวทางการออกอากาศคู่ขนานของช่อง 3 โดยให้ บริษัท บีอีซี มัลติมีเดีย ยื่นผังรายการออกอากาศมาให้ กสท.พิจารณา ซึ่งในผังรายการดังกล่าวให้มีรายการของช่อง 3 อะนาล็อกได้

ทั้งนี้ บอร์ด กสท.เสียงข้างมาก ระบุว่า ขณะนี้มี 2 แนวทางให้ช่อง 3 เลือก คือ ทางแรก ให้บริษัท บีอีซี มัลติมีเดีย ผู้ได้รับใบอนุญาตช่องดิจิทัล ยื่นผังรายการออกอากาศมาให้ กสท.พิจารณา ซึ่งในผังรายการที่ยื่นมานั้นสามารถประกอบด้วยรายการของช่อง 3 ระบบอะนาล็อกได้ แต่ทางบีอีซีต้องยืนยันว่ามีอำนาจควบคุมและรับผิดรับชอบได้ หากกรณีรายการที่นำมาออกอากาศเกิดปัญหา ซึ่งหลังได้รับหนังสือยืนยันจากบีอีซีแล้ว บอร์ดจะพิจารณาอนุญาตให้การออกอากาศคู่ขนานครั้งนี้ถูกต้อง และไม่ถือว่าบีอีซีดำเนินการขัดมาตรา 9 พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551

ส่วนอีกแนวทาง คือ หากช่อง 3 ไม่เลือกออกอากาศคู่ขนาน แต่ยังอยากออกอากาศบนโครงข่ายเคเบิล ดาวเทียมก็ให้ยื่นขอใบอนุญาตช่องรายการเป็นเพย์ทีวี ซึ่งก็ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข คือ มีโฆษณาได้เพียง 6 นาที/ชั่วโมง

สำหรับประเด็นเรื่องคนละนิติบุคคล ที่มีการเสนอให้ต้องแก้ประกาศและออกบทเฉพาะกาลขยายสัดส่วนแบ่งเวลาเป็น 100% นั้น ไม่เห็นด้วยเด็ดขาด เพราะจะกระทบทั้งอุตสาหกรรม โดยเฉพาะการแก้ประกาศเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับช่องเดียว และช่อง 7 ทำหนังสือทักท้วง กสท. ว่าไม่เห็นด้วย

ด้าน บอร์ด กสท.เสียงข้างน้อย ยืนกรานว่า หากจะให้ช่อง 3 อะนาล็อกออกอากาศคู่ขนาน จะต้องแก้ไขมาตรา 9 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 และมาตรา 43 พ.ร.บ. กสทช. 2553 ที่กำหนดชัดเจนว่า “ผู้ได้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ต้องประกอบกิจการด้วยตัวเอง จะโอนสิทธิให้ผู้อื่นดำเนินการแทนมิได้”

นอกจากนี้ ได้สอบถามไปยัง สวัสดิ์ โชติพานิช อดีตประธานศาลฎีกา ซึ่งมีความเห็นว่า กฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนดชัดเจนว่า แม้บริษัททั้งสองจะเป็นบริษัทในเครือเดียวกันและมีผู้บริหารชุดเดียวกัน ก็ไม่ทำให้บริษัททั้งสองเป็นบริษัทเดียวกันได้ ซึ่งในกรณีช่อง 3 ทางบีอีซี มัลติมีเดีย เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการโทรทัศน์ช่อง 33 เอชดี การแบ่งเวลาให้ผู้อื่นดำเนินรายการต้องเป็นไปตามที่ กสท.กำหนดเท่านั้น

ในขณะที่กฎหมายเปิดให้ กสท. สามารถกำหนดเรื่องการแบ่งเวลาได้ โดยการออกบทเฉพาะกาลใน ประกาศ เรื่อง หลักเกณฑ์การแบ่งเวลาให้ผู้อื่นดำเนินรายการ พ.ศ. 2556 ขยายสัดส่วนการแบ่งเวลาให้ผู้อื่นดำเนินรายการเป็น 100% จากเดิมที่กำหนดไว้ขั้นต่ำ 10% แต่ไม่เกิน 40% เพื่อให้ช่อง 3 อะนาล็อกสามารถไปเช่าเวลาออกอากาศช่อง 33 เอชดีได้

แม้บอร์ด กสท.จะมีมติยุติช่อง 3 ออนแอร์คู่ขนานได้แล้ว แต่ความขัดแย้งในบอร์ด กสท.ยังไม่มียุติ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท