
เลคิเซ่ปรับแฟรนไชส์ลงทุนง่ายขึ้น
รับเศรษฐกิจยังซบผู้สนใจลงทุนเพิ่มชูใช้งบน้อยเงินดี
รับเศรษฐกิจยังซบผู้สนใจลงทุนเพิ่มชูใช้งบน้อยเงินดี
เลคิเซ่ สบช่องเศรษฐกิจยังซบ ส่งแฟรนไชส์ขายหลอดเฟส 2 ชูลงทุนน้อยกำไรงามปั๊มรายได้
น.ส.รัฐวิไล รังษีสิงห์พิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ เลคิเซ่กรุ๊ป ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายหลอดไฟเลคิเซ่ เปิดเผยว่า บริษัทได้เดินหน้าขยายช่องทางจำหน่ายแฟรนไชส์สานต่อโครงการเลคิเซ่ สว้างสว่าง สร้างทางรวย เฟส 2 โดยปรับรูปแบบการลงทุนใหม่จากเดิมเริ่มต้นที่ 4 หมื่นบาท เป็น 3 ระดับ เริ่มตั้งแต่ 3,000 บาท 1 หมื่นบาท และ 2.54 หมื่นบาท และเตรียมเปิดเฟส 3 ในอีก 2 เดือนจากนี้
ทั้งนี้ จากภาวะเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวดีนักในไตรมาสสุดท้าย ปีนี้จึงมีแนวโน้มว่าจะมีผู้สนใจลงทุนทำธุรกิจที่สร้างรายได้เสริมเพิ่มขึ้น จึงขยายรูปแบบการลงทุนเพื่อผู้ที่สนใจทำแฟรนไชส์หลอดไฟลงทุนได้ง่ายขึ้น โดยมีสินค้าให้เลือกจำหน่าย 70 รายการจากทั้งหมด 1,500 รายการ ตั้งเป้าคืนทุนหลังเดือนที่ 4 กำไร 20%
สั่งซื้อสินค้า 4 หมื่นบาท ต่อเนื่อง 4 เดือน รับทองคำหนัก 1 บาท เป็นต้น ตั้งเป้าผู้ลงทุนจะคืนทุนได้ตั้งแต่ 4 เดือนเป็นต้นไป
ปัจจุบันมีผู้ซื้อแฟรนไชส์ไป 20-30 ราย สร้างสัดส่วนรายได้ 0.3-0.5% จากรายได้รวม และตั้งเป้า 5 ปีข้างหน้าจะมีรายได้จากการขายแฟรนไชส์ 8-10% ของรายได้รวม ขณะที่รายได้รวมสิ้นปีนี้คาดเติบโต 10%
ส่วนช่องทางขายหลักของบริษัทยังมาจากการทำรับจ้างผลิต 30% ผ่านร้านค้าปลีกรายย่อย 25% โมเดิร์นเทรด 15%”น.ส.รัฐวิไล กล่าว
ขณะที่ตลาดหลอดไฟรวมมูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาท ปีนี้มีอัตราเติบโต 25% เพราะได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว เมื่อเทียบกับปกติตลาดเติบโตมากกว่า 510% ส่วนตลาดหลอดไฟแอลอีดี หรือหลอดประหยัดพลังงานมีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันมีสัดส่วน 30-40% และหลอดนีออนที่มีสัดส่วน 6070% ของตลาดรวมมีการเติบโตลดลง
น.ส.รัฐวิไล กล่าวว่า ภาพรวมการแข่งขันตลาดในไทยและอาเซียน เลคิเซ่ ต้องสู้กับแบรนด์ระดับโลก ฟิลิปส์ และโตชิบา สำหรับในไทยจะแข่งขันขยายช่องทางตลาดโครงการ อสังหาริมทรัพย์ หน่วยงานราชการ เป็นหลัก ซึ่งบริษัทได้เริ่มเข้ามาทำตลาดเมื่อ 4 ปีที่ผ่านมา มีสัดส่วนที่น้อยมากราว 15% ส่วนในตลาดหลอดไฟในอาเซียนมีอัตราเติบโตสูง หลังจากภาวะเศรษฐกิจ การค้าขยายตัว ส่งผลให้มีงานก่อสร้างอาคาร สำนักงานเกิดขึ้นจำนวนมาก
นอกจากนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญกับการปั้นแบรนด์เลคิเซ่เพื่อส่งออกมากขึ้น จากเดิมเป็นการรับจ้างผลิตส่งออกไปกว่า 40 ประเทศทั่วโลก ภายในปีนี้จะเปิดตลาดให้ครบ 6 ประเทศในอาเซียน และเข้าไปตั้งสำนักงาน ที่ เวียดนาม ลาว กัมพูชา และจีน ต่อด้วย ส่วนอินโดนีเซีย คาดว่าปีหน้ารายได้จากต่างประเทศจะเพิ่มจาก 25-30% เป็น 35% ส่วนในประเทศจาก 70-75% เหลือ 65%โดยสิ้นปีนี้ตั้งเป้ารายได้เติบโต 10%sinv
สำหรับรายได้สิ้นปีตั้งเป้าเติบโต 10% โดยรายได้จะมาจากการขายแฟรนไชส์เฟส 2 ราว 7 แสน – 1 ล้านบาทต่อเดือน หลังจากก่อนหน้านี้ได้ขายแฟรนไชส์ 2 ปี รายได้เพียง 5 แสนบาทต่อเดือน และหากเปิดเฟส 3 จะสร้างรายได้ 2 ล้านบาทต่อเดือน ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งผลักดันรายได้รวมให้ได้ตามเป้าหมาย หลังจาก 8 เดือนที่ผ่านมาบริษัทพลาดเป้าการเติบโต







