
ธุรกิจกับซีเอสอาร์
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมากระแสในเรื่องของการพัฒนาที่ยั่งยืนมาแรงมากค่ะในเวทีโลก เราเห็นหัวข้อการถกเถียงในเชิงวิชาการและนโยบายมากมายที่เกี่ยวข้องกับวาระการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลกไม่ว่าจะเป็นเรื่องความไม่เท่าเทียมกันในสังคม ปัญหาโลกร้อน การใช้พลังงานทดแทน การรักษาสิ่งแวดล้อม การมีจริยธรรมในภาคธุรกิจ เป็นต้น ซึ่งการบรรลุเป้าหมายในแต่ละเรื่องที่ยกตัวอย่างขึ้นมาก็เพื่อไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนค่ะ โดยในรายละเอียดเราจะเห็นหัวข้อย่อยลงไปที่เป็นกรอบเพื่อให้แต่ละภาคส่วนของสังคมโลกปัจจุบันสามารถนำไปปฏิบัติเพื่อไปถึงเป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืน
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมากระแสในเรื่องของการพัฒนาที่ยั่งยืนมาแรงมากค่ะในเวทีโลก เราเห็นหัวข้อการถกเถียงในเชิงวิชาการและนโยบายมากมายที่เกี่ยวข้องกับวาระการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลกไม่ว่าจะเป็นเรื่องความไม่เท่าเทียมกันในสังคม ปัญหาโลกร้อน การใช้พลังงานทดแทน การรักษาสิ่งแวดล้อม การมีจริยธรรมในภาคธุรกิจ เป็นต้น ซึ่งการบรรลุเป้าหมายในแต่ละเรื่องที่ยกตัวอย่างขึ้นมาก็เพื่อไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนค่ะ โดยในรายละเอียดเราจะเห็นหัวข้อย่อยลงไปที่เป็นกรอบเพื่อให้แต่ละภาคส่วนของสังคมโลกปัจจุบันสามารถนำไปปฏิบัติเพื่อไปถึงเป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืน
ในส่วนของภาคธุรกิจเองที่ผ่านมาก็มีการตื่นตัวในเรื่องนี้เหมือนกันทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก โดยแนวทางที่เป็นที่ยอมรับและมีการปฏิบัติกันอย่างแพร่หลาย เพื่อไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนก็คือเรื่องของความรับผิดชอบต่อสังคมของบริษัท (Corporate Social Responsibility) หรือ CSR ค่ะ
ทั้งนี้ ก็เนื่องจากว่าที่ผ่านมาหลายฝ่ายมักจะมององค์กรทางธุรกิจว่าเป็นหน่วยทางสังคมที่มุ่งแต่หากำไรสูงสุดเข้าตัวเองอย่างเดียว โดยไม่สนใจว่าสังคมรอบข้างนั้นจะได้รับผลกระทบอะไรจากการกอบโกยของบริษัทบ้าง มุมมองของ CSR นั้นเห็นว่าธุรกิจและสังคมควรอยู่อย่างเกื้อกูลกัน ธุรกิจควรดำเนินงานอย่างใส่ใจและรับผิดชอบต่อสังคม ขณะที่กิจการที่มี CRS นั้นจะช่วยยกระดับกำไรในระยะยาวได้
พื้นฐานทางทฤษฎีของ CSR ในทางปฏิบัติแล้วยังมีความแตกต่างในรายละเอียดอยู่มาก ทั้งนี้ทฤษฎี CSR นั้นสามารถจำแนกได้เป็นหลายสำนักในหลายประเทศ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นทฤษฎี CSR ของแคนาดา CSR ตามแนวคิดของอเมริกันและอังกฤษ ทฤษฎี CSR ตามแบบของยุโรป ทั้งนี้ก็แสดงให้เห็นถึงรากฐานและมุมมองของ CSR ที่แตกต่างกันตามรากฐานทางวัฒนธรรมและภูมิศาสตร์ที่องค์กรธุรกิจตั้งอยู่ ดังนั้นในแง่หนึ่งที่องค์กรมีนโยบายด้าน CSR ที่ชัดเจนนั้น การนำไปใช้จะต้องคำนึงถึงสภาพสังคมที่ธุรกิจไปดำเนินงานอยู่เป็นสำคัญค่ะ
การทำ CSR ของธุรกิจนั้นสามารถทำได้ในหลายมิติของสังคมไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ การประหยัดพลังงาน ด้านศิลปะและวัฒนธรรม การศึกษา ด้านแรงงาน การพัฒนาชุมชน ฯลฯ ซึ่งนั่นหมายความว่ากิจกรรม CSR นั้นไม่ได้จำกัดแค่การบริจาคเงินอย่างเดียว
แต่สิ่งที่สำคัญคือ CSRนั้นจะต้องเป็นส่วนสำคัญของกระบวนการทางธุรกิจและอยู่ในวัฒนธรรมองค์กร ซึ่งนั่นจะต้องอาศัยการมีส่วนร่วมอย่างสำคัญและมีการผลักดันร่วมกันจากทั้งผู้บริหาร พนักงาน ผู้ถือหุ้น คู่ค้า และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหลายของธุรกิจค่ะ กระบวนการ CSR ถึงจะถูกผลักดันไปสู่เป้าหมายและเกิดความยั่งยืนค่ะ
ในฐานะที่ดิฉันอยู่ในองค์กรธุรกิจที่เน้น CSR ในฐานะคุณค่าหลักอย่างหนึ่งขององค์กรต้องบอกว่าโจทย์ของการผลักดัน CSR ให้ขับเคลื่อนอย่างพร้อมเพรียงกันทั้งองค์กรไม่ใช่เรื่องง่ายค่ะ โดยเฉพาะกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่มีลักษณะของโครงการที่เมื่อขายหมดจนปิดโครงการแล้วธุรกิจก็จะไม่มีส่วนได้เสียอะไรกับสังคมหรือชุมชนรอบๆ โครงการหลังจากนั้นเลย
ดังนั้น แล้วการที่จะผลักดัน CSR ให้ได้ผลจึงเกิดขึ้นจากความตั้งใจจริงและ Passion ของผู้บริหารระดับสูงที่ต้องตอกย้ำให้เห็นถึงความสำคัญในเรื่อง CSR มากและอย่างสม่ำเสมอค่ะ







