
ตัวเลขเศรษฐกิจยังช่วยกำหนดทิศทางค่าเงินต่อไปในสัปดาห์นี้
สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวระหว่าง 32.10-32.40 ในสัปดาห์นี้ แม้ว่าสัปดาห์นี้ยังเป็นสัปดาห์ที่ยังไม่มีปัจจัยใหม่มากระทบค่าเงินมากนัก แต่นักลงทุนน่าจะยังให้ความสำคัญกับภาวะและแนวโน้มเศรษฐกิจเป็นสำคัญ ดังนั้นตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐน่าจะเป็นตัวบ่งชี้ว่าค่าเงินดอลลาร์จะแข็งค่าไปมากน้อยแค่ไหน
สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวระหว่าง 32.10-32.40 ในสัปดาห์นี้ แม้ว่าสัปดาห์นี้ยังเป็นสัปดาห์ที่ยังไม่มีปัจจัยใหม่มากระทบค่าเงินมากนัก แต่นักลงทุนน่าจะยังให้ความสำคัญกับภาวะและแนวโน้มเศรษฐกิจเป็นสำคัญ ดังนั้นตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐน่าจะเป็นตัวบ่งชี้ว่าค่าเงินดอลลาร์จะแข็งค่าไปมากน้อยแค่ไหน
สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่ควรติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ อัตราเงินเฟ้อ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคและตัวเลขภาคการจ้างงานของสหรัฐ และตัวเลขการส่งออกและอัตราเงินเฟ้อของไทย ส่วนปัจจัยสำคัญที่ยังต้องจับตามองคือ การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของยูโรโซน ซึ่งครั้งนี้จะมีการกล่าวถึงรายละเอียดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เป็นการซื้อพันธบัตรและตราสารทางการเงินที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันมากขึ้น
อย่างไรก็ดี นักลงทุนน่าจะให้น้ำหนักกับตลาดแรงงานของสหรัฐ ทั้งการจ้างงานภาคนอกเกษตรและอัตราว่างงานเป็นสำคัญ ซึ่งหากออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดก็น่าจะหนุนให้เงินเหรียญสหรัฐอยู่ในแนวโน้มที่แข็งค่าอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับเงินสกุลอื่นๆ เนื่องจากนักลงทุนมองว่าเฟดอาจปรับดอกเบี้ยเร็วขึ้น หากตลาดแรงงานสามารถฟื้นตัวได้เร็วกว่าที่เคยประเมินไว้
สำหรับหุ้นกู้ตลาดแรกในสัปดาห์ที่ผ่านมา หุ้นกู้กลุ่มธุรกิจการเกษตร อันดับเครดิต A+ ออกเสนอขายหุ้นกู้ให้กับผู้ลงทุนรายใหญ่และผู้ลงทุนสถาบัน อายุ 5 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.89% จำนวน 900 ล้านบาท อายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ย 4.52% จำนวน 2,000 ล้านบาท และอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ย 4.8% จำนวน 3,200 ล้านบาท และหุ้นกู้มีประกันใต้โครงการที่ได้รับอนุญาตตามพระราชกำหนดนิติบุคคลเฉพาะกิจเพื่อการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ พ.ศ. 2540 และได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ชนิดทยอยชำระคืนเงินต้นด้วยกระแสรายรับจากสิทธิเรียกร้องในค่างวดตามสัญญากู้เงินเพื่อที่อยู่อาศัยของบริษัทนิติบุคคลเฉพาะกิจ บตท. (7) เสนอขายให้ผู้ลงทุนรายใหญ่ และผู้ลงทุนสถาบัน อายุ 5 ปี ดอกเบี้ย 4.25% จำนวน 3,200 ล้านบาท ส่วนหุ้นกู้ตลาดรองมีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนเล็กน้อย อัตราผลตอบแทนของหุ้นกู้ปรับลดลงต่อเนื่อง โดยเป็นผลจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่ปรับลดลงทุกช่วงอายุ และความต้องการซื้อหุ้นกู้เพิ่มขึ้นเนื่องจากตลาดอยู่ในช่วง Risk on
ในสัปดาห์ก่อนหน้า ค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ 32.20 และเคลื่อนไหวในแนวโน้มอ่อนค่าและวิ่งอยู่ในกรอบแคบตลอดสัปดาห์ เนื่องจากไม่มีปัจจัยใหม่ๆ มากำหนดอย่างชัดเจน มีเพียงการซื้อขายเงินเหรียญสหรัฐจากผู้นำเข้าและผู้ส่งออกเพื่อการทำธุรกรรมในช่วงปลายเดือนเป็นหลัก ซึ่งไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเงินบาทมากนัก ในช่วงกลางสัปดาห์ ภายหลังรายงานตัวเลขผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของจีนในเดือน ก.ย. ดีกว่าที่ตลาดคาดเล็กน้อย ทำให้นักลงทุนผ่อนคลายความกังวลจากการที่เศรษฐกิจจีนชะลอตัวลงต่อเนื่อง จึงมีกระแสเงินไหลเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่ และช่วยหนุนให้เงินบาทปรับแข็งค่าได้ขึ้นเล็กน้อย
อย่างไรก็ดี ในขณะที่เงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้นมากเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่นๆ ค่าเงินบาทปรับอ่อนค่าลงบ้างแต่ไม่รุนแรงนัก เนื่องจากนักลงทุนบางส่วนทยอยขายเงินดอลลาร์ เพื่อการเก็งกำไรระยะสั้นจากการที่เงินดอลลาร์ปรับแข็งค่ามาอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ปลายสัปดาห์เงินบาทปิดตลาดที่ 32.285







