
ธ.ก.ส.ปิดกองทุนชาวนา
ธ.ก.ส. ประกาศคืนเงินกองทุนช่วยชาวนา 1.4 หมื่นล้าน พร้อมออกเงินฝากพิเศษ 3% สกัดเงินไหลออก
ธ.ก.ส. ประกาศคืนเงินกองทุนช่วยชาวนา 1.4 หมื่นล้าน พร้อมออกเงินฝากพิเศษ 3% สกัดเงินไหลออก
นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส.ได้ปิดโครงการกองทุนช่วยเหลือชาวนา ที่ได้ระดมทุนบริจาคและรับฝากจากประชาชนทั่วไปเพื่อนำเงินไปจ่ายให้แก่ชาวนาที่ยังไม่ได้รับเงินจากโครงการรับจำนำข้าวเปลือกปีการผลิต 2556/2557 จากเดิมที่กำหนดปิดโครงการไว้วันที่ 31 ธันวาคม 2557 มาเป็นวันที่ 30 กันยายน 2557 โดยผลการดำเนินงานของกองทุนช่วยเหลือชาวนามียอดผู้มีจิตใจเป็นกุศลเข้าร่วมบริจาคและสมทบทั้งสิ้น 1.42 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น 1. กองทุนช่วยเหลือชาวนา (เงินบริจาค) จำนวน 30.3 ล้านบาท 2. เงินสมทบกองทุนช่วยเหลือชาวนา (แบบไม่มีผลตอบแทน) จำนวน 9.16 แสนบาท และ 3. เงินสมทบกองทุนช่วยเหลือชาวนา (แบบมีผลตอบแทน 0.63% ) จำนวน 1.32 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ในส่วนของกองทุนที่ 1 ธ.ก.ส. จะนำไปมอบให้กับมูลนิธิเพื่อนำไปต่อยอดการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและสาธารณประโยชน์ต่างๆ ตามเจตนารมณ์ของผู้ร่วมบริจาคผ่านมูลนิธิชัยพัฒนา และมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก ส่วนกองทุนที่ 3 ซึ่งให้ผลตอบแทน 0.63 % นั้น ธ.ก.ส. ไม่ได้ขอชดเชยจากรัฐบาล เนื่องจากในช่วงที่ระดมเงินกองทุนให้ครบตามจำนวนก่อนนำไปช่วยเหลือชาวนา ธ.ก.ส. ได้มีการบริหารจัดการเงินดังกล่าวเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดทำให้มีผลตอบแทนที่เพียงพอสำหรับการจ่ายดอกเบี้ยดังกล่าว
นอกจากนี้เพื่อตอบแทนน้ำใจของประชาชนที่ได้ร่วมสนับสนุนโครงการกองทุนช่วยเหลือชาวนา ธ.ก.ส. ได้จัดทำหนังสือขอบคุณไปยังผู้ร่วมบริจาคพร้อมแจ้งเรื่องการจ่ายเงินคืนให้กับผู้เข้าร่วมสมทบเงินกับกองทุนที่ 2 และกองทุนที่ 3 รวมทั้งได้ออกผลิตภัณฑ์เงินฝาก “ทุ่งรวงทอง” แทนคำขอบคุณที่ได้ช่วยเหลือชาวนาในภาวะวิกฤติ สำหรับบุคคลธรรมดา อัตราดอกเบี้ย 3 % กำหนดระยะเวลารับฝาก 11 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2557 – 31 สิงหาคม 2558 โดยไม่เสียภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก ฝากขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 1,000 บาท สูงสุดไม่เกินจำนวนเงินที่ฝากไว้ในกองทุนช่วยเหลือชาวนา
ทั้งนี้ เพื่อเชิญชวนให้ผู้เข้าร่วมสมทบในกองทุนช่วยเหลือชาวนาทุกท่านได้มาใช้บริการเงินฝากจาก ธ.ก.ส. โดยเงินทุกบาทที่รับฝากธนาคารจะนำไปเป็นทุนสนับสนุนการประกอบอาชีพของเกษตรกรและการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของประเทศต่อไป







