posttoday
ธปท.หั่นเป้าเศรษฐกิจปีหน้า

ธปท.หั่นเป้าเศรษฐกิจปีหน้า

28 กันยายน 2557

นายเมธี สุภาพงษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า

นายเมธี สุภาพงษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.ได้มีการปรับลดประมาณการการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปี 2558 เหลือ 4.8% จากเดิม 5.5% โดยปรับลดการเติบโตการส่งออกเหลือ 4% จากเดิม 6% ขณะที่เงินเฟ้อจะลดเหลือ 2.1% จากประมาณการเดิมที่ 2.5% ส่วนการบริโภคภาคเอกชนจะขยายตัวลดลงเหลือ 4% จากเดิม 4.7% การลงทุนภาคเอกชนจะฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยปีหน้าขยายตัว 10.2% จากเดิม 11.2% เช่นเดียวกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่ปรับลดประมาณการเหลือ 27 ล้านคน จากเดิมที่คาดว่าจะมี 28.5 ล้านคน

สำหรับปีนี้ได้คงประมาณการการขยายตัวไว้ที่ 1.5% แต่ปรับลดอัตราการขยายตัวการส่งออกจากเดิม 3% เหลือ 0% และอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเหลือ 2.2% จากเดิม 2.6% โดยการบริโภคภาคเอกชนปีนี้คาดว่าจะขยายดีขึ้นจาก 0.2% เป็น 1.1% ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนคาดว่าจะติดลบเพิ่มขึ้นเป็น 2.8% จากเดิมติดลบ 2.6% รวมทั้งปรับลดเป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยวเหลือ 25 ล้านคน จากเดิม 25.5 ล้านคน

ประมาณการเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงของ ธปท.สอดคล้องกับ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ที่คาดว่าเศรษฐกิจปีหน้าจะโตเพียง 34% โดยขณะนี้รัฐบาลเตรียมออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และจะมีการแถลงอย่างเป็นทางการในวันพุธที่ 1 ต.ค.นี้


จุฬาราชมนตรียื่น‘บิ๊กตู่’ทบทวนฟื้นไอแบงก์

จากปัญหาหนี้เสียของธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย มีกระแสข่าวว่าจะควบรวมกับธนาคารรัฐอื่นๆ นั้น สำนักจุฬาราชมนตรีได้ทำหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.) หรือไอแบงก์ เพื่อขอให้ทบทวนแผนการฟื้นฟูธนาคารอย่างเข้มงวด โดยระบุว่าจากการทำงานกว่า 10 ปีที่ผ่านมา ผลประกอบการมีปัญหาหนี้เสียเรื้อรัง เป็นที่น่าผิดหวังสำหรับชาวมุสลิมในประเทศไทย ไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้ชาวมุสลิมได้ ทั้งเรื่องความมั่นใจในการดำเนินธุรกิจตามหลักศาสนาอิสลาม

ทั้งนี้ สำนักจุฬาราชมนตรีขอให้ทางรัฐบาลได้ทบทวนแผนฟื้นฟู โดยเสนอแนะให้เน้นหลักการบริหารอย่างมีคุณธรรมและถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลาม รวมทั้งยังเสนอให้คณะกรรมการของธนาคารมาจากชาวมุสลิมที่มีความรู้ในหลักการบริหารสถาบันการเงินในแบบ อิสลามิก ไฟแนนซ์ ให้มีกึ่งหนึ่งหรือไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของคณะกรรมการทั้งชุด รวมถึงตัวกรรมการผู้จัดการคนใหม่ต้องผ่านการเห็นชอบจากคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย

ปรับโครงสร้างซูเปอร์บอร์ด

นายกุลิศ สมบัติศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า สคร.จะเสนอให้มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างซูเปอร์บอร์ดใหม่หลังจัดตั้งรัฐบาลแล้ว จากเดิมที่มีปลัดกระทรวงที่เกี่ยวข้องเป็นกรรมการ จะเปลี่ยนเป็นรัฐมนตรีในกระทรวงที่เกี่ยวข้องเป็นกรรมการแทน โดยจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ โดยปัจจุบันคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (คนร.) มีคณะกรรมการ 17 คน มีปลัดกระทรวงเป็นกรรมการมาจาก 5 กระทรวง คือ กลาโหม คลัง คมนาคม พลังงาน และมหาดไทย

สำหรับความคืบหน้าการแก้ไขปัญหารัฐวิสาหกิจที่มีสถานะกิจการย่ำแย่ 7 แห่ง นายกุลิศ กล่าวว่า จะนำเสนอแผนฟื้นฟูกิจการ และความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาแต่ละแห่งให้ที่ประชุมพิจารณา ทั้งนี้ได้เร่งรัดให้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ส่งแผนฟื้นฟูกิจการภายในเดือน ก.ย.นี้

สำหรับแผนปฏิรูปสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐทั้งระบบ คาดว่าจะนำเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาในเร็วๆ นี้ ส่วนแผนแก้ปัญหาธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) ต้องทำแผนฟื้นฟูกิจการ ควบคู่กับการทำแผนธุรกิจในปี 2558 ให้สอดคล้องกับแผนปฏิรูปสถาบันการเงินเฉพาะกิจด้วย

ปลดล็อกลูกหนี้ 6 แสนรายมีผลบังคับใช้แล้ว

เมื่อวันที่ 19 ก.ย. ประกาศของคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิต อายุข้อมูลในการประมวลผลข้อมูล และการส่งข้อมูลของสมาชิก ในฐานข้อมูลของบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) ได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา ส่งผลให้รายชื่อลูกหนี้ที่มีประวัติค้างชำระหนี้เกิน 90 วัน และถูกบันทึกไว้ครบ 8 ปี ที่มีอยู่ประมาณ 6 แสนรายจะถูกลบประวัติการค้างหนี้ออกจากฐานข้อมูลเครดิตบูโรทันที และมีโอกาสยื่นขอสินเชื่อในระบบธนาคารพาณิชย์ได้อีกครั้ง

หุ้นทะลุ 1,600 ฉลุย

สำหรับตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา (2226 ก.ย.) ดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ต่อเนื่องและแตะระดับ 1,600 จุดสำเร็จ โดยปิดท้ายสัปดาห์ที่ 1,600.16 จุด เพิ่มขึ้น 0.96% จากสัปดาห์ก่อน มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 4.51% จากสัปดาห์ก่อนหน้า

การปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นไทยได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติที่มองว่าราคาหุ้นไทยน่าสนใจเมื่อเทียบกับหลายประเทศในภูมิภาค ส่งผลให้สัปดาห์ที่ผ่านมาต่างชาติซื้อสุทธิ 8,172.39 ล้านบาท รองมาพอร์ตบริษัทหลักทรัพย์ซื้อสุทธิ 2,054.44 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนสถาบันในประเทศและรายย่อยขายสุทธิ

ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังแห่เก็งกำไรหุ้นตัวเล็กตัวน้อย ผลักดันราคาหุ้นขึ้นแรงผิดปกติ จนตลาดหลักทรัพย์ต้องขึ้นเครื่องหมายเตือนนักลงทุนและให้บริษัทชี้แจง

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ