posttoday
มีโอกาสแตะ 1,000 ดอลล์

มีโอกาสแตะ 1,000 ดอลล์

28 กันยายน 2557

ราคาทองคำกลับทิศจากขาขึ้นเป็นดิ่งลงมานานประมาณสองปีแล้ว โดยไม่มีทีท่าว่าจะลง

โดย...เจียรนัย อุตะมะ

ราคาทองคำกลับทิศจากขาขึ้นเป็นดิ่งลงมานานประมาณสองปีแล้ว โดยไม่มีทีท่าว่าจะลงไปถึงจุดต่ำสุดที่เท่าใด ตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐและเงินดอลลาร์สหรัฐที่นับวันยิ่งแข็งแกร่ง ทำให้เงินไหลออกจากการลงทุนในทองคำไปลงทุนในหุ้นหรือถือเงินดอลลาร์แทน

ยิ่งตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐออกมาดีเท่าใด ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐยิ่งแข็งค่าขึ้น ทำให้ราคาทองคำดิ่งลงเท่านั้น

ราคาทองคำล่าสุดดิ่งหนัก ลงไปแตะระดับต่ำสุดในรอบ 8 เดือน เมื่อวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา ที่ 1,216.6 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ หรือประมาณบาทละ 19,000 บาท

ทั้งที่เดือน ก.ย.ของทุกปีตามสถิติ 20 ปีที่ผ่านมาจะเป็นเดือนที่ราคาทองขึ้นสูงสุด เพราะเป็นเดือนบริโภคทองของอินเดียผู้ซื้ออันดับสองของโลกเพื่อเตรียมเฉลิมฉลอง เทศกาลต่างๆ อาทิ เทศกาลบูชาพระพิฆเนศ เก็บเกี่ยวพืชผล บูชาพระแม่ทุรคา เป็นต้น

กำลังซื้อในโลกแบบเก่าคงส่งสัญญาณราคาทองไม่ได้เท่าสัญญาณจากกองทุนที่เป็นเจ้ามือใหม่ในยุคปัจจุบัน

สัญญาณที่ชัดเจนว่าราคาทองจะลงอย่างแน่นอนมาจากการที่กองทุนเอสพีดีอาร์ กองทุนอีทีเอฟที่มีนโยบายลงทุนในทองคำขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ลดการถือครองทองคำลงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเหลือเพียง 776.44 ตัน

ราคาล่าสุดวันศุกร์ที่ 26 ก.ย.ดูดีขึ้นมาบ้าง โดยตามราคาอ้างอิงสมาคมค้าทองคำที่ 1,223.50 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ ปิดที่ทองแท่งรับซื้อบาทละ 18,650 บาท และขายออก 18,750 บาท อิงค่าเงินบาท/เหรียญสหรัฐที่ 32.32 บาท

นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการกลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก ประมาณการว่า แนวโน้มราคาทองคำช่วงที่เหลือของปีคาดว่าจะกลับไปแตะระดับต่ำสุด 1,183 เหรียญสหรัฐ หรือบาทละ 18,000 บาท ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเมื่อปลายปี 2556 อีกครั้งหนึ่ง หรือราคาลดลงจากปัจจุบันอีกประมาณ 40 เหรียญสหรัฐ

“ราคาทองในประเทศไม่ลงมากเพราะค่าเงินบาทที่อ่อนตัวลง โดยราคาบาทละ 18,000 บาท เป็นไปตามคาดการณ์ว่าเงินบาทภายในปีนี้จะอ่อนตัวไปที่ 33 บาท/เหรียญสหรัฐ”

นอกจากนั้น นพ.กฤชรัตน์ ยังเชื่อว่าราคาจะหลุด 1,183 เหรียญสหรัฐ เพราะธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศชัดเจนว่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายประมาณไตรมาส 2 ปีหน้า

“การแกว่งตัวขึ้นของราคาทองคำก็ผันผวนไปตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่แกว่งไปมาเท่านั้นเอง แต่ระยะยาวคงหนีไม่พ้นที่ราคาทองจะดิ่งลง ตามแนวโน้มเศรษฐกิจของสหรัฐที่ดีขึ้นแน่ๆ”

แกร์รี เซลายา ประธานบริษัทร็อดทาวเวอร์ แอสเซ็ท แมเนจเมนท์ กล่าวว่า ราคาทองมีความเสี่ยงมากอาจเห็นราคาลงไปแตะ 1,180 เหรียญสหรัฐ และมีโอกาสร่วงลงต่ำถึง 1,100 เหรียญสหรัฐ ใน 1 วัน หรือต่ำกว่า 1,000 เหรียญสหรัฐ ภายใน 1 สัปดาห์

อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะทดสอบราคาแรกที่ 1,180 เหรียญสหรัฐก่อน

อะเซล รูดอล์ฟ นักวิเคราะห์จากคอมเมิร์ซแบงก์ กล่าวว่า ก่อนสิ้นปีนี้ราคาจะลงมาที่ 1,190-1,180 เหรียญสหรัฐ จากนั้นจะดีดตัวขึ้นและภายในไตรมาสแรกของปีหน้าราคาจะแตะระดับ 1,000 เหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดในรอบ 5 ปี

รูดอล์ฟเชื่อว่า ปัจจัยทางเทคนิคราคาทองจะฟื้นตัวหลังจากทดสอบระดับ 1,000 เหรียญสหรัฐ แต่สำหรับนักลงทุนหลายคนการร่วงลงดังกล่าวอาจทำให้เกิดการสูญเสียความเชื่อมั่นอีกรอบหนึ่ง หลังจากที่ราคาทองดิ่งลงประมาณ 28% เมื่อปีก่อน

กมลธัญ พรไพศาลวิจิต ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ แนะนำว่า นักลงทุนที่ต้องการลงทุนในทองคำให้ทยอยสะสม เพราะราคาปัจจุบันนับว่าต่ำ และยังซื้อเก็งกำไรระยะสั้นได้ ให้รอซื้อช่วงราคาลดลงแรงและหาจังหวะขายทำกำไร

จิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ กล่าวว่า หลังจากราคาทองคำลดลงต่ำกว่าบาทละ 19,000 บาท ทำให้กำลังซื้อทองคำหน้าร้านหายไป ผิดไปจากอดีตที่เมื่อราคาทองลดลงจะมีผู้เข้ามาซื้อทองคำ เพราะนักลงทุนกังวลว่าซื้อแล้วจะขาดทุนเพราะราคายังลงต่อเนื่อง

สำหรับตลาดซื้อขายสัญญาทองคำล่วงหน้า (โกลด์ ฟิวเจอร์ส) แม้ว่าจะสามารถทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง แต่ความคึกคักได้ลดลงเมื่อเทียบราคาทองขาขึ้น เพราะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน

“ผมมองว่าหากราคาทองสามารถฟื้นขึ้นมาสูงกว่า 1,400 เหรียญสหรัฐ จะทำให้โกลด์ ฟิวเจอร์สกลับมาคึกคักได้อีกครั้งหนึ่ง”

ราคาทองคำลดลงต่ำสุด 1,150 เหรียญสหรัฐในช่วงวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ปี 2551 จากนั้นทยอยปรับตัวสูงขึ้นจนถึงระดับสูงสุดที่ 1920.30 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ ในปี 2554

ทั้งนี้ นับตั้งแต่ราคาทองดีดตัวขึ้นจากระดับต่ำสุดในปีที่แล้วที่ 1,183 เหรียญสหรัฐ ราคาได้พุ่งขึ้นหลายครั้ง

นักวิเคราะห์เทคนิคยืนยันว่า เป็นรูปแบบก่อตัวเชิงลบและเคลื่อนตัวจากรูปสามเหลี่ยมที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปีก่อน เป็นสัญญาณว่าราคาทองจะร่วงอีก

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ในตลาดโลกหลายสำนักยืนยันว่า ราคาทองยากจะลงไปต่ำกว่า 1,000 เหรียญสหรัฐ เพราะเป็นราคาต้นทุนทองคำหน้าเหมือง

ขาลงของราคาทองคำไม่เพียงทำให้ตลาดซื้อขายกร่อย แต่การพัฒนาตลาดซื้อขายอาจต้องชะลอตามไปด้วย

จิตติ กล่าวว่า ความคืบหน้าระหว่างสมาคมค้าทองคำกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในการจัดตั้งโกลด์ เอ็กเชนจ์ในประเทศไทยนั้น กำลังตั้งคณะทำงานขึ้นมาศึกษาความคุ้มค่า หากต้องลงทุนระบบไอทีรองรับการซื้อขายต้องมีปริมาณซื้อขายคึกคักเพียงพอ คาดว่าจะได้ข้อสรุปต้นปีหน้า

เห็นอย่างนี้แล้วยังกล้าเข้าไปซื้อทองอีกหรือปล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท