
แบกค่าโลจิสติกส์แสนล.
5อุตสาหกรรมหลักรับต้นทุนอ่วมแนะเพิ่มผลิตภาพแรงงานช่วยลดปัญหา
5อุตสาหกรรมหลักรับต้นทุนอ่วมแนะเพิ่มผลิตภาพแรงงานช่วยลดปัญหา
นักวิชาการชี้ 5 อุตฯ หลักไทยต้นทุนโลจิสติกส์อ่วม รวมกันทะลุแสนล้าน แนะเร่งเพิ่มผลิตภาพแรงงาน
นายชัชพล มงคลิก อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิศวกรรมโลจิสติกส์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เปิดเผยว่า อุปสรรคอย่างหนึ่งของภาคอุตสาหกรรมไทยในการแข่งขันกับประเทศต่างๆ ในภูมิภาค คือ ต้นทุนโลจิสติกส์ ภาพรวมของทุกอุตสาหกรรมคิดเป็น 16-18% ของจีดีพี ซึ่งถือว่ายังสูงมาก และนับเฉพาะ 5 อุตสาหกรรมหลักที่มีต้นทุนโลจิสติกส์สูงที่สุด ก็มีต้นทุนรวมกันแล้วนับแสนล้านบาท
สำหรับ 5 อุตสาหกรรมดังกล่าว ประกอบด้วย 1.อาหาร 2.ชิ้นส่วนยานยนต์ 3.อิเล็กทรอนิกส์ 4.ปิโตรเคมีและพลาสติก และ 5.สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม โดยต้นทุนของทั้ง 5 อุตสาหกรรมรวมกัน คิดเป็นต้นทุนโลจิสติกส์กว่า 70% ของทั้งประเทศ
“ปัญหาหลักที่ทำให้เรายังต้นทุนสูง เพราะการจัดการสินค้าคงคลังขาดประสิทธิภาพ เฉพาะอุตสาหกรรมอาหารอย่างเดียวจึงมีต้นทุนโลจิสติกส์สูงถึงปีละกว่า 5 หมื่นล้านบาท” นายชัชพล กล่าว
ทั้งนี้ ประเทศพัฒนาแล้วส่วนใหญ่จะมีต้นทุนโลจิสติกส์ค่อนข้างต่ำ เช่น สหรัฐอเมริกา มีต้นทุนประมาณ 9.5% ของจีดีพี เช่นเดียวกับญี่ปุ่นที่มีต้นทุนไม่ถึง 10% ของจีดีพี หากไทยต้องการจะพัฒนาตัวเองให้แข่งขันกับประเทศต่างๆ ในภูมิภาค รองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนได้ ทั้งภาครัฐและเอกชนต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการเพิ่มผลิตภาพแรงงาน เพื่อให้คนในอุตสาหกรรมดำเนินการทุกขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับโลจิสติกส์ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดต้นทุนของผู้ประกอบการจนแข่งขันได้
ปัจจุบัน ได้เป็นที่ปรึกษาโครงการเพิ่มผลิตภาพแรงงานตามความต้องการสถานประกอบกิจการของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) ซึ่งเข้าไปช่วยผู้ประกอบการกว่า 200 บริษัททั่วประเทศใน 10 อุตสาหกรรมหลักของไทย ผ่าน 4 กระบวนงาน ได้แก่ 1.การลดการสูญเสียและการลดต้นทุน 2.การวางแผนตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ 3.การเพิ่มผลิตภาพแรงงาน และ 4.การควบคุมสินค้าคงคลัง โดยภาพรวมปีงบประมาณ 2557ลดต้นทุนไปได้กว่า 1,682 ล้านบาท
ด้าน นายมานะผล ภู่สมบุญ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า การจะลดต้นทุนโลจิสติกส์ได้ต้องให้แรงงานเป็นกลไกหนึ่งในการขับเคลื่อน เพราะเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับการสูญเสียตลอดซัพพลายเชน







