posttoday
แพ็กเกจดึง Internจากต่างประเทศ

แพ็กเกจดึง Internจากต่างประเทศ

25 กันยายน 2557

ครั้งที่แล้วผมกล่าวถึงการสรรหา Intern หรือนักศึกษาฝึกงานจากต่างประเทศ มีตอนหนึ่งที่ผมได้เขียนว่า จะต้องมีการเตรียมสวัสดิการผลตอบแทน และการดูแลที่ควรจะต้องดึงดูดพอสมควร มีบางท่านให้ความสนใจและถามไถ่มาว่า แล้วจะทำแพ็กเกจแบบไหนที่จะดึงดูดได้

ครั้งที่แล้วผมกล่าวถึงการสรรหา Intern หรือนักศึกษาฝึกงานจากต่างประเทศ มีตอนหนึ่งที่ผมได้เขียนว่า จะต้องมีการเตรียมสวัสดิการผลตอบแทน และการดูแลที่ควรจะต้องดึงดูดพอสมควร มีบางท่านให้ความสนใจและถามไถ่มาว่า แล้วจะทำแพ็กเกจแบบไหนที่จะดึงดูดได้

ในการออกแบบแพ็กเกจ ตอนนั้นเราจะมองเป็นสองมิติ คือ มิติของความสบายกายและมิติของความสบายใจ กับอีกมุมหนึ่งเราก็เปรียบเทียบกับบริษัทยักษ์ใหญ่ที่สูสีกันกับเราว่าเขาดูแลกันอย่างไรเพื่อให้เราสามารถแข่งขันได้ เพราะประเทศไทยในปัจจุบันก็ยังมีบริษัทไม่มากที่จะมีโปรแกรมดึงนักศึกษาต่างชาติเข้ามาทำงาน

ในมิติของความสบายกาย เรามองในเรื่องพื้นฐานของการใช้ชีวิต ไม่ต้องให้เขาลำบากมากในการเป็นอยู่และการเดินทาง เขาสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย ดังนั้น เราจะจัดสวัสดิการให้ในเรื่องเหล่านี้

เบี้ยเลี้ยง เราให้วันละ 600 บาท ถามว่าคิดจากอะไร เราคิดจากค่าแรงขั้นต่ำคูณสอง และสูงกว่าบริษัทคู่แข่ง 100 บาท/วัน และเราจะจ่ายให้แม้เป็นวันหยุด โดยเรายึดหลักว่าเป็นการจ่ายเพื่อดำรงชีวิตขั้นพื้นฐาน ไม่ใช่ตอบแทนการมาฝึกงาน

จัดที่พักที่เหมาะสม สะอาด ปลอดภัย เป็นส่วนตัว โดยบริษัทจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด โดยวางช่วงราคาอยู่ที่ 8,000 บาท ถึงหมื่นกว่าๆ ต่อเดือน นอกจากนี้ หากเป็นนักศึกษาที่มาจากประเทศมุสลิม เราจะคำนึงถึงการหาที่พักที่ใกล้เคียงกับมัสยิดที่เขาสามารถไปร่วมกิจกรรมทางศาสนาได้

มีค่าเดินทางให้ หากเขาจะต้องประจำกับบริษัทอยู่ในกรุงเทพฯ หรือรถรับส่ง หากเขาต้องประจำต่างจังหวัด เช่น ระยอง

จัดให้มีคนที่เขาสามารถติดต่อได้ตลอดเวลาที่มีปัญหา

ในมิติของความสบายใจ เราต้องการให้เขาปรับตัวได้เร็วและได้เรียนรู้ทั้งในงานและนอกงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น เราจึงเตรียมการเอาไว้ดังนี้

หาพี่เลี้ยง (Mentor) และมีการอบรมให้ความรู้กับพี่เลี้ยง เพื่อเข้าใจธรรมชาติของ Intern ในแต่ละประเทศ รวมทั้งบทบาทของพี่เลี้ยงในการดูแล และจัดการเรียนรู้หรือสัมมนา (Workshop) ให้ Intern ได้เข้าใจความต่างทางวัฒนธรรม

พาเขาไปเข้าร่วมกิจกรรมทุกอย่างที่บริษัทจัด เช่น กิจกรรมปลูกป่า กิจกรรมลงชุมชน

จัดกิจกรรมที่เรียกว่า การเรียนรู้ทางวัฒนธรรม หรือที่เรียกว่า Cultural Observation คือ ให้งบประมาณคนละ 1 หมื่นบาท/หัวเพื่อจัดการเรียนรู้เชิงวัฒนธรรม ทุกๆ สองสัปดาห์

มาถึงตอนนี้อาจจะมีคนถามว่าทำไมเราไม่ได้จัดสรรตั๋วเครื่องบินไปกลับ เท่าที่สำรวจมา บริษัทคู่แข่งเราเขามีให้ทุกบริษัท อย่างไรก็ดี แม้เราไม่มีให้ แต่เรามีงบประมาณ Cultural Observation ให้ ซึ่งบริษัทคู่แข่งของเราไม่มี และเมื่อเราไปสื่อสารกับนักศึกษาที่เป็นผู้สมัคร กลับกลายเป็นว่าสวัสดิการตัวนี้ดึงดูดพวกเขามากกว่าค่าเดินทาง เป็นตัวตัดสินใจสำคัญหากเขามีตัวเลือกมากกว่าหนึ่งที่

การออกแบบให้มีงบประมาณตัวนี้ เป็นการตอบโจทย์การใช้ชีวิต (Life Style) ของเด็ก Generation นี้ คือ รักการผจญภัยในโลกกว้าง เป็นการออกแบบด้วยการให้ความสำคัญเรื่องความหลากหลายของคนในแง่ของความต่างวัยและได้ผลดีมากๆ ครับ

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล