
เร่งเครื่องรถยนต์ชิ้นส่วน
หวังส่งออกติดอันดับ8โลกปี2564ลดสัดส่วนใช้ในประเทศเหลือ30%
หวังส่งออกติดอันดับ8โลกปี2564ลดสัดส่วนใช้ในประเทศเหลือ30%
ตั้งเป้าปี 2564 ไทยขึ้นแท่นผู้ส่งออกรถยนต์และชิ้นส่วนอันดับ 8 ของโลก เพิ่มสัดส่วนส่งออกเป็น 70%
นายดวงเด็ด ย้วยความดี รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท รี้ด เทรดเด็กซ์ เปิดเผยว่า ภาพรวมของอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์มีแนวโน้มการเติบโตอย่างก้าวกระโดดหลังสถานการณ์การเมืองกลับเข้าสู่ปกติ รวมถึงสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) มีนโยบายส่งเสริมการลงทุนในกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี)
ทั้งนี้ บริษัทเตรียมร่วมมือกับสมาคมอุตสาหกรรมสนับสนุนในอาเซียน วางแผนผลักดันให้ไทยสามารถส่งออกรถยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์เป็นอันดับที่ 8 ของโลก ภายในปี 2564 โดยส่งออกสัดส่วน 70% ใช้ในประเทศ 30% เทียบกับปัจจุบันไทยส่งออกเป็นอันดับที่ 10 ของโลก ส่งออก 40% ใช้ภายในประเทศ 60% โดยเดือน ม.ค.-ส.ค.ที่ผ่านมา ไทยผลิตรถยนต์ทั้งหมด 1.2 ล้านคัน ใช้ภายในประเทศ 5.79 แสนคัน ส่งออก 7.4 แสนคัน มีมูลค่าการส่งออก 3.5 แสนล้านบาท
สำหรับปัจจุบันประเทศที่สามารถผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ได้แก่ ไทย เวียดนาม และอินโดนีเซีย โดยไทยมีชื่อเสียงด้านคุณภาพสินค้าและเทคโนโลยี ขณะที่เวียดนามได้เปรียบเรื่องค่าจ้างแรงงานถูกกว่าไทยและอินโดนีเซียเป็นตลาดเปิดใหม่ หากไทยมีนโยบายส่งเสริมด้านการลงทุนที่ชัดเจน เชื่อว่าไทยจะเป็นฐานการผลิตรถยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ในเอเชีย (ดีทรอยต์ ออฟ เอเชีย) ได้
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการไทยต้องเร่งปรับตัวต่อการเปิดเสรีอาเซียน โดยการเรียนรู้การใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเครื่องจักรใหม่ รองรับการพัฒนาเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป ล่าสุดบริษัทเตรียมจัดงานมหกรรมเครื่องจักรกลและเทคโนโลยีโลหะการอาเซียนระหว่างวันที่ 1922 พ.ย.นี้ ที่ศูนย์การแสดงสินค้าไบเทค บางนา โดยมีผู้ประกอบการเครื่องจักรจากกลุ่มเอเชีย ญี่ปุ่น ไต้หวัน จีน อาเซียน ไทย อินโดนีเซีย ร่วมออกบูธกว่า 4,000 รายการ ในพื้นที่ 4 หมื่นตารางเมตร (ตร.ม.) ซึ่งคาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานกว่า 7 หมื่นราย รายได้สะพัด 6,000-7,000 ล้านบาท โดยปีหน้ามีแผนขยายเนื้อที่เป็น 6 หมื่น ตร.ม. เพื่อผลักดันให้ไทยเป็นฮับการแสดงสินค้าเครื่องจักรที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน
นายดวงเด็ด กล่าวว่า บริษัทเตรียมเข้าหารือกับ นางอรรชกา สีบุญเรือง ว่าที่ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมผลักดันให้ไทยประกาศตัวเป็นฮับด้านโลหะการในอาเซียนปี 2559 ด้วย







