
เอเชียแข่งปั้น"ทาเลนต์" เจาะจุดอ่อนแรงงานยุคใหม่
ปี 2558 ถือเป็นปีที่ท้าทายความสามารถของผู้ประกอบการในอาเซียนจำนวนมาก
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
ปี 2558 ถือเป็นปีที่ท้าทายความสามารถของผู้ประกอบการในอาเซียนจำนวนมาก เพราะหลายฝ่ายคาดการณ์ว่าอาเซียนจะเผชิญภาวะแรงงานเคลื่อนย้ายไปมามากขึ้น ขณะเดียวกันอาจจะต้องเผชิญปัญหาดั้งเดิมอย่างปัญหาแรงงานขาดทักษะอีกด้วย
ดิ อีโคโนมิสต์ อินเทลลิเจนซ์ ยูนิต (EIU) ได้จัดทำรายงาน ดัชนีทาเลนต์โลก (The Global Talent Index Report) ให้คะแนนบุคลากรที่มีทักษะ หรือ “ทาเลนต์” ของประเทศต่างๆ 60 ประเทศในปี 2558 เปรียบเทียบกับสถานการณ์เมื่อปี 2554 โดยใช้เกณฑ์วิเคราะห์ 7 ด้าน ประกอบด้วย 1.สถิติประชากร2.การศึกษาภาคบังคับ 3.การศึกษาระดับอุดมศึกษา4.คุณภาพของแรงงาน 5.ปัจจัยแวดล้อมบุคลากร6.ความซื่อสัตย์ และ 7.ความปรารถนาที่จะดึงดูดบุคลากร
ประเทศที่ได้คะแนนสูงสุดของเอเชีย คือ สิงคโปร์ คว้าคะแนนไป 61.9 อยู่อันดับที่ 6 ของโลก ขณะที่คู่ค้าสำคัญของอาเซียนอย่างเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และจีน ตามมาด้วยคะแนน 46.351.6 คะแนน อยู่อันดับที่ 21, 24 และ 31 ตามลำดับ
ส่วนประเทศอื่นๆ ในอาเซียน ยังมีคะแนนต่ำกว่าสิงคโปร์ค่อนข้างมาก อันดับ 2 ของอาเซียนอย่างมาเลเซียยังได้เพียง 41.1 คะแนนเท่านั้น สำหรับไทยอยู่อันดับที่ 4 ของอาเซียน อันดับที่ 45 ของโลก ด้วยคะแนน 39 คะแนน เป็นรองฟิลิปปินส์ 1 อันดับ
ด้านที่ไทยได้คะแนนน้อยที่สุด 3 ด้าน ได้แก่ 1.ด้านความปรารถนาที่จะดึงดูดบุคลากร ได้ 21.9 คะแนน 2.ด้านสถิติประชากร ได้ 23.9 คะแนน และ 3.ด้านการศึกษาระดับอุดมศึกษา ได้ 34.2 คะแนน เหมือนกับมาเลเซีย ที่ได้คะแนนต่ำใน 3 ด้านนี้
รายงานระบุว่า หากเปรียบเทียบระหว่างปี 2554 และ 2558 ประเทศที่มีการเปลี่ยนแปลงมากที่สุดของโลก คือ จีน แม้อันดับจะขยับเพียงเล็กน้อย แต่คะแนนดัชนีปรับขึ้น 5.2 คะแนน ขณะที่คะแนนของประเทศในอาเซียนปรับเพียง 1 หรือ 2 คะแนนเท่านั้น นอกจากนี้ คะแนนเฉลี่ยภาพรวมของเอเชียยังปรับสูงถึง 2.3 คะแนน สูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลกที่ปรับขึ้น 1.9 คะแนน และดีขึ้นกว่าหลายภูมิภาค
อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจบริษัทข้ามชาติที่เข้ามาลงทุน กลับพบว่า 37% ในเอเชียแปซิฟิก ยังไม่พอใจคุณภาพบุคลากรใหม่ของตัวเอง และ 32% ยังไม่มั่นใจด้วยว่าจะดึงดูดบุคลากรคุณภาพ รวมถึงรักษาบุคลากรที่มีอยู่เอาไว้ได้
ด้วยเหตุนี้ประมาณ 60% ของบริษัทในเอเชียจึงเร่งหาทางลงทุนพัฒนาทรัพยากรบุคคลของตัวเองมากขึ้น เนื่องจากปัญหาขาดแคลนบุคลากรมีทักษะในแถบเอเชียรุนแรงกว่าแถบอื่นมาก
กว่า 50% ของผู้ตอบแบบสอบถาม ระบุว่า สิ่งที่พนักงานระดับบริหารจัดการในเอเชียแปซิฟิกยังขาด คือ ความคิดสร้างสรรค์ในการก้าวข้ามความท้าทาย 40% ระบุว่า ขาดประสบการณ์การทำงานในองค์กรที่มีคนหลากหลายสัญชาติ 30% ระบุว่า ขาดประสบการณ์ในการทำงานภาพรวม ตัวเลขสัดส่วนสิ่งที่ขาดทั้ง 3 ด้าน สูงกว่าที่องค์กรในภูมิภาคอื่นๆ ของโลกตอบ
รายงานวิเคราะห์ว่า การทำงานของชาวเอเชียยังค่อนข้างตรงไปตรงมาอยู่ในกรอบ ไม่ค่อยมีการประยุกต์เปลี่ยนแปลงให้เกิดโอกาส และปัญหาการไม่มีประสบการณ์ในบริษัทข้ามชาติ ถือเป็นข้อจำกัดที่หากใครก้าวข้ามไปได้จะมีโอกาสในการทำงานเพิ่มอีกมาก
ปัจจุบันบริษัทข้ามชาติ 48% เลือกใช้วิธีเสนอการฝึกอบรมและพัฒนาตัวเองให้แก่พนักงาน เพื่อดึงดูดและรักษาให้ยังอยู่กับองค์กรต่อไป 42% เลือกใช้วิธีเตรียมเส้นทางในการขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง 41% เลือกให้อิสระในการทำงานและอำนาจตัดสินใจ 39% ช่วยสร้างโอกาสในสายอาชีพ และ 37% ปรับเงินเดือนให้สูงขึ้น
รายงานย้ำว่า การแข่งขันกันพัฒนาและรักษากำลังคนเป็นแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นต่อเนื่องในเอเชีย เพราะตลาดมีการแข่งขันกันรุนแรงขึ้น ขณะที่สัดส่วนประชากรมีแนวโน้มลดลงและทำให้องค์กรจำเป็นต้องทุ่มงบประมาณมากขึ้นในการพัฒนาและรักษากำลังคน
ประเทศต่างๆ ในอาเซียนรวมถึงองค์กรที่จะเข้ามาตั้งฐานจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องพัฒนาคนให้มีทักษะความคิดสร้างสรรค์ พร้อมประยุกต์รับความท้าทาย และหาทางรับมือจุดอ่อนที่ประเทศเหล่านั้นมี







