
ทันสถานการณ์
เร่งกระตุ้นส่งออก
เร่งกระตุ้นส่งออก
พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า เร็วๆ นี้จะประชุมร่วมกับภาคเอกชนและผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (ทูตพาณิชย์) ในเดือน ต.ค. 2557 เพื่อร่วมกันประเมินแนวโน้มและทิศทางการค้าโลก แนวโน้มการส่งออกในปี 2558 ว่าจะเป็นไปในทิศทางใด และจะมีมาตรการในการผลักดันการส่งออกอย่างไร โดยจะเป็นการทำงานร่วมกัน รับรู้ร่วมกัน
สำหรับกรณีที่สหภาพยุโรป (อียู) จะตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) สินค้าไทยในปี 2558 นั้น อยากให้เอกชนปรับตัวมากกว่าการยึดติดว่าจะต้องได้รับการช่วยเหลือตลอดไป เพราะสุดท้ายแล้วการได้จีเอสพีก็ต้องหมดไปอยู่ดี เมื่อเศรษฐกิจของไทยมีการพัฒนาขยายตัวเพิ่มขึ้น
นางดวงกมล เจียมบุตร รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า รมว.พาณิชย์ได้มอบนโยบายให้กรมเร่งผลักดันให้ผู้ส่งออกมีการเพิ่มมูลค่าในสินค้าต่างๆ ให้มากขึ้น เพื่อเพิ่มรายได้ โดยเฉพาะสินค้าเกษตรที่ต้องไม่จำเป็นต้องขายเฉพาะสินค้าเกษตร แต่ให้พัฒนาแปรรูปไปเป็นสินค้าใหม่ ไม่ใช่ขายแค่ยางธรรมชาติ ต้องพัฒนาไปเป็นยางรถยนต์ ถุงมือยาง หรือแปรงสีฟัน เป็นต้น หรือสินค้าข้าว ก็ต้องมีการพัฒนาแปรรูปไปเป็นสินค้าที่มีนวัตกรรม ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับตัวสินค้าและสร้างรายได้เพิ่มมากขึ้น
รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า กรมการค้าภายในได้รายงานที่ประชุมมอบนโยบายให้กับพล.อ.ฉัตรชัย รับทราบ โดยกำหนดยุทธศาสตร์ งานเร่งด่วนภายใน 1 ปี โดยจะแก้ไขปัญหาปากท้องประชาชน แบ่งเป็น 4 แผนงาน คือ ตรึงราคาสินค้า ด้วยการขอความร่วมมือผู้ผลิต ผู้จำหน่ายสินค้าตรึงราคาสินค้าหรือปรับราคาสูงขึ้นตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ติดตามดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการครองชีพ ด้วยการตรวจสอบราคาจำหน่ายต้นทางกลางทางและปลายทาง ติดตามดูแลต้นทุนสินค้าอุปโภคบริโภค ด้วยการตรวจสอบราคาวัตถุดิบและต้นทุนการผลิตการจำหน่าย และจัดตั้งศูนย์ข้อมูลและประชาสัมพันธ์ ด้วยการวิเคราะห์สถานการณ์และปัญหาที่อาจเกิดขึ้น และเผยแพร่ให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ
ทั้งนี้หากยุทธศาสตร์ดังกล่าวประสบผลสำเร็จก็จะทำให้ราคาสินค้าเหมาะสมและเป็นธรรมสอดคล้องกับต้นทุน อัตราเงินเฟ้อไม่สูงกว่า 22.8% ประชาชนซื้อสินค้าในราคาถูกมีรายได้คงเหลือเพิ่มขึ้นและปริมาณสินค้ามีเพียงพอกับความต้องการ
ส.อ.ท. เข้าพบรมว.พาณิชย์ ห่วงส่งออกปีนี้โต 0.5% ส่วนปีหน้า 45% ได้แน่ ชี้ราคาสินค้ายังไร้สัญญาณปรับขึ้น
นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การเข้าพบพล.อ.ฉัตรชัย ภาคเอกชนได้สะท้อนเรื่องการส่งออกจะเริ่มดีขึ้นในปี 2558 และมีโอกาสขยายตัว 45% สูงกว่าปีนี้ที่อาจต่ำกว่า 1% โดยภาคเอกชนเสนอแนวทางที่จะผลักดันตัวเลขการส่งออกของไทย ดังนี้ 1. ขอให้กระทรวงพาณิชย์ยังคงโครงการเอ็สเอ็มอีโปรแอคทีฟและจัดสรรงบประมาณอีก 300 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบสนับสนุนผู้ส่งออกไปจัดงานแสดงสินค้าและเจรจาการค้าในประเทศเป้าหมาย 2.ผลักดันและเพิ่มมูลค่าการค้าชายแดน 3.ขอให้เร่งรัดการเจรจาความร่วมมือด้านเศรษฐกิจไทยกับสหภาพยุโรป(เอฟทีเอไทยอียู) ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญต่อการชดเชยรายได้และการส่งออกไทยยังไทยถูกตัดจีเอสพี ที่จะเริ่มปี 2558
“ปีนี้ตัวเลขการส่งออกไม่น่าจะดี โอกาสโตสูงสุดแค่ 0.5% ค่อนข้างสูง ดูจากค่าเฉลี่ยการส่งออกไตรมาสสุดท้ายของไทยต่อเนื่องหลายปี เฉลี่ยแค่ 1.8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ แต่ที่ตั้งเป้าหมายโตเกิน 1% ส่งออกต่อเดือนต้องได้ 1.952 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ อีกทั้งตลาดหลักทั้งยุโรป จีน ญี่ปุ่น หรืออาเซียน ก็ยังไม่ได้ขึ้น กว่าจะฟื้นตัวก็น่าจะเป็นต้นปีหน้าไปแล้ว “ นายวัลลภ กล่าว
นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การเข้าหารือร่วมกับรมว.พาณิชย์ เป็นการพูดคุยเพื่อทำความรู้จักถึงแนวทางการทำงานของรัฐบาล และพูดถึงความร่วมมือในการผลักดันการแปรรูปสินค้าเกษตร เพื่อเพิ่มมูลค่าและแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ซึ่ง ส.อ.ท. ได้มีการจัดตั้งคลัสเตอร์เพื่อดูแลยางพาราโดยเฉพาะ ทั้งปัญหา อุปสรรค และแนวทางแก้ปัญหา เพื่อเสนอต่อรัฐบาล
สำหรับการหารือเรื่องราคาสินค้านั้น ไม่ได้มีการพูดถึงประเด็นดังกล่าว เพราะขณะนี้ไม่มีสัญญาณจากผู้ผลิตรายใดจะปรับขึ้นราคาสินค้า ส่วนการที่หลายฝ่ายแสดงความกังวลถึงกรณีที่จะมีการปรับขึ้นราคาพลังงานแล้วอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตสินค้านั้น ยังคงต้องรอประเมินสถานการณ์ใน 23 เดือนนี้อีกครั้ง ว่าจะมีการปรับขึ้นราคาพลังงานมากน้อยแค่ไหน และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลจะได้ผลหรือไม่ เนื่องจากการบริโภคยังคงชะลอตัว ซึ่งสิ่งที่น่าห่วงขณะนี้คือเรื่องราคาสินเกษตรที่ยังตกต่ำมากกว่า
พาณิชย์” ยันราคาอาหารเจปีนี้ถูกลง 2530% พร้อมจัดงานผักสดจากสวนสู่ผู้บริโภคช่วยค่าครองชีพประชาชน ด้านผู้ประกอบการระบุไม่กล้าปรับราคาอาหารเจ เหตุเศรษฐกิจซบ
เศรษฐกิจฝืดอาหารเจซบ
น.ส.นพพร ลิ้นทอง รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยหลังการเปิดงาน “ผักสดจากสวนสู่ผู้บริโภค เทศกาลกินเจ 2557” ที่ตลาดสดยิ่งเจริญ บางเขน ว่า ปีนี้อาหาร
กรมได้ติดตามสถานการณ์ราคาอาหารที่เกี่ยวข้องกับการเจมีราคาถูกลงเมื่อเทียบกับราคาปีที่แล้ว โดยราคาอาหารเจปรุงสำเร็จลดลง 2530% และคาดว่าการกินเจในรอบที่ 2 ช่วงวันที่ 24 ต.ค.2 พ.ย. 2557 ราคาอาหารเจจะใกล้เคียงกับรอบแรก เนื่องจากวัตถุดิบที่ใช้ในการปรุงอาหารเจมีราคาถูกลง เนื่องจากรายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์แจ้งว่า จากการไปสำรวจตลาดต่างๆพบว่าบรรยากาศการซื้อสินค้าวันแรกของเทศกาลกินเจปีนี้ยังคึกคัก โดยอาหารปรุงสำเร็จเจในหลายๆตลาดมีราคาเท่าเดิมหรือลดลงจากปีก่อน เพราะภาวะเศรษฐกิจซบเซาและประชาชนระมัดระวังการใช้จ่าย ทำให้พ่อค้าแม่ค้าไม่กล้าที่จะปรับขึ้นราคามากนัก
ส่วนใหญ่ราคาจะอยู่ที่ 2530 บาท/จาน
ทั้งนี้ กรมยังได้ร่วมมือกับตลาดสดต่างๆ ทำการเชื่อมโยงตลาดนำผักสดจากสวน และจากเกษตรกรผู้ปลูกผักในพื้นที่ต่างๆ มาจำหน่ายตรงถึงมือผู้บริโภค โดยจำหน่ายในราคาถูกกว่าท้องตลาดประมาณ 10-20% ซึ่งจะช่วยดึงราคาผักสดไม่ให้ปรับตัวสูงขึ้น และป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคาผักสดแบบไม่เป็นธรรมด้วย
สำหรับการจัดโครงการเชื่อมโยงผักสดจากสวนสู่ผู้บริโภค กรมได้จัดทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค รวม 6 แห่ง ได้แก่ กรุงเทพฯ จัดที่ศูนย์การค้ามีนบุรีและตลาดยิ่งเจริญ ส่วนภูมิภาค จัดที่ตลาดศูนย์การค้ากำแพงเพชร จ.กำแพงเพชร ตลาดรังสิต และตลาดไท จ.ปทุมธานี และศาลเจ้าแม่ลิ่มกอเหนี่ยว จ.ปัตตานี
นอกจากนี้ กรมยังได้ร่วมกับร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการหนูณิชย์พาชิม จำหน่ายอาหารปรุงสำเร็จเจในราคาที่เป็นธรรม เมนูละ 2535 บาทด้วย
ปัจจุบันในกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีร้านอาหารปรุงสำเร็จที่เข้าร่วมโครงการหนูณิชย์พาชิมแล้ว 1,240 ร้านค้า ส่วนในต่างจังหวัดมีผู้สมัครเข้าร่วมแล้ว 400 ร้านค้า และจะเปิดตัวโครงการในต่างจังหวัดภายในเดือนต.ค.2557 นี้ และตั้งเป้าที่จะผลักดันให้มีร้านหนูณิชย์พาชิมให้ได้ 5,000 ร้านทั่วประเทศ
รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์แจ้งว่า จากการไปสำรวจตลาดต่างๆพบว่าบรรยากาศการซื้อสินค้าวันแรกของเทศกาลกินเจปีนี้ยังคึกคัก โดยอาหารปรุงสำเร็จเจในหลายๆตลาดมีราคาเท่าเดิมหรือลดลงจากปีก่อน เพราะภาวะเศรษฐกิจซบเซาและประชาชนระมัดระวังการใช้จ่ายทำให้พ่อค้าแม่ค้าไม่กล้าที่จะปรับขึ้นราคามากนัก ส่วนใหญ่ราคาจะอยู่ที่ 2530 บาท/จาน
ขณะที่บางตลาด เช่น ย่านถนนพุทธมณฑล สาย 2 ราคาอาหารเจปรุงสำเร็จอยู่ที่ 3540 บาท/จาน โดยราคาก็ยังเท่าเดิมกับปีก่อนทั้งๆที่วัตถุดิบบางชนิดมีการปรับขึ้นก็ตาม ส่วนตลาดยิ่งเจริญ อาหารเจปรุงสำเร็จจะอยู่ที่ 2535 บาท/จาน โดยสาเหตุหลักที่ผู้ประกอบการไม่กล้าปรับราคาอาหาร เพราะประชาชนมีทางเลือกในการใช้จ่ายจำนวนมาก ประกอบกับห้างโมเดิร์นเทรด หรือร้านสะดวกซื้อก็มีการจำหน่ายอาหารปรุงสำเร็จเจเหมือนกัน และราคาก็ไม่ได้แพงมากนัก ขณะเดียวกันก็ยังพบว่ากรมการค้าภายในได้ขอความร่วมมือไปยังเจ้าของตลาดสดในการตรึงราคา ซึ่งก็มีร้านค้าในหลายๆพื้นที่ให้ความร่วมมือในการตรึงราคาอาหารเพื่อช่วยลดค่าครองชีพแก่ประชาชน
สหภาพฯการบินไทยฮึ่มจ่อยื่นหนังสือถึงบอร์ดตรวจสอบอดีตดีเอ็นทำโค้ดแชร์อุ้มไทยสมายล์ ทำสูญรายได้กว่า 500 ล้านบาท
จ่อสอบผู้บริหารบินไทย
แหล่งข่าวจากสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจบริษัท การบินไทย เปิดเผยว่า สหภาพแรงงานเตรียมทำหนังสือถึงคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัท การบินไทย ให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายบริหาร โดยเฉพาะนายธีรพลโชติชนาภิบาล อดีตรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายการพาณิชย์ ที่ปรึกษา ที่โดยเฉพาะนายธีรพล โชติชนาภิบาล อดีตรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายการพาณิชย์ ร่วมทำสัญญาควบรวมที่นั่งเส้นทางการบิน (โค้ดแชร์) กับสายการบินไทยสมายล์ โดยรับประกันการขายทุกที่นั่งแบบ 100% เช่น เส้นทางกรุงเทพ เชียงใหม่ ไปกลับ การบินไทยต้องจ่ายเงินให้ไทยสมายล์ ประมาณ 7.96 แสนบาท/เที่ยวบิน ขณะที่จำหน่ายที่นั่งได้จริงเพียง 4.2 แสนบาท ทำให้การบินไทยต้องเสียส่วนต่างเพิ่มขึ้น 3.6 แสนบาท เป็นต้น ทำให้การบินไทยเสียผลประโยชน์และมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น
ทั้งนี้เบื้องต้นพบว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่สูญเสียไปไม่ต่ำกว่า 400-500 ล้านบาท/เดือน







