posttoday
CPF-TUF สตอรี่ดียาวถึงปีหน้า

CPF-TUF สตอรี่ดียาวถึงปีหน้า

25 กันยายน 2557

สัตว์บก...มีแต่ปัจจัยบวก

สัตว์บก...มีแต่ปัจจัยบวก

แนวโน้มผลการดำเนินงานของกลุ่มเกษตรอาหาร ทั้งบริษัท เจริญโภคภัณฑ์ (CPF) บริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ (TUF) และบริษัท จีเอฟพีที (GFPT) ในช่วงไตรมาส 3 ปีนี้จะปรับตัวสูงขึ้น ด้วยผลบวกจากช่วงฤดูกาลส่งออกของธุรกิจอาหาร สนับสนุนให้ปริมาณขายเนื้อสัตว์และอาหารสัตว์เติบโตมากขึ้นจากงวดก่อนหน้า

ขณะที่ช่วงไตรมาส 4 คาดว่ายังทรงตัวสูงต่อเนื่อง แม้จะผ่านพ้นช่วงฤดูกาลส่งออกของธุรกิจอาหารไปแล้วก็ตาม แต่ผู้ประกอบการสามารถขยายตลาดส่งออกได้มากขึ้น โดยเฉพาะญี่ปุ่นและรัสเซียหนุนให้ปริมาณส่งออกเนื้อไก่มีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง และยังส่งผลบวกทางอ้อมต่อธุรกิจอาหารสัตว์บกให้เติบโตมากขึ้นด้วยเช่นกัน

สำหรับทิศทางราคาสัตว์บกในประเทศไทย โดยเฉพาะราคาไก่เป็นคาดว่าจะสูงขึ้น เป็นผลจากแนวโน้มปริมาณส่งออกเนื้อไก่ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงครึ่งหลังปีนี้และต่อเนื่องไปจนถึงปี 2558 ในขณะที่กำลังการผลิตปรับเพิ่มขึ้นไม่ทัน ซึ่งสถานการณ์ค่อนข้างสวนทางกับราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ (กากถั่วเหลือง) ในต่างประเทศที่พลิกกลับเป็นขาลงแล้วในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ส่วนราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งส่วนใหญ่จัดซื้อในประเทศไทย คาดว่ามีแนวโน้มอ่อนตัวต่อเนื่องหลังจากเข้าสู่ช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิต ช่วยลดแรงกดดันจากปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบไปได้อย่างมาก ซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกต่ออัตราการทำกำไรของผู้ประกอบการฟาร์มเลี้ยงสัตว์บก ซึ่งได้แก่ CPF และ GFPT เพราะต้นทุนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และกากถั่วเหลืองคิดเป็นสัดส่วน 40% และ 24% ของต้นทุนวัตถุดิบรวม

สัตว์น้ำ...ทยอยฟื้นตัวตามลำดับ

แนวโน้มธุรกิจกุ้งในประเทศไทยยังเห็นการฟื้นตัวที่ล่าช้ากว่าคาด เนื่องจากผู้ประกอบการฟาร์มเลี้ยงกุ้งยังไม่เชื่อมั่นถึงมาตรการป้องกันโรคระบาดตายด่วน (EMS) ในกุ้งขาว ทำให้ผลผลิตกุ้งออกสู่ตลาดไม่มากนักส่งผลให้ราคายังทรงตัวที่ระดับ 210 บาท/กก. สูงกว่า 50% จากระดับราคาปกติก่อนช่วงเกิดโรคระบาด EMS

อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยบวกที่ช่วยประคองกำไรของ CPF และ TUF คือ ธุรกิจสัตว์น้ำในต่างประเทศที่เห็นการฟื้นตัวชัดเจน นำโดยเวียดนามและมาเลเซีย (ภายใต้การดำเนินงานในบริษัทย่อยของ CPF) มีผลกำไรที่ปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง ส่วนธุรกิจกุ้งในประเทศอินเดีย (ภายใต้การดำเนินงานในบริษัทย่อยของ CPF และบริษัทร่วมของ TUF) ซึ่งไม่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาด EMS จึงเป็นโอกาสที่ดีในการขยายฐานการผลิตให้มากขึ้นและเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดโลก ในช่วงที่ผลผลิตของคู่แข่งในประเทศอื่นๆ ได้รับความเสียหายจากโรคระบาด EMS

นอกจากนี้ ธุรกิจกุ้งในสหรัฐ ภายใต้การดำเนินงานของบริษัทย่อยของ TUF (Chicken of the Sea Frozen Food) คาดว่ายังมีผลกำไรดีต่อเนื่อง เพราะบริษัทมีข้อได้เปรียบด้านการจัดหาวัตถุดิบกุ้งขาวจากหลายประเทศทั่วโลก จึงไม่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาด EMS ในไทย

สำหรับธุรกิจทูน่าในช่วงไตรมาส 3 คาดว่าจะเติบโตทำระดับสูงสุดของปี เนื่องจากเข้าสู่ช่วงฤดูกาลส่งออก ขณะที่ในช่วงไตรมาส 4 จะเริ่มปรับลดลง ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยเชื่อว่าทิศทางราคาปลาทูน่าจะปรับตัวลดลงในงวดนี้ เนื่องจากเป็นช่วงฤดูกาลจับปลาของชาวประมง ทำให้ปริมาณปลาทูน่าออกสู่ตลาดมากขึ้น อย่างไรก็ตามราคาปลาทูน่าในตลาดโลกที่มีเสถียรภาพมากขึ้นจากในอดีตน่าจะช่วยให้ TUF สามารถบริหารจัดการสต๊อกสินค้าปลาทูน่าอย่างมีประสิทธิภาพส่งผลให้บริษัทยังรักษาอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจทูน่ากระป๋องที่ระดับสูงต่อเนื่อง (สัดส่วนรายได้ของธุรกิจทูน่าเท่ากับ 52% ของรายได้รวมของ TUF) อีกทั้งบริษัทยังดำเนินกลยุทธ์การนำเสนอนวัตกรรมใหม่ของผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างจากคู่แข่ง (Innovation) รวมถึงการเพิ่มมูลค่าของสินค้า (Valueadded Product) เพื่อดึงดูดการยอมรับจากผู้บริโภคและลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบทูน่า

สำหรับการลงทุนให้น้ำหนักการลงทุนเท่ากับตลาด แม้ว่าแนวโน้มกำไรสุทธิกลุ่มฯ ในปี 2557-2558 จะฟื้นตัวโดดเด่น 51% และ 26% ตามลำดับ ซึ่งสูงกว่าอัตราการเติบโตเฉลี่ยของตลาดที่ระดับ 10% แต่เนื่องจากพีอีเฉลี่ยของกลุ่มฯ ที่สูงถึง 20 เท่า ซึ่งสูงกว่าพีอีตลาดที่ระดับ 16 เท่า ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยเลือกหุ้น CPF (มูลค่าหุ้นละ 34 บาท) และ GFPT (มูลค่าหุ้นละ 22 บาท) เป็น Top picks โดยมีปัจจัยบวกจากการเติบโตของธุรกิจฟาร์มสัตว์บกในประเทศไทย หลังจากที่ขยายตลาดส่งออกได้มากขึ้น โดยเฉพาะญี่ปุ่นและรัสเซียหนุนให้ปริมาณส่งออกเนื้อไก่ และปริมาณขายอาหารสัตว์บกของ CPF และ GFPT มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่งวดไตรมาส 4 ไปจนถึงปี 2558

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน