posttoday
โอกาสลงทุนเอเชียเหนือ

โอกาสลงทุนเอเชียเหนือ

25 กันยายน 2557

การฟื้นตัวของกลุ่มประเทศผู้บริโภคในซีกโลกตะวันตกเริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้น สหรัฐประกาศตัวเลขการเติบโตที่สูงถึง 4.2% QoQ, SAAR ใน 2Q57 แม้ตัวเลขที่สูงนี้ส่วนหนึ่งเป็นผลจากฐานไตรมาสแรกที่ต่ำจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นผิดปกติและอัตราการเติบโตอาจจะชะลอลงในช่วงที่เหลือของปี แต่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังมองเศรษฐกิจสหรัฐจะเติบโต 3% ในไตรมาสที่เหลือของปีนี้และต่อเนื่องในปีหน้า และการฟื้นตัวที่แข็งแกร่ง ทำให้เฟดเชื่อมั่นมากขึ้นและนำไปสู่การถอนความช่วยเหลือในช่วงถัดไป

การฟื้นตัวของกลุ่มประเทศผู้บริโภคในซีกโลกตะวันตกเริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้น สหรัฐประกาศตัวเลขการเติบโตที่สูงถึง 4.2% QoQ, SAAR ใน 2Q57 แม้ตัวเลขที่สูงนี้ส่วนหนึ่งเป็นผลจากฐานไตรมาสแรกที่ต่ำจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นผิดปกติและอัตราการเติบโตอาจจะชะลอลงในช่วงที่เหลือของปี แต่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังมองเศรษฐกิจสหรัฐจะเติบโต 3% ในไตรมาสที่เหลือของปีนี้และต่อเนื่องในปีหน้า และการฟื้นตัวที่แข็งแกร่ง ทำให้เฟดเชื่อมั่นมากขึ้นและนำไปสู่การถอนความช่วยเหลือในช่วงถัดไป

ขณะที่เศรษฐกิจยูโรโซนแม้ว่ายังมีความอ่อนแอ แต่การที่ธนาคารกลางยูโรโซนได้ผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มเติมด้วยการลดดอกเบี้ยลงมาจนบางตัวติดลบ และอาจเข้าซื้อสินทรัพย์ในเร็วๆ นี้ กอปรกับความเป็นไปได้ในการผ่อนคลายทางการคลังเพื่อช่วยสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ หลังจากได้ดำเนินการรัดเข็มขัดทางการคลังมาระยะหนึ่งจนสร้างความเชื่อมั่นต่อภาคการคลังได้แล้ว ก็น่าจะทำให้การเติบโตของเศรษฐกิจยูโรโซนดีขึ้นในช่วงถัดไป IMF คาดว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกน่าจะดีขึ้นเป็น 3.4% ในปีนี้ และ 4% ในปีหน้า

ถ้าหากเศรษฐกิจสหรัฐและยูโรโซน ซึ่งถือเป็นผู้บริโภคหลักของโลกและมีขนาดทางเศรษฐกิจรวมกันถึงเกือบครึ่งหนึ่งของเศรษฐกิจโลก สามารถฟื้นตัวขึ้นได้จริง ความต้องการซื้อสินค้าต่างๆ ก็จะเพิ่มขึ้น และปัจจุบันประเทศที่เป็นผู้ผลิตสินค้าที่สำคัญของโลกก็คือ ประเทศในกลุ่มเอเชียเหนือ (กลุ่มเอเชียตะวันออก) ก็น่าจะดีขึ้นไปด้วย ประเทศในกลุ่มนี้มีแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักกันทั่วไปในวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็นสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รถยนต์ หรืออื่นๆ หรือแม้แต่ในภาคการเงินที่หลายประเทศเป็นศูนย์กลางทางการเงินที่สำคัญในภูมิภาคด้วย

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจโลกที่ซบเซาและการส่งออกที่อ่อนแอได้กระทบเศรษฐกิจของประเทศในกลุ่มนี้ค่อนข้างมาก ทำให้ประเทศเหล่านี้ล้วนแต่มีการออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาอย่างต่อเนื่อง ในญี่ปุ่น นายกฯ อาเบะได้ประกาศนโยบายธนูดอกที่สาม คือ การปฏิรูปเศรษฐกิจออกมา ซึ่งรวมไปถึงการลดภาษีนิติบุคคลลงด้วย ซึ่งมาตรการเหล่านี้ก็น่าจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่นในระยะยาว อีกทั้งญี่ปุ่นอาจได้อานิสงส์จากการผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มเติมของ ECB ทำให้ค่าเงินอ่อนลงไปด้วย ไม่นับกับความเป็นไปได้ที่ BoJ อาจมีการผ่อนคลายเพิ่มเติม ซึ่งน่าจะทำให้การฟื้นตัวของญี่ปุ่นดีขึ้นต่อเนื่อง

ส่วนเกาหลีใต้เพิ่งประกาศลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% มาอยู่ที่ระดับ 2.25% และยังมีโอกาสที่ดอกเบี้ยจะลดลงได้อีก พร้อมทั้งประกาศมาตรการกระตุ้นทางการคลังมูลค่า 41 ล้านล้านวอน ที่มุ่งเน้นให้การช่วยเหลือ SME ภาคอสังหาริมทรัพย์และการลงทุนภาคเอกชน รวมถึงผ่อนคลายให้ครัวเรือนกู้ได้มากขึ้นหลังจากได้ควบคุมมาก่อนหน้านี้ ซึ่งน่าจะทำให้เศรษฐกิจเกาหลีใต้ฟื้นตัวกลับมาได้ ขณะที่จีนยังมีการกระตุ้นเพิ่มเติมต่อเนื่องเพื่อรักษาระดับการเติบโตทางเศรษฐกิจ เช่น การปล่อยสภาพคล่องของ PBoC การก่อสร้างบ้านราคาต่ำ การขอความร่วมมือ (บังคับ) ธนาคารพาณิชย์ปล่อยกู้ให้ภาคอสังหาริมทรัพย์ การปรับปรุงสิทธิในการถือครองที่ดิน เป็นต้น แต่มาตรการของจีนอาจจะไม่ใช่มาตรการที่มีขนาดใหญ่นัก เป็นมาตรการเฉพาะจุดและด้วยความระมัดระวัง ซึ่งเชื่อว่าจีนมีศักยภาพเพียงพอที่จะรักษาระดับการเติบโตของเศรษฐกิจไม่ให้เกิด Hard Landing ดังที่หลายคนกังวล

นอกจากนี้ ราคาหุ้นในภูมิภาคนี้ยังถือว่าค่อนข้าง “ถูก” โดยปัจจุบันตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ซื้อขาย 9.2 เท่าของกำไรต่อหุ้น ค่อนข้างต่ำ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับคาดการณ์กำไรต่อหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเติบโต 23.4% ในปีนี้ และ 12.9% ในปีหน้า ทำให้การลงทุนในจีนนอกจากได้ประโยชน์จากกำไรต่อหุ้นที่เติบโตขึ้นแล้ว ยังอาจได้รับประโยชน์จากการขยายตัวของ P/E ของตลาดด้วย

ส่วนตลาดหุ้นเกาหลีใต้ถือว่ายังไม่แพงนัก ดัชนี KOSPI ปัจจุบันซื้อขายที่ระดับ 12.1 เท่าของกำไรต่อหุ้นในปีนี้ และยิ่งเทียบกับการเติบโตของกำไรต่อหุ้นใน KOSPI ซึ่งนักวิเคราะห์คาดกว่าจะเติบโต 18.1% ในปีหน้า ทำให้ตลาดหุ้นเกาหลีใต้น่าสนใจไม่แพ้กัน ขณะที่ดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่น หากพิจารณาจาก P/E Ratio ปัจจุบันอยู่ที่ 18.1 เท่าแล้วอาจดูสูงกว่าตลาดอื่น แต่เป็นประเทศที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำเป็นเวลานาน ทำให้ตลาดหุ้นอาจซื้อขายที่ P/E สูงกว่าตลาดอื่นได้ แต่หากพิจารณา P/E เฉลี่ยตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ซึ่งอยู่ที่ 17.5 เท่า ดัชนี Nikkei 225 ในปัจจุบันถือว่าไม่ได้แพงนัก ทำให้มองว่าการลงทุนในกลุ่มประเทศเอเชียเหนือน่าสนใจอยู่ไม่น้อยทีเดียวครับ

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี