
ซีทีเอชจ่อฟ้องเสียหาย100ล.
ช่อง3จอดับซัดธุรกิจเพย์ทีวีอ่วมผู้ประกอบการดาหน้าฟ้องกสท.
ช่อง3จอดับซัดธุรกิจเพย์ทีวีอ่วมผู้ประกอบการดาหน้าฟ้องกสท.
ซีทีเอชหนุนเจรจาแก้ปัญหาช่อง 3 จอดำ ย้ำเพย์ทีวีอ่วมหนัก จ่อฟ้อง กสท. คิดค่าเสียหายกว่า 100 ล้านบาท
นายวิชัย ทองแตง ประธานกรรมการ บริษัท ซีทีเอช เปิดเผยว่า หากช่อง 3 จอดำนั้นจะเกิดผลเสียอย่างมากกับผู้ประกอบการธุรกิจโทรทัศน์บอกรับสมาชิก หรือเพย์ทีวีรายเล็ก เนื่องจากผู้ประกอบการเพย์ทีวีอยู่ได้ด้วยการขายสมาชิกรายเดือน เฉลี่ยเดือนละ 250-350 บาท ขณะที่คอนเทนต์ที่ออกอากาศต้องยอมรับว่าช่อง 3 เป็นแม่เหล็กสำคัญ โดยเฉพาะละครและรายการแฟนข่าว
“ช่วงหลายวันที่เกิดปัญหาดังกล่าวผู้ประกอบการธุรกิจเพย์ทีวีรู้สึกกดดันจากปัญหาของ กสท.กับช่อง 3 และซีทีเอชกระทบกระเทือนแน่ แต่น้อยกว่าผู้ประกอบการรายย่อยทั่วไป เพราะซีทีเอชลงทุนในเรื่องคอนเทนต์ไว้มากจากการซื้อคอนเทนต์จากต่างประเทศ รายการกีฬาจากต่างประเทศ เชื่อว่าจะรองรับปัญหาได้ระดับหนึ่ง แต่ไม่มีช่องละคร จึงน่าจะส่งผลกระทบมากในวันที่ช่อง 3 จอดับ” นายวิชัย กล่าว
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาผู้ประกอบการธุรกิจเพย์ทีวีได้มีการหารือกัน หลังจาก กสท.ได้มีการทำหนังสือไปยังผู้ประกอบการว่าห้ามนำรายการของช่อง 3 ไปออกทางช่องทางดาวเทียมกับเคเบิลทีวีและเพย์ทีวี
อย่างไรก็ตาม หากกลับไปดูประกาศของ กสทช. เรื่องกฎมัสต์แคร์รี่ข้อ 6 ที่ออกเมื่อเดือน ก.ค. 2555 ระบุว่า ผู้ให้บริการโครงการเพย์ทีวีมีหน้าที่ต้องให้สมาชิกได้รับบริการโทรทัศน์ที่เป็นรายการทั่วไปได้โดยตรงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเมื่อ กสท.แจ้งว่าช่อง 3 อะนาล็อกไม่มีสถานะเป็นโทรทัศน์สาธารณะ จึงห้ามไม่ให้ผู้ประกอบการเพย์ทีวีนำช่อง 3 อะนาล็อกออกอากาศผ่านช่องทางดาวเทียมและเคเบิลทีวี
หากวิเคราะห์กันว่าสิ่งที่ กสท.ทำเป็นการบัญญัติเรื่องหน้าที่เท่านั้น แต่ในทางกฎหมายเนื่องจากไม่ได้เป็นโทรทัศน์แบบรายการทั่วไปแล้วหมดหน้าที่ แต่หมดสิทธิด้วยหรือไม่ ซึ่งเพย์ทีวีไม่ได้หมดสิทธิ แค่หมดหน้าที่เท่านั้น และยังมีสิทธินำช่อง 3 อะนาล็อกออกอากาศ เพียงแต่จะออกอากาศภายใต้ข้อจำกัด
นายวิชัย กล่าวว่า จะเห็นว่าสิทธิและหน้าที่โดยรัฐธรรมนูญไม่ทับซ้อนกัน บางเรื่องรัฐธรรมนูญเขียนไว้ให้มีหน้าที่ ขณะที่บางเรื่องรัฐธรรมนูญเขียนไว้ว่าให้มีสิทธิ การที่จะบอกว่าหน้าที่หมดไป ไม่ใช่สิทธิหมดไปด้วย สิทธิยังอยู่ ที่จะต้องทำตามกฎเพย์ทีวี การเอาช่อง 3 อะนาล็อกไปออกอากาศช่องเพย์ทีวีนั้นทำได้ เช่น ห้ามออกอากาศเกิน 6 นาที เป็นต้น
“ปัญหาดังกล่าวไม่ใช่เรื่องทับซ้อน ต่างฝ่ายต่างยึดกรอบแนวคิดตนเองเป็นที่ตั้งจนเกินไป แต่ต้องคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง” นายวิชัย กล่าว
ปัจจุบันมีผู้ประกอบการธุรกิจเพย์ทีวีที่ได้ยื่นฟ้องไปแล้ว 5 ราย จากจำนวนผู้ประกอบการเพย์ทีวีทั้งหมด 300-400 ราย และในสัปดาห์นี้เชื่อว่าจะมีอีกหลายรายที่ยื่นฟ้อง กสท. ซึ่งซีทีเอชได้รับคำสั่งให้จอดำในวันที่ 28 ก.ย.นี้ ทางบริษัทเตรียมจะฟ้องกลับ กสท.คิดค่าเสียหายเบื้องต้นกว่า 100 ล้านบาท/เดือนเช่นกัน







