
เกษตรชงจ่ายเงินสดช่วยชาวสวนยาง
ก.เกษตรฯเตรียมชงมาตรการจ่ายเงินสดช่วยชาวสวนยางเสนอครม.ยันเพื่อให้เกษตรกรอยู่ได้และมีคำตอบชัดไม่ใช่ประชานิยม
ก.เกษตรฯเตรียมชงมาตรการจ่ายเงินสดช่วยชาวสวนยางเสนอครม.ยันเพื่อให้เกษตรกรอยู่ได้และมีคำตอบชัดไม่ใช่ประชานิยม
แหล่งข่าวระดับสูงในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรฯเตรียมเสนอให้รัฐบาลพิจารณาช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางเป็นเงินสด ในกรณีที่เข้าโครงการลดการกรีดยางเพื่อลดปริมาณผลผลิตยางออกสู่ตลาด ส่วนจะช่วยเหลือเกษตรกรครัวเรือนละกี่ไร่ เป็นเงิยต่อไร่เท่าไหร่ และเป็นงบประมาณรวมเท่าไหร่นั้น อยู่ระหว่างการรวบรวมของคณะทำงาน ซึ่งเมื่อ นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรฯกลับมาและมีผลหารือเรื่องลดพื้นที่ปลูกยางและชะลอการกรีดยางจากการหารือกับ 3ประเทศไตรภาคคืออินโดนีเซีย มาเลเซียแล้วจะมีการสรุปรายงานเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาเป็นนโยบายออกมา
“ทั้งนี้ผลผลิตยางของประเทศ 4 ล้านตัน ต่อปี เดือนละ 3 แสนตัน มีเกษตรกรประมาณ 3ล้านครัวเรือนซึ่งก็ต้องให้ฝ่ายนโยบายตัดสินว่าจะกำหนดที่เท่าไหร่ ทั้งนี้ เป้าหมายหลักคือให้เกษตรกรอยู่ได้ซึ่งชาวสวนทุกคนรัฐก็ต้องดูแลเพราะผลกระทบเหมือนกัน ดังนั้นจะต้องกำหนดว่าจะช่วยไม่เกินกี่ไร่ต่อครัวเรือน ซึ่งอาจจะใช้ราคาต้นทุนยางพาราอยู่ที่ประมาณ 64 บาทต่อกก. และบวก 20 % คือราคาขายที่เกษตรกรอยู่ได้มาคำนวณ แต่ยังตอบไม่ได้ว่าเท่าไหร่เพราะยังไม่เคาะเรื่องจำนวนไร่ต่อครัวเรือนที่จะช่วย “ แหล่งข่าวระบุ
นอกจากนั้นรัฐจะผลักดันให้ไทยเกิดตลาดการซื้อขายยางพาราจริงครั้งแรกของโลกโดยจะใช้ตลาดกลางกลางของกรมวิชาการเกษตร ทั้ง 12 แห่ง เป็นหลักงบประมาณ 1.6 พันล้านบาท เพื่อเป็นศูนย์ซื้อขายยางจากเกษตรกรชาวนสวนยาง โดยสะท้อนราคาของประเทศผู้ผลิต คาดว่าจะสามารถเปิดได้ภายใน 3เดือนนับจากที่รัฐบาลแถลงนโยบายเพราะคิดกันมานานแล้ว แต่รอฝ่ายนโยบายตัดสินใจ เนื่องจากจากชัดเจนว่าราคาตลาดยางที่ตกต่ำแบบผิดปกติโดยราคาตลาดโลกอยู่ 52 บาทแต่ซื้อขายจริงประมาณ 40 บาทต่อกก. เพราะมีการรวมตัวกันกดราคาของประเทศผู้ซื้อ ซึ่งหากสำเร็จไทยจะสร้างประวัติศาสตร์ใหม่
ทั้งนี้นายนิพิษฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้นำกลุ่ม อดีตสส.ภาคใต้ เดินหามายังกระทรวงเกษตรเพื่อยื่นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร เพื่อเสนอ แนวทางแก้ปัญหาราคายางพารา โดยมีนางจิรวรรณ แย้มประยูร รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ รับหนังสือแทน โดยระบุว่าจากปัญหาราคาที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ จากการตรวจสอบแนวทางในการแก้ไขปัญหายางพาราทั้งระบบ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ เวชาชีวะ และสมาชิกพรรค สรุปตรงกัน และเสนอมาตรการเร่งด่วนให้รัฐบาลแก้ปัญหาทั้งหมด 5ข้อ ประกอบด้วย
1.รัฐบาลต้องประกาศชัดเจนว่ายางที่มีอยู่ในสต๊อกทั้งหมด 2.1แสนตันรัฐบาลจะไม่ขายแน่นอน โดยจะเก็บไว้ใช้ในประเทศทั้งหมด เพื่อลดปริมาณยางว่าจะหายไปทันที 2.1แสนตัน ส่วนจะไปใช้อย่างไง ต้องหาวิธีอีกครั้ง
2.ยางไปสร้างสร้างถนน โดยใช้ส่วนผสมของยางพาราในการสร้างถนนทั้งหมด 5 % เพื่อนำยางไปใช้ และลดปริมาณยางในสต๊อก โดยที่ผ่านมา การสร้างถนนมีผลการศึกษาวิจัยที่ชัดเจนว่าสามารถทำได้ และมีตัวอย่างให้เห็นจำนวนมากซึ่งทำได้จริง และได้ถนนที่ดีขึ้นซึ่งต้องรีบทำทันที
3.เรื่องของการสร้างสนามกีฬา โดยใช้ ยางพารา ในส่วนหน่วยงานราชการและโรงเรียนต้องทำทันทีเพื่อระบายยาง ออกสู่ตลาด ซึ่งคาดว่า ใช้งบประมาณไม่มาก และเม็ดเงินที่อาจจะเพิ่มขึ้นบางส่วนก็ ไปอยู่กับประชาชน ที่เป็นพวกแรงงาน ซึ่งที่ผ่านมา มีการใช้งบประมาณไปทุ่ม ในสินค้าเกษตรอื่นจำนวนมาก และควรที่จะช่วยในเรื่องดังกล่าวด้วย ส่วนเรื่องที่4. เรื่องการส่งเสริมการใช้ยางพาราไปใช้ในระบบกันสะเทือนของรถไฟ รวมทั้งหมอนรถไฟที่ทำจากยางพารา ซึ่งต่างประเทศ ใช้มาแล้วหลายประเทศ หาก นำยางพาราไปใช้ในการผลิตหมอนรถไฟจะสามารถลดปริมาณยางออกจากตลาดได้มากขึ้นด้วยโดยเฉพาะ เรื่องรถไฟรางคู่ที่กำลังจะทำ ส่วนเรื่องสุดท้าย คือ เรื่อง 5. เรื่องการสสนับสนุนในอุตสาหกรรมยาง โดยควรจะสนับสนุนให้เอกชนเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมยางพาราในประเทศ ซึ่งทั้ง 5 สู่การแก้ปัญหายางทั้งระบบได้ มากขึ้น
นางจิระวรรณ แย้มประยูร รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ กล่าวว่า จะนำข้อเสนอทั้ง5ข้อเสนอต่อ ปลัดกระทรวงและเพื่อทำเสนอต่อ รัฐมนตรีเพื่อนำสู่แนวทางการแก้ปัญหาราคายางพาราต่อไป และยืนยันว่าที่ผ่านมาในการการเดินหน้าแก้ไขปัญหาราคายางพารา รัฐมนตรีและรัฐบาลถือเป็นเรื่องหลัก ที่จะหาทางแก้ปัญหาและจะนำเรื่องขอเสนอทั้งหมดที่เสนอมาไปประกอบในการแก้ปัญหาต่อไป







