
LUX by SACICT เสน่ห์ผ้าไทยกับไหมยกทอง
งานหัตถศิลป์ไทย เป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของประเทศ ที่ไม่เพียงมีความสำคัญในฐานะองค์ความรู้และทักษะเชิงช่างที่สั่งสมมายาวนาน หากแต่ยังสะท้อนถึงรากเหง้าและภูมิปัญญาอันเป็นเอกลักษณ์และเป็นที่ภาคภูมิใจของคนไทยทุกคน ได้สร้างสรรค์พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภท ตั้งแต่ของใช้ในชีวิตประจำวัน เครื่องประดับ ของตกแต่ง ไปจนถึงงานหัตถศิลป์ชั้นสูงที่เหมาะกับการวางโชว์และสะสม ผลงานสร้างสรรค์จากครูศิลป์ของแผ่นดิน และทายาท ถือเป็นงานหัตถศิลป์ชั้นสูง ที่สืบทอดมาจากบรมครูช่างไทยแต่โบราณ ซึ่งมีความวิจิตรบรรจงเป็นที่เลื่องลือทุกยุคสมัยและได้ถ่ายทอดสู่ทายาทเพื่อฝึกฝน เรียนรู้ต่อๆ กันมาและพัฒนาจนยากที่ใครจะลอกเลียนแบบ
งานหัตถศิลป์ไทย เป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของประเทศ ที่ไม่เพียงมีความสำคัญในฐานะองค์ความรู้และทักษะเชิงช่างที่สั่งสมมายาวนาน หากแต่ยังสะท้อนถึงรากเหง้าและภูมิปัญญาอันเป็นเอกลักษณ์และเป็นที่ภาคภูมิใจของคนไทยทุกคน ได้สร้างสรรค์พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภท ตั้งแต่ของใช้ในชีวิตประจำวัน เครื่องประดับ ของตกแต่ง ไปจนถึงงานหัตถศิลป์ชั้นสูงที่เหมาะกับการวางโชว์และสะสม ผลงานสร้างสรรค์จากครูศิลป์ของแผ่นดิน และทายาท ถือเป็นงานหัตถศิลป์ชั้นสูง ที่สืบทอดมาจากบรมครูช่างไทยแต่โบราณ ซึ่งมีความวิจิตรบรรจงเป็นที่เลื่องลือทุกยุคสมัยและได้ถ่ายทอดสู่ทายาทเพื่อฝึกฝน เรียนรู้ต่อๆ กันมาและพัฒนาจนยากที่ใครจะลอกเลียนแบบ
ฉบับนี้ Hi Crafts จะพาผู้อ่านร่วมสัมผัสความงดงามแห่งหัตถศิลป์ชั้นครู ที่หากใครได้สัมผัสยากนักที่จะหักห้ามใจไม่อยากเป็นเจ้าของผลงานเหล่านั้นค่ะ เรามาดูกันค่ะว่าผลงานต่างๆ เหล่านั้นมีความเป็นมาอย่างไร
งานศิลปะหลากหลายแขนงของไทยซึ่งเป็นหัตถศิลป์ชั้นสูงที่ทรงคุณค่าและได้รับการสืบทอดมาจนปัจจุบัน แต่เนื่องจากเป็นสิ่งใกล้ตัวที่หลายคนจึงมองข้ามไป และไม่เห็นความสำคัญเท่าที่ควร จนอาจเป็นสาเหตุหนึ่งให้ภูมิปัญญาหลายแขนงค่อยๆ เลือนหายหรือสูญหายไป จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการอนุรักษ์และฟื้นฟูองค์ความรู้เหล่านี้ให้กลับมาเป็นที่ยอมรับและเป็นที่ภาคภูมิใจของคนในชาติมากยิ่งขึ้น รวมทั้งเผยแพร่ออกไปอย่างกว้างขวางให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาชาวไทยและชาวต่างชาติ การผลักดันงานหัตถศิลป์ชั้นสูงของไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติจะเป็นกลยุทธ์สำคัญในการย้ำให้เยาวชนไทยเห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์มรดกอันล้ำค่านี้ไว้ไม่ให้สูญหาย สร้างเป็นขวัญกำลังใจให้กับครูช่างงานฝีมือซึ่งทำงานด้วยหัวใจและทักษะที่สร้างสมมานาน และยังเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศให้ก้าวไกลไปพร้อมๆ กับความภาคภูมิใจของคนในชาติ
โครงการ “การพัฒนากลุ่มผลิตภัณฑ์หัตถกรรมอันทรงคุณค่า” หรือ LUX by SACICT จึงได้กำหนดแผนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในกลุ่มหัตถศิลป์ชั้นสูงต่างๆ ภายใต้แนวคิด Gold Touch : A Touch of Thai เพื่อร่วมอนุรักษ์งานหัตถกรรมดั้งเดิม พร้อมทั้งพัฒนาต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยทำการสื่อสารสร้างภาพลักษณ์การรับรู้สู่กลุ่มเป้าหมายทั้งชาวไทยและนานาชาติให้ได้สัมผัสเข้าถึงคุณค่างานหัตถศิลป์ชั้นสูงของไทย อันเป็นการส่งเสริมผลักดันเพื่อยกระดับผลงานฝีมือ “ครูช่างไทย” ให้ก้าวสู่สากลอย่างสมภาคภูมิ
สำหรับในปีนี้ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) ได้รับเกียรติจากครูช่างผู้เชี่ยวชาญงานหัตถกรรมด้านต่างๆ จำนวน 7 ท่าน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสรรค์สร้างโครงการดังกล่าว ได้แก่ 1.ครูธานินทร์ ชื่นใจ(ครูภูมิปัญญาด้านงานสกุลช่างเมืองเพชร) 2.ครูอุไร แตงเอี่ยม (ครูช่างหัวหน้าหมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี จังหวัดสมุทรสาคร) 3.ครูเมตตา เสลานนท์ (ครูช่างเครื่องลงหินแห่ง ชุมชนบ้านบุ กรุงเทพฯ) 4.ครูนิคม นกอักษร (ครูเครื่องถมเมืองนคร ผู้เชี่ยวชาญงาน "ถมตะทอง") 5.ครูปราโมทย์ เขาเหิน (ทายาทหัตถศิลป์เครื่องทองสุโขทัย) 6.ครูวัฒนา แก้วดวงใหญ่ (ครูช่างหัวโขน ทายาทผู้สืบสานตำนานช่างทำหัวโขนมาจาก "ครูชิต แก้วดวงใหญ่" ปรมาจารย์ด้านหัวโขน) และ 7.ครูวีรธรรม ตระกูลเงินไทย “ผ้าไหมยกทอง” ในนามกลุ่มทอผ้า “จันทร์โสภา” ในฉบับนี้ Hi Crafts ขอแนะนำให้ผู้อ่านได้รู้จักและสัมผัสงานหัตถศิลป์ชั้นสูงแขนงหนึ่ง ที่ Hi Crafts รับรองว่าหากใครได้เห็นผลงานย่อมอยากมีไว้ในครอบครอง
เรามาทำความรู้จัก“ผ้าไหมยกทอง” โดย ครูวีรธรรม ตระกูลเงินไทย ไปพร้อมๆ กันค่ะ
ครูวีรธรรมใช้เวลายามว่างจากการทำไร่ทำนารวบรวมชาวบ้านหมู่บ้านท่าสว่าง จ.สุรินทร์ มาสร้างสรรค์งาน “ผ้าไหมยกทอง” ในนามกลุ่มทอผ้า “จันทร์โสภา” ในปี 2540 ซึ่งหมู่บ้านท่าสว่างมีการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมมาแต่โบราณ โดยชาวบ้านจะทอผ้าไหมกันแทบทุกหลังคาเรือน ครูได้ซึมซับงานช่างทอผ้าพื้นบ้านมาแต่วัยเยาว์ จนเกิดเป็นความชื่นชอบประทับใจจนถึงขั้นลงมือศึกษาอย่างทะลุปรุโปร่ง
ครูวีรธรรมสำเร็จการศึกษาศิลปบัณฑิต สาขาจิตรกรรมไทย จากสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเพาะช่าง จึงได้นำความรู้ความเชี่ยวชาญของช่างเขียนลายไทยและลวดลายชั้นสูงแบบราชสำนักโบราณมาประยุกต์ผสมผสานเข้ากับการทอแบบพื้นบ้านตามภูมิปัญญาดั้งเดิมของบรรพบุรุษ จนผลงานได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางในด้านความสวยงามอย่างน่ามหัศจรรย์ด้วยการออกแบบลวดลายที่สลับซับซ้อนผสมผสานระหว่างการทอแบบราชสำนักกับเทคนิคแบบพื้นบ้าน กลายเป็นผ้าทอที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก
ความโดดเด่นของผ้าไหมยกทองจันทร์โสมา อยู่ที่การเลือกเส้นไหมที่เล็กและบางเบานำมาผ่านกรรมวิธีฟอก ต้ม แล้วย้อมสีธรรมชาติหลัก 3 สี คือ สีแดงจากครั่ง สีเหลืองจากแก่นแกแล เปลือกทับทิม และสีครามจากต้นคราม สอดแทรก การยกดอกลวดลายที่ละเอียดงดงามแบบราชสำนักด้วยไหมทองที่ทำจากทองแท้ๆนำมารีดเป็นเส้นเล็กๆ ปั่นควบกับเส้นด้าย ทอด้วยกี่แบบพื้นเมืองโบราณ และใช้ตะกอเส้นพุ่งพิเศษทำให้เกิดลาย โดยต้องใช้ตะกอเป็นหลักร้อยถึงหลักพันตะกอในการทอ ด้วยเทคนิคการทอที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้หมู่บ้านท่าสว่างได้รับการยกย่องว่าเป็น “หมู่บ้านทอผ้าไหมหนึ่งพันสี่ร้อยสิบหกตะกอ” ที่โด่งดังมาจนถึงปัจจุบัน
สำหรับผู้ที่สนใจผลงานและเรื่องราวของครูวีรธรรม สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) เบอร์ติดต่อ 03-536-7054-6 ต่อ 1382 และ 1373 ค่ะ ฉบับหน้า Hi Crafts จะแนะนำให้ผู้อ่านได้รู้จักกับครูช่างด้านอื่นๆ มาลุ้นกันค่ะว่าจะเป็นครูช่างท่านไหน รับรองค่ะ ผลงานของแต่ละท่านไม่มีใครเป็นรองใครเลยค่ะ แล้วพบกันฉบับหน้านะคะ







