
ปัญหาเอกสารสิทธิที่ดิน
ที่ดินถือว่าเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีความสำคัญมาก เพราะใช้เป็นที่อยู่อาศัย และมีความสำคัญต่อภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม รัฐจึงต้องทำหน้าที่สำคัญในการรับรองคุ้มครองสิทธิของประชาชนด้วยการออกเอกสารสิทธิในที่ดินทั้งนี้การออกเอกสารสิทธิในที่ดิน จะต้องเป็นที่ดินที่ผู้มีสิทธิในที่ดินได้ครอบครองและทำประโยชน์ เช่น ใบจอง (น.ส.2) ใบไต่สวน (น.ส.5) แบบสอบสวนเพื่อออกโฉนดที่ดิน หนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3, น.ส.3 ก) โฉนดที่ดิน (น.ส.4, น.ส.4 ก)
ที่ดินถือว่าเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีความสำคัญมาก เพราะใช้เป็นที่อยู่อาศัย และมีความสำคัญต่อภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม รัฐจึงต้องทำหน้าที่สำคัญในการรับรองคุ้มครองสิทธิของประชาชนด้วยการออกเอกสารสิทธิในที่ดินทั้งนี้การออกเอกสารสิทธิในที่ดิน จะต้องเป็นที่ดินที่ผู้มีสิทธิในที่ดินได้ครอบครองและทำประโยชน์ เช่น ใบจอง (น.ส.2) ใบไต่สวน (น.ส.5) แบบสอบสวนเพื่อออกโฉนดที่ดิน หนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3, น.ส.3 ก) โฉนดที่ดิน (น.ส.4, น.ส.4 ก)
ที่ดินบางประเภทอย่าง ภูเขา เกาะ รัฐสามารถออกเอกสารสิทธิให้ได้เช่นกัน แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด เช่น ที่เขา ที่ภูเขา ผู้ครอบครองที่ดินต้องมีสิทธิครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายตามประมวลกฎหมายที่ดิน ที่เกาะ ต้องมีหลักฐานการแจ้งการครอบครอง (ส.ค.1), ใบจอง,ใบเหยียบย่ำ, น.ค.3, ก.ส.น.5 หรือเป็นที่ดินที่คณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติได้อนุมัติให้จัดแก่ประชาชน เขตป่าสงวนแห่งชาติ เขตอุทยานแห่งชาติ ต้องมีหลักฐานการแจ้งการครอบครอง (ส.ค.1), ใบจอง, ใบเหยียบย่ำ, ตราจองไว้ก่อนการสงวนหรือหวงห้ามที่ดิน พื้นที่ที่มีความลาดชันโดยเฉลี่ยร้อยละ 35 ขึ้นไป ตามที่กำหนดไว้ในนโยบายป่าไม้แห่งชาติ ต้องมีสิทธิครอบครองมาก่อนที่ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ คือก่อนวันที่ 1 ธ.ค. 2497 หรือมีหลักฐานแสดงว่าเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดิน เช่น ส.ค. แต่ความเป็นจริงในปัจจุบัน เอกสารสิทธิสำหรับที่ดินประเภทต่างๆ นี้ เรียกได้ว่าไม่สามารถทำได้แล้ว
ความสำคัญของที่ดินไม่ได้จำกัดเพียงการใช้เป็นที่อยู่อาศัย แต่ที่ดินบางแห่งถือว่าสามารถทำประโยชน์ได้อย่างมาก โดยเฉพาะที่ดินริมทะเล ริมเกาะ ใกล้เขตอุทยานแห่งชาติ เพราะถ้านำมาพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว จะก่อให้เกิดรายได้มหาศาลแก่ผู้เป็นเจ้าของ ทำให้เกิดความต้องการที่จะได้มาโดยทั้งที่ถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย
การรุกล้ำที่ผิดกฎหมายที่เห็นได้ชัด การบุกรุกเขตอุทยานแห่งชาติ ป่าสงวน โดยเฉพาะกลุ่มนายทุน เพื่อสร้างรีสอร์ท อันเป็นการทำลายสภาพแวดล้อมและระบบนิเวศ จึงต้องมีการฟ้องร้องข้อหาบุกรุก และให้รื้อถอนสิ่งก่อสร้าง เช่น การสร้างสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำเข้าไปในทะเล พื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้างโดยไม่มีเอกสารสิทธิใดๆ
บางกรณีแม้ผู้ครอบครองจะมีเอกสารสิทธิ แต่ก็มีกรณีที่เอกสารสิทธิดังกล่าวออกมาโดยไม่ถูกต้อง ถือว่าเป็นการบุกรุกและมีความผิดตามกฎหมายเช่นกัน เช่น กรณีของเกาะปอดะ จ.กระบี่ ที่มีการออกเอกสารสิทธิในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธาราหมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ มีการฟ้องร้องระหว่างกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และนายทุน เพื่อเพิกถอน น.ส.3 ก จำนวน 4 แปลง เนื้อที่ 71 ไร่ ร่วม 30 ปี จนสามารถเรียกเกาะปอดะคืนมาเป็นสมบัติของชาติได้ในที่สุด
ตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 การยึดถือหรือครอบครองที่ดินภายในเขตอุทยานแห่งชาติ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
การออกเอกสารสิทธิในที่ดินบางครั้งมีความเกี่ยวข้องกับกฎหมายหลายฉบับ เช่น พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 พ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 จึงมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงานด้วยกัน ซึ่งแต่ละหน่วยงานจะมีพื้นที่ซึ่งถือแนวเขตที่แตกต่างกัน ราวกับว่าถือแผนที่คนละฉบับ ทั้งที่เป็นสถานที่เดียวกัน ซึ่งอาจเป็นเพราะเทคโนโลยีไม่ทันสมัย หรือความประมาทเลินเล่อ
ปัญหาการออกเอกสารสิทธิในที่ดินที่รัฐหวงห้ามเป็นปัญหาที่ทำให้เกิดผลกระทบทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงเป็นการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศ รัฐจึงควรมีมาตรการในการกำกับดูแล การออกเอกสารสิทธิของกรมที่ดินเพื่อความถูกต้อง รัดกุมและชัดเจน เพื่อให้มีแผนที่ที่มีมาตรฐานเพียงฉบับเดียว การนำเทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่น จีพีเอส (GPS) มาใช้กับการวัดทำระวางที่ดินเพื่อความแม่นยำและชัดเจน จะเป็นประโยชน์อย่างมาก เพราะเป็นการตรวจสอบพิกัดโดยดาวเทียม รวมถึงการสร้างแนวปฏิบัติที่มีความสอดคล้องและมีจุดมุ่งหมายไปในทางเดียวกันระหว่างหน่วยงานของรัฐในกรณีที่ที่ดินแห่งนั้นมีความเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน
เอกสารสิทธิแม้จะเป็นเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐ หากพบว่าเป็นการออกโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ก็ต้องถูกเพิกถอนในที่สุด







