
กสิกรฯจับมือโรบินสันออกบัตรเดบิตร่วม
แบงก์กสิกรไทยจับมือห้างโรบินสันขยายบัตรเดบิตร่วมใบแรก ขยายฐานลูกค้าต่างจังหวัดและเพิ่มยอดบัตรใหม่ 2 แสนใบ
แบงก์กสิกรไทยจับมือห้างโรบินสันขยายบัตรเดบิตร่วมใบแรก ขยายฐานลูกค้าต่างจังหวัดและเพิ่มยอดบัตรใหม่ 2 แสนใบ
นายทวี ธีระสุนทรวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า การออกบัตรเดบิตร่วม (Co-Brand)ใบแรกกับห้างสรรพสินค้าโรบินสันก็เพืี่อจะขยายฐานลูกค้าที่ชื่นชอบการช้อปปิ้ง ซึ่งสามารถใช้การชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ต้องใช้เงินสด ซึ่งสะดวกและปลอดภัยและกำลังเป็นแนวโน้มที่กำลังได้รับความนิยมในกลุ่มคนยุคใหม่ ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด ไม่ว่าในกลุ่มนักเรียน นักศึกษา และ ผู้ที่ยังมีรายได้ไม่พอจะถือบัตรเครดิต โดยลูกค้าผู้ถือบัตรนอกจากจะดูหนังได้ส่วนลด 100จะได้รับส่วนลด 5% ตลอดปีเมื่อซื้อสินค้าที่ห้างโรบินสันทั้ง 39 สาขาทั่วประเทศ รวมถึงแบรนด์ดังอื่นๆในเครือเซ็นทรัลรีเทลฯ อาทิ ร้านซูเปอร์สปอร์ต บีทูเอส และเพาเวอร์บาย พร้อมได้แสตมป์สะสมเดอะวันการ์ด (The 1 Card) คูณ 2 เท่า
"แบงก์ต้องการขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มต่างจังหวัดจากฐานลูกค้าห้างโรบินสันที่มีอยู่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะในหัวเมืองใหญ่ให้ลูกค้าต่างจังหวัดเพิ่มเป็น 60% จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนลูกค้ากรุงเทพฯ 48% และต่างจังหวัด 52% และขยายบัตรเดบิตเพิ่มอีก 2 แสนล้านใบ จากปัจจุบัน ณ เดือนก.ค.ปีนี้ที่มีประมาณ 10 ล้านใบเป็น 1.2 ล้านใบ และทำให้ยอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อบัตรจากปัจจุบัน 6,000 บาทต่อใบ เพิ่มเป็น 1 หมื่นบาท"นายทวีกล่าว
นายทวี กล่าวว่า ด้านปัญหาการสกิมมิงบัตรเดบิตไม่น่าห่วง เพราะร้านค้าที่ตั้งเครื่องรับรูดบัตรหรืออีดีซีที่รับชำระค่าสินค้ามีการระมัดระวังและต้องการได้รับเงินค้าสินค้าอยู่แล้ว มิจฉาชีพเข้ามาติดเครื่องสกิมเมอร์แฮกข้ิมูลไม่ได้ ต่างจากตู้เอทีเอ็มที่ตั้งอยู่กระจัดกระจายและอาจถูกแฮกได้ การแฮกเครื่ิองอีดีซีจะถูกแฮกข้อมูลได้ในกรณีที่ร้านค้าเป็นมิจฉาชีพเท่านั้น ซึ่งในประเทศไทยไม่เคยเจอกรณีเช่นนี้ ไม่เหมือนในเวียดนาม และมาเลเซีย ผู้ถือบัตรเดบิตจึงไม่ต้องกังวล
ด้านนายธรรม์ จิราธิวัฒน์ ผู้อำนวยการอาวุโส สายการตลาด บริษัทห้างสรรพสินค้าโรบินสัน กล่าวว่า การใช้ จ่ายซื้อสินค้าของคนเดินห้างดีขึ้นมาตั้งแต่เทศกาลวันแม่ในเดือนส.ค.ที่ผ่านมา และคาดว่าจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องในปลายปีโดยเฉพาะเดือนธ.ค.ที่คนใช้จ่ายสูงและร้านออกแคมเปญกระตุ้นยอดขายมาก ทำให้ยอดขายปีนี้ดีกว่าคาด ไม่ว่ายอดขายเสื้อผ้า ของขวัญ ของใช้ต่างๆ ฉะนั้นในปีหน้าจะตั้งเป้ายอดขายสูงกว่าปีนี้และจะขยายการเปิดสาขาห้างสรรพสินค้า 4 แห่ง ทั่วประเทศที่เคยชะลอไปก่อนหน้านี้ให้หมดภายในปีนี้ด้วย







