
"พีพีทีวี" เมินรัฐปรับผังใหญ่หนีตายดิจิทัล
ปัญหายังคงรุมเร้าบรรดาผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง เพราะถึงเวลานี้ผ่านไป 5 เดือน
โดย...จะเรียม สำรวจ
ปัญหายังคงรุมเร้าบรรดาผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง เพราะถึงเวลานี้ผ่านไป 5 เดือน สัดส่วนของผู้ชมที่รับชมรายการต่างๆ ของช่องทีวีดิจิทัลยังคงไม่เป็นไปตามเป้าที่บรรดาผู้ประกอบการที่ชนะการประมูลทีวีดิจิทัลคาดการณ์ไว้ เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีการแจกคูปองเพื่อใช้เป็นส่วนลดในการซื้อกล่องแปลงสัญญาณ ขณะที่กฎระเบียบที่ควบคุมดูแลก็ยังไม่มีความชัดเจน จึงทำให้บรรดาผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลเริ่มก่ายหน้าผาก
จากปัญหาที่เกิดขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลเริ่มทยอยออกมาปรับแผนรุกในรูปแบบต่างๆ เพื่อประคองรายได้ในสิ้นปีนี้ให้ใกล้เคียงกับเป้าหมายที่วางไว้ได้มากที่สุด เช่นเดียวกับช่องพีพีทีวี ไฮเดฟ (PPTV HD) ที่ออกมาแย้มแผนว่าเดือน ต.ค.นี้จะมีการปรับผังรายการครั้งใหญ่ พร้อมเปิดยุทธศาสตร์ใหม่เพื่อความแข็งแกร่งของช่อง PPTV
เขมทัตต์ พลเดช กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บางกอก มีเดีย แอนด์ บรอดคาสติ้ง ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ PPTV HD กล่าวว่า เดือน ต.ค.นี้ บริษัทมีแผนที่จะปรับผังรายการครั้งใหญ่ด้วยการเพิ่มคอนเทนต์ในส่วนของกีฬาเข้าไป เนื่องจากกีฬาถือเป็นอีกหนึ่งคอนเทนต์ที่คนไทยให้ความสนใจนอกเหนือจากคอนเทนต์บันเทิง ซึ่งปัจจุบันบริษัทสามารถกวาดซีรี่ส์เกาหลีคุณภาพมาได้เกือบทั้งหมด เหลือเพียง 2 เรื่องเท่านั้นที่ปล่อยไปให้กับผู้ประกอบการช่องอื่นๆ
แนวทางการดำเนินธุรกิจดังกล่าว ส่งผลให้ช่อง PPTV HD ต้องหันมาผนึกพันธมิตรที่มีความแข็งแกร่งทางด้านกีฬาอย่างบริษัท ซีทีเอช เพื่อนำการแข่งขันกีฬาบุนเดสลีกามาออกอากาศจำนวน 34 แมตช์ ซึ่งรูปแบบของการทำตลาดจะเน้นการทำตลาดร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการทำโฆษณาเพื่อโปรโมทการถ่ายทอดสดหรือการขายโฆษณา
นอกจากนี้ ช่อง PPTV HD มีแผนที่จะนำกีฬารายการอื่นๆ เช่น มวยปล้ำ มาออกอากาศเพิ่มเติม เพื่อสร้างความแข็งแกร่งในด้านของคอนเทนต์กีฬาให้กับช่อง PPTV HD และลดการนำรายการรันมาออกอากาศจาก 30% เหลือ 20% ภายในปี 2558 ซึ่งหลังจากออกมาปรับแผนการดำเนินธุรกิจดังกล่าวคาดว่าสิ้นปี 2558 จะมีรายได้ 500 ล้านบาท และถึงจุดคุ้มทุนใน 3 ปี
เขมทัตต์ กล่าวต่อว่า ปัจจัยที่ทำให้บริษัทต้องออกมาปรับแผนยุทธศาสตร์ใหม่ เพราะแนวทางการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลนับจากนี้ต้องพึ่งตัวเองมากขึ้น เนื่องจากตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลยังไม่ได้รับการส่งเสริมหรือสนับสนุนจากผู้ที่กำกับดูแล
ขณะเดียวกัน ยังมีการออกกฎควบคุมที่ไม่ค่อยมีความยุติธรรม เช่น การหันไปปกป้องช่องอะนาล็อกเดิม จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมทีวีดิจิทัลถึงไม่มีอัตราการเติบโต เนื่องจากตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามีปัญหาเกิดขึ้นในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการไม่มีความรู้ในด้านสื่อสารมวลชนของผู้ที่เข้ามากำกับดูแลหรือการวางกฎควบคุมที่ไม่มีความชัดเจน
เขมทัตต์ กล่าวอีกว่า ปัจจัยลบหลายด้านที่เกิดขึ้นในตอนนี้ เกิดจากผู้ที่กำกับดูแลไม่ปล่อยให้การแข่งขันเป็นไปตามกลไกของตลาด เช่นเดียวกับปัญหาที่เกิดขึ้นกับช่อง 3 ในตอนนี้ ซึ่งไม่อยากพูดแล้ว เพราะเชื่อว่าอย่างไรช่อง 3 ก็ไม่จอดำ เห็นได้จากคณะกรรมการของ กสท.เริ่มเสียงแตก ซึ่งเราไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว นอกจากได้แต่น้อยใจ
อย่างไรก็ดี จากปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าว ส่งผลให้ผู้ประกอบการบางรายเริ่มมีเสียงบ่น ซึ่งปัจจัยดังกล่าวคาดว่าภายใน 3 ปีนับจากนี้น่าจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงของทีวีดิจิทัลไทย โดยเฉพาะด้านเนื้อหาหรือคอนเทนต์ การปรับแผนการดำเนินธุรกิจและการปรับเป้าหมายรายได้
หลังจากออกมาปรับผังรายการครั้งใหญ่ในเดือน ต.ค. พร้อมกับประกาศแผนยุทธศาสตร์ ช่อง PPTV HD มั่นใจว่าสิ้นปี 2558 น่าจะผลักดันให้มีรายได้ขยับมาอยู่ที่ 500 ล้านบาท และจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ มีรายได้อย่างต่ำปีละ 1,000 ล้านบาทในปีถัดไป ถึงจุดคุ้มทุนภายใน 3 ปี พอก้าวเข้าสู่ปีที่ 4 จะเริ่มมีผลกำไรจากการดำเนินธุรกิจ หลังจากปีนี้ออกมายืดอกยอมรับว่ามีรายได้พลาดเป้า 23 เท่า เพราะได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบหลากหลายที่เกิดขึ้น







