
ผ่าปัญหาทีวีไทยลบจุดด้อยร่วมแก้เพื่อก้าวหน้า
ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันเป็นวงกว้างสำหรับปัญหาทีวีไทย ไม่ว่ากรณีทีวีอะนาล็อกหรือทีวีดิจิทัล เนื่องจากกฎเหล็กที่ประกาศออกมาควบคุมผู้ประกอบการแต่ละรอบไม่มีความชัดเจน ส่งผลให้ผู้ประกอบการทั้งฝั่งอะนาล็อกและฝั่งทีวีดิจิทัลต่างออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมกันเป็นระยะๆ
ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันเป็นวงกว้างสำหรับปัญหาทีวีไทย ไม่ว่ากรณีทีวีอะนาล็อกหรือทีวีดิจิทัล เนื่องจากกฎเหล็กที่ประกาศออกมาควบคุมผู้ประกอบการแต่ละรอบไม่มีความชัดเจน ส่งผลให้ผู้ประกอบการทั้งฝั่งอะนาล็อกและฝั่งทีวีดิจิทัลต่างออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมกันเป็นระยะๆ
ปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าว ส่งผลให้เริ่มมีนักวิชาการและผู้ประกอบการในธุรกิจสื่อสารมวลชน เริ่มออกมาคาดการณ์ถึงแนวโน้มธุรกิจทีวีของไทย ว่า ถ้าประเทศไทยยังคงมีปัญหาเช่นนี้ การที่ธุรกิจทีวีของไทยจะก้าวไปข้างหน้าคงเป็นไปได้ยาก
อรุณีประภา หอมเศรษฐี ประธานสภาวิชาชีพกิจการการแพร่ภาพและการกระจายเสียง (ประเทศไทย) กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในตอนนี้ส่วนหนึ่งเกิดจากผู้ที่เข้ามากำกับดูแลไม่มีความรู้ความเข้าใจในอาชีพสื่อสารมวลชน จึงทำให้กำหนดหลักเกณฑ์ที่ไม่สอดคล้องกับการทำธุรกิจไม่ว่าจะเป็นปัญหาของการประมูลเคเบิลทีวีในสมัยก่อน หรือการประมูลทีวีดิจิทัลในสมัยนี้ และเมื่อเกิดปัญหาผู้ประกอบการส่วนใหญ่ก็จะยอมโดนปรับมากกว่าการเข้าไปฟ้องร้องกับศาลปกครอง เนื่องจากเรื่องจะจบเร็วกว่าและเสียน้อยกว่าการถึงศาลปกครอง
ด้วยเหตุปัจจัยดังกล่าวผู้ประกอบการควรรวมตัวกันเพื่อต่อสู้และเรียกร้องความเป็นธรรม เพราะถ้าไม่รวมตัวกันต่างคนต่างสู้ก็จะทำให้แก้ปัญหาได้ลำบากมากขึ้น
ปราโมทย์ โชคศิริกุลชัย ประธานสมาพันธ์ สมาคมดิจิทัลคอนเทนต์บันเทิงไทย กล่าวว่า หลังจากประมูลทีวีดิจิทัลก็ทำให้เกิดผลกระทบในหลายวงการ เนื่องจากภาครัฐไม่มีนโยบายที่ชัดเจนออกมา ขณะที่ผู้ประกอบการเองก็ไม่มีการรวมตัวกัน เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมในสิ่งที่ควรจะเป็น จึงทำให้ธุรกิจทีวีไทยยังคงไม่เดินไปข้างหน้า
นอกจากนี้ ที่ผ่านมาประเทศไทยยังหลอกตัวเองในเรื่องของการชมทีวีด้วยภาพความคมชัดสูง (เอชดี) มาโดยตลอด เนื่องจากดาวเทียมไทยคมเพิ่งให้ทีวีไทยได้ออกอากาศในระบบเอชดีเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกันทีวีไทยยังมีปัญหาในเรื่องของการวัดเรตติ้งทีวีดิจิทัล การแจกคูปองเพื่อเป็นส่วนลดซื้อกล่องแปลงสัญญาณทีวีดิจิทัล ค่าไลเซนส์ ประกาศมัสต์ แครี่ และมัสต์แฮฟ
วิชิต เอื้ออารีวรกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจริญยิ่ง (8888) กล่าวว่า สำนักงานกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ควรให้ผู้ประกอบการทั้ง 4 ราย คือ เสาก้างปลา ทีวีดาวเทียม เคเบิลทีวี และทีวีดิจิทัล แข่งขันกันโดยเสรี และให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินว่าจะเลือกชมแพลตฟอร์มไหน
แต่ปัจจุบัน กสทช.เลือกใช้อำนาจหน้าที่ด้วยการบังคับให้ผู้ประกอบการต้องเดินตามกฎต่างๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการบังคับให้ผู้ประกอบการทีวีดาวเทียมและเคเบิลทีวีต้องนำช่องฟรีทีวีมาออกอากาศตามกฎมัสต์ แครี่ หรือการกำหนดให้จัดเรียงช่องทีวีดิจิทัลอยู่หมายเลข 1146 ล่าสุดออกมาประกาศให้จัดใหม่อยู่หมายเลข 136
พร้อมกันนี้ ล่าสุดก็ได้ส่งหนังสือเตือนมายังผู้ประกอบการทีวีดาวเทียมและเคเบิลทีวีให้ยุติการออกอากาศช่อง 3 อะนาล็อกภายใน 15 วันหลังได้รับหนังสือ ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องยุติการทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวีต้องยุติการออกอากาศช่อง 3 อะนาล็อกในวันที่ 30 ก.ย.นี้ ซึ่งก่อนถึงวันดังกล่าวจะมีการยื่นอุทธรณ์พร้อมกับดำเนินการฟ้องศาลปกครองเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม เนื่องจากผู้บริโภคเสียผลประโยชน์
ขณะที่ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล ทีวีอะนาล็อก ทีวีดาวเทียม และเคเบิล กำลังได้รับผลกระทบในด้านของความไม่เป็นธรรมในการดำเนินธุรกิจ ในส่วนของผู้ผลิตรายการและผู้จัดละครก็กำลังได้รับผลกระทบจากปัญหาช่อง 3 จอดำเช่นกัน
วิบูลย์ ลีรัตนขจร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซิร์ช เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ กล่าวว่า จากปัญหาที่เกิดขึ้นกับช่อง 3 อะนาล็อกตอนนี้ ได้ส่งผลกระทบกับบริษัทพอสมควร เนื่องจากตอนนี้ทางช่อง 3 ให้บริษัทชะลอรายการการ์ตูนที่จะออกอากาศในช่อง 3HD ออกไปก่อน จากเดิมที่วางแผนว่าจะนำรายดังกล่าวออกอากาศในวันที่ 1 ต.ค.นี้
สำหรับรายการที่ออกอากาศในช่อง 3 อะนาล็อก หากต้องอยู่ในภาวะจอดำบริษัทอาจต้องปรับลดค่าโฆษณาให้กับเอเยนซี่ 70% ตามมติของช่อง 3 เนื่องจากจำนวนผู้ชมปรับตัวลดลง
อรุโณชา ภาณุพันธุ์ ผู้จัดละครช่อง 3 กล่าวว่า หลังจากได้คุยกับผู้จัดละครด้วยกันตอนนี้หลายคนเริ่มมีความเป็นห่วงช่อง 3 อะนาล็อก เนื่องจากมีละครอีกหลายต้องออกอากาศ
ปัจจัยลบต่างๆ ที่กำลังรุมเร้าทีวีไทยอยู่ในขณะนี้ หากทุกคนร่วมกันแก้และสร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นกับการแข่งขัน ธุรกิจทีวีของไทยน่าจะก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงและสามารถแข่งขันกับนานาประเทศได้ ไม่ใช่เดินหน้าและก้าวถอยหลังเพราะความขัดแย้งและความเห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตนเหมือนที่เป็นอยู่ทุกวันนี้







