posttoday
ยุทธศาสตร์ทีโอเอตั้งโรงงานสีเพื่อนบ้าน

ยุทธศาสตร์ทีโอเอตั้งโรงงานสีเพื่อนบ้าน

22 กันยายน 2557

ธุรกิจสีเป็นธุรกิจที่เติบโตไปพร้อมกับการขยายตัวของเมืองและการพัฒนาเมือง

โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ

ธุรกิจสีเป็นธุรกิจที่เติบโตไปพร้อมกับการขยายตัวของเมืองและการพัฒนาเมือง ยิ่งเมืองที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ความต้องการใช้สีก็เพิ่มมากขึ้น เป็นโอกาสที่ดีของผู้ประกอบการไทยที่มีความพร้อม มีการวางกลยุทธ์ในภูมิภาคอาเซียน เพื่อเข้าไปเจาะตลาดที่กำลังเติบโตในประเทศเพื่อนบ้าน

พงษ์เชิด จามีกรกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า สินค้าของบริษัทได้เข้าไปวางขายในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น พม่า ลาว กัมพูชา และเวียดนาม มานานกว่า 20 ปี ผ่านการค้าชายแดน ทำให้สินค้าและแบรนด์ทีโอเอเป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับจากตลาดประเทศเพื่อนบ้านระดับหนึ่ง เมื่อตลาดมีความพร้อมและเติบโตพอ บริษัทจึงได้ตัดสินใจเข้าไปลงทุนตั้งโรงงานในประเทศต่างๆ

เริ่มจากประเทศเวียดนาม บริษัทเข้าไปตั้งโรงงานขนาดเล็กก่อน จากนั้นได้ตั้งโรงงานใหม่ใหญ่กว่าเดิมในเมืองโฮจิมินห์ เพื่อรองรับตลาดที่เติบโต เพราะเวียดนามมีนักลงทุนต่างชาติเข้าไปลงทุนเป็นจำนวนมาก การลงทุนในเวียดนามจึงประสบความสำเร็จ ปัจจุบันมียอดขายกว่า 1,000 ล้านบาท/ปี มีกำลังการผลิตมากที่สุดรองจากไทย

ขณะที่การลงทุนในมาเลเซียนั้น แม้เข้าไปพร้อมๆ กับเวียดนาม แต่บริษัทมุ่งตลาดเวียดนามมากกว่า ทำให้การเติบโตต่างกัน ตอนนี้ยังอยู่ระหว่างปรับปรุงและเตรียมความพร้อมให้บุคลากร

ด้านพม่า ได้เข้าไปตั้งโรงงานเมื่อ 7-8 ปีที่แล้ว และเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาได้ตั้งโรงงานใหม่แทนโรงงานเก่าในกรุงย่างกุ้ง พม่ามีนักลงทุนต่างชาติเข้าไปลงทุนมาก เกิดการลงทุนระบบโครงสร้างพื้นฐาน อาคาร ที่พักอาศัย ซึ่งทั้งหมดต่างเป็นลูกค้าบริโภคสีทั้งสิ้น การเติบโตในตลาดพม่าจึงเห็นชัดเจน

ส่วนลาว ได้เข้าไปตั้งโรงงานอยู่ที่กรุงเวียงจันทน์ ซึ่งนอกจากผลิตสินค้าป้อนตลาดภายในลาวแล้ว บริษัทยังได้วางกลยุทธ์ให้ลาวเป็นฐานการผลิตสินค้าส่งไปยังตลาดเวียดนามทางตอนกลางและตอนเหนือด้วย

“ขณะนี้ตลาดอาเซียนมีสัดส่วนรายได้ 12-15% ของรายได้รวม ซึ่งในอนาคตบริษัทมองว่าจะเติบโตได้อีก และสามารถเพิ่มสัดส่วนตลาดอาเซียนได้เป็น 20-25%”

สำหรับแผนในขั้นต่อไป บริษัทมองตลาดอินโดนีเซีย และกัมพูชาได้ โดยจะเริ่มต้นจากการส่งสินค้าเข้าไปจำหน่ายก่อน และเมื่อตลาดเติบโตมากพอจะพิจารณาเข้าไปตั้งโรงงาน ส่วนตลาดอื่นๆ เช่น ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และบรูไน ยังไม่ได้ส่งสินค้าเข้าไปขาย แต่ในอนาคตก็คงจะต้องเข้าไปทำตลาด โดยจะเริ่มต้นจากตลาดที่มีโอกาสจะประสบความสำเร็จก่อน เช่น ประเทศฟิลิปปินส์

ทั้งนี้ ตลาดต่างประเทศแข่งขันค่อนข้างสูง ทั้งจากผู้ผลิตสินค้าภายในประเทศนั้นๆ เอง และผู้ผลิตสินค้ารายใหญ่ระดับโลก เช่น ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และยุโรป แต่บริษัทมีข้อได้เปรียบ เนื่องจากเป็นบริษัทที่ตั้งอยู่ในอาเซียนอยู่แล้ว เข้าใจพฤติกรรม ผู้บริโภค ทำให้สามารถพัฒนาสินค้าที่เหมาะกับสภาพอากาศ และตรงกับความต้องการของผู้บริโภคได้มากกว่า รวมทั้งมีสินค้าครบวงจร เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในทุกกลุ่ม ด้วยเหตุนี้จึงทำให้บริษัทยังคงแข่งขันกับผู้ผลิตจากประเทศอื่นๆ ได้

พงษ์เชิด กล่าวทิ้งท้ายว่า ผู้ประกอบการที่ต้องการเข้าไปลงทุนในอาเซียนจำเป็นต้องเข้าใจตลาด เรียนรู้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยการลงพื้นที่ไปศึกษาด้วยตัวเอง เพราะหากไม่รู้จักตลาดจะไม่สามารถพัฒนาสินค้าให้สอดคล้องกับแต่ละประเทศได้ นอกจากนี้ต้องศึกษากฎระเบียบ กฎหมาย เพื่อลดอุปสรรคทางการค้า ช่วยให้การค้าขายสะดวกขึ้นด้วย

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ