
อี ฟอร์ แอล เอมซื้อวุฒิศักดิ์Win Win Game
โดย...เจียรนัย อุตะมะ +กราฟ +รูปธีรวุทธิ์ในโฟโต้ทูเดย์
โดย...เจียรนัย อุตะมะ +กราฟ +รูปธีรวุทธิ์ในโฟโต้ทูเดย์
การที่บริษัท อี ฟอร์ แอล เอม EFORL ประกาศเข้าลงทุนในบริษัทวุฒิศักดิ์ คลินิก อินเตอร์กรุ๊ป (WCIG) 60% มูลค่าธุรกรรม 4,500 ล้านบาทเป็นการต่อยอดธุรกิจเสริมความงาม ในขณะที่ผู้ถือหุ้นเดิมของวุฒิศักดิ์ได้ลดสัดส่วนหุ้นลงแต่คลินิกได้ใหญ่ขึ้นและขยายกิจการเชิงรุกได้มากขึ้น
งานนี้จึงเรียกว่า Win Win Game
ธีรวุทธิ์ ปางวิรุฬห์รักข์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร EFORLกล่าวว่า การเข้าซื้อหุ้นวุฒิศักดิ์ซึ่งประกอบธุรกิจให้คําปรึกษาและตรวจรักษาปัญหาด้านผิวพรรณและลดกระชบสัดส่วน ทั้งหมด ผ่านบริษัทย่อยที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่ ด้วยมูลค่าซื้อขายทั้งสิ้นประมาณ 3,500 ล้านบาท
บริษัทจะเข้าถือหุ้นในบริษัทย่อยในสัดส่วน 60% ส่วนที่เหลืออีก 40% จะเป็นการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นเดิม ได้แก่ ณกรณ์ กรณ์หิรัญ พลภัทร จันทร์วิเมลือง และวุฒิศักดิ์ ลิ่มพานิช โดยถือหุ้นบริษัทย่อยในสัดส่วน 25% และอีก 15% ถือหุ้นโดยกองทุนซึ่งจัดตั้งและบริหารโดย Solaris Asset Management Company Limited
บริษัทย่อยที่จะไปลงทุนซื้อ บริษัท วุฒิศักดิ์ ฯ นั้น จะมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วรวมส่วนเกินทุนเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 2,500 ล้านบาท ซึ่งบริษัทถือหุ้น 60 %ต้องใช้เงินลงทุนจำนวน 1,500 ล้านบาท โดยเงินส่วนนี้บริษัทจะกู้เงินจากสถาบันการเงินภายในประเทศ EFORL เป็นบริษัทที่ไม่มีภาระหนี้สิน และอยู่ในข่ายที่สถาบันการเงินให้การสนับสนุนได้ ดังนั้นจึงเป็นนวัตกรรมการซื้อขายกิจการรูปแบบใหม่ที่ทันสมัยสำหรับตลาดทุนไทย ที่ไม่ทำให้เกิดผลกระทบต่อราคาหุ้นให้ลดลง และยังเป็นผลดีทำให้ EFORL ได้ธุรกิจเข้ามาเพิ่มเป็นการสร้างการเติบโต สร้างความแข็งแกร่งให้แก่บริษัท ทั้งในด้านทรัพย์สินและรายได้ตลอดจนการรุกเข้าสู่ธุรกิจที่มีอัตราการเจริญเติบโตสูง
บริษัทย่อยจะเข้าซื้อหุ้นทั้งหมด 100% จากผู้ถือหุ้นเดิมของวุฒิศักดิ์โดยจํานวนเงินที่ใช้สําหรับการเข้าซื้อหุ้น ทั้งหมด จำนวน 153,395 หุ้น รวมเป็นเงิน ประมาณ 3,500 ล้านบาท
นอกจากนั้น บริษัทย่อยจะให้ WCIG กู้ยืมเงิน ในวงเงิน 1,000 ล้านบาท เพื่อให้ นําไปจ่าย ชําระคืนหนี้เงินกู้ยืมทั้งหมดให้แก่ Wise Thai Company Limited ซึ่งทั้งหมดรวมประมาณ 4,500 ล้านบาท
บริษัทย่อยจะใช้แหล่งเงินมาจากส่วนของทุนและจากการกู้ยืมเงิน โดยในส่วนของทุนบริษัทจะร่วมลงทุนกับผู้ร่วมลงทุนรายอื่น ด้วยเงินทุนชำระรวมส่วนเกินทุนจํานวน 2,500 ล้านบาทดังที่กล่าวในข้างต้น นอกจากนี้ บริษัทย่อยจะกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินในประเทศเป็นจํานวนเงินรวม 2,000 ล้านบาท
บริษัทจะมีการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2557 ในวันที่ 22 ตุลาคม 2557 เพื่อขออนุมัติดำเนินการดังกล่าว
WCIG ประกอบกิจการสถานพยาบาลประเภทคลินิกเวชกรรมไม่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน โดยเน้นให้บริการคําปรึกษาและตรวจรักษาปัญหาด้านผิวพรรณและลดกระชับสัดส่วนภายใต้ชื่อ “วุฒิศักดิ์คลินิก” มีสาขารวม 120 สาขา ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ ปริมณฑลและต่างจังหวัด นอกจากนี้ ยังมีการให้บริการในลักษณะ Franchise ในประเทศ ลาว กัมพูชา เวียดนาม และพม่า รวม 11 สาขา
ทั้งนี้จะช่วยให้ธุรกิจของ EFORL ครอบคลุมทั้งด้านสุขภาพและความงาม โดยธุรกิจหลักยังคงเป็นการนำเข้าและจำหน่ายอุปกรณ์และเครื่องมือแพทย์ และขณะนี้ธุรกิจด้านความงามก็จะมาจาก แดทโซ ซึ่งเป็นเครื่องสำอางค์และเครื่องมือที่มีนวัตกรรม จากอิตาลีที่ทำให้เกิดความสวยงามโดยปราศจากความเจ็บปวดที่แตกต่างจากการศัลยกรรม “
“ธุรกิจนี้จะเติบโตควบคู่ไปกับการลงทุนใน WCIG ได้อย่างลงตัว และเป็นธุรกิจที่สามารถเติบโตไปยังภูมิอาเซียนได้ในอนาคต” นายธีรวุทธิ์ กล่าว
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อี ฟอร์ แอล เอม กล่าวว่า การเข้าลงทุนใน WCIG บริษัทจะได้รับประโยชน์จากการขยายขอบเขตการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัทไปยังธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องและส่งเสริมกัน ซึ่งจะทำให้สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น
เริ่มตั้งแต่ผู้ใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ไปจนถึงผู้เข้ารับบริการเสริมความงาม ขณะเดียวกันยังช่วยสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นของกลุ่มบริษัทด้วยการประสานงาน และใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ร่วมกันเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด
อีกทั้ง ยังเป็นโอกาสในการเพิ่มรายได้และอัตราผลตอบแทนที่เหมาะสม ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้บริษัทมีฐานะทางการเงินที่มั่นคงและเพิ่มกระแสเงินสดจากการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทในระยะยาว
EFORL ดำเนินธุรกิจเป็นตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์และมีบริษัทเกี่ยวข้องคือแดทโซซึ่งเป็นผู้ได้รับสิทธินำเข้าและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของกลุ่มQUARAจากอิตาลีซึ่งเป็นสินค้าเกี่ยวกับเครื่องสำอางเสริมความงามแต่เพียงผู้เดียวใน34ประเทศเป็นระยะเวลา12ปีและมีนโยบายที่จะเปิดร้านเพื่อจำหน่ายสินค้าเกี่ยวกับเครื่องสำอางเสริมความงามและบำรุงผิว
นอกจากนี้กลุ่มQUARAยังเป็นผู้ผลิตเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เกี่ยวกับความสวยงาม
EFORL เดิมประกอบธุรกิจหลักให้บริการการผลิตสื่อโฆษณาและเกมออนไลน์แต่ขาดทุนอย่างต่อเนื่อง
เดือนมิ.ย.2556 มีกลุ่มนักลงทุนใหม่เข้ามาลงทุนในบริษัท
ก.ย.2556มีการปรับโครงสร้างการดำเนินธุรกิจมีธุรกิจใหม่เพิ่มเข้ามาเป็นธุรกิจจำหน่ายอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์และได้ลดธุรกิจสื่อโฆษณาและเลิกธุรกิจเกมออนไลน์
เดือนมิ.ย.2557 จำหน่ายบริษัทเอ็นโมที่ประกอบธุรกิจเกมออนไลน์ออกไป ดังนั้นบริษัทจึงมีเวลาในการดำเนินธุรกิจเป็นตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์จนถึงวันที่จะมีมติคณะกรรมการบริษัทเข้าทำรายการนี้ไม่น้อยกว่า1ปี
นอกจากนี้คณะกรรมการบริษัทได้มีมติอนุมัติให้ลงทุนในแดทโซ 18%ของทุนจดทะเบียนและเรียกชำระแล้ว ซึ่งบริษัทอยู่ระหว่างขั้นตอนการชำระเงินค่าหุ้น โดยคาดว่าจะชำระค่าหุ้นเรียบร้อยและเริ่มรับรู้รายได้จากแดทโซเดือนก.ย.2557
รุกธุรกิจเสริมความงาม
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์(บล.)ทิสโก้มองว่าการเข้าลงทุนของEFORL ในWCIGครั้งนี้เป็นการเข้ามาเสริมทัพในธุรกิจเสริมความงาม หลังจากที่บริษัทเข้าซื้อบริษัท แดทโซ เมื่อเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งจะเป็นส่วนผลักดันรายได้ของบริษัทในอนาคต ด้วยธุรกิจเสริมความงามมีมูลค่าตลาดสูงถึง 23 หมื่นล้านบาท และมีการเติบโต 1520% ต่อปี ซึ่งหลักๆ เป็นกลุ่มรากหญ้า ตลาดหลักของวุฒิศักดิ์ และวุฒิศักดิ์เป็นผู้นำในกลุ่มคลินิคเสริมความงามที่ด้วยจำนวนสาขามากกว่า 122 สาขา ครอบคลุมทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น เวียดนาม ลาว กัมพูชา
สัดส่วนรายได้เปลี่ยนแปลงจากเดิมจำหน่ายอุปกรณ์การแพทย์ สู่ธุรกิจเสริมความงาม
การซื้อวุฒิศักดิ์คลินิค เป็นการเพิ่มรายได้และกำไรให้แก่บริษัทอย่างมาก และทำให้สัดส่วนรายได้ของบริษัทเปลี่ยนแปลงจากเดิมที่มีรายได้จากการจัดจำหน่ายเครื่องมือทางการแพทย์เท่านั้น มาเป็นรายได้จากธุรกิจเสริมความงาม ซึ่งประเมินว่ารายได้หลังจากรวมกิจการแล้ว จะส่งผลให้สัดส่วนจากรายได้เสริมความงามจะอยู่ที่ 70%
อย่างไรก็ตาม ด้วยการเข้าลงทุนในครั้งนี้มาจากการกู้ยืมสูงถึง 3,500 ล้านบาท ซึ่งบริษัทจะมีภาระดอกเบี้ย 207 ล้านบาทในปี 2558 และทำให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนของบริษัทเพิ่มขึ้นจากเดิม 0.3 เท่ามาเป็น 4.6 เท่าในปี 2558
การเข้าลงทุนในวุฒิศักดิ์ ช่วยเพิ่มรายได้และผลประกอบการก้าวกระโดด
รายได้ของวุฒิศักดิ์ เท่ากับ 3,500ล้านบาทในปี 2556 ด้วยสมมติฐานการเติบโต 3 ปีเฉลี่ย 13% (สอดคล้องกับอุตสาหกรรมเสริมความงาม) และอัตรากำไรขั้นต้น ที่ 40%
ทั้งนี้คาดว่าวุฒิศักดิ์คลินิก จะมีกำไรสุทธิ 506 ล้านบาทใน 2557 และ 561 ล้านบาทในปี 2558 ซึ่งจะเพิ่มรายได้และกำไรสุทธิในปี 2558 ของ EFORL มาอยู่ที่ 6,566 ล้านบาท และ 479 ล้านบาท หรือ 56% จากประมาณการเดิม และส่งผลให้มูลค่าที่เหมาะสมของ EFORL ปรับเพิ่มมาอยู่ที่ 2.50 บาทต่อหุ้น จากเดิม 1.60 บาท
ดังนั้น ยังคงแนะนำ “ซื้อ” จากการอยู่ในอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตทั้งกลุ่มการแพทย์และเสริมความงาม ด้วยมูลค่าตลาดสูงถึง 23 หมื่นล้านบาท
บริษัทจะเติบโตได้สอดคล้องกับอุตสาหกรรมเสริมความงามที่เติบโตเฉลี่ย 1015% และคาดว่าบริษัทจะเติบโตเฉลี่ย 13% ในอีก 3 ปีข้างหน้า หรือรายได้ 4 ,000ล้านบาทในปีนี้ และ 4,6 00ล้านบาทในปีหน้า และด้วยสมมติฐาน อัตรากำไรขั้นต้นที่ 40% ทั้งนี้คาดว่าวุฒิศักดิ์คลินิกจะมีกำไรสุทธิ 506 ล้านบาทใน
บล.เคเคเทรดมีมุมมองเป็นบวกต่อการเติบโตผ่านการซื้อกิจการในครั้งนี้เนื่องจากการเข้ามาของวุฒิศักดิ์ซึ่งเป็นธุรกิจในด้านความงามที่มีการเติบโตของรายได้และกำไรสูงจะทำให้ EFORL สามารถสร้างกำไรได้อย่างก้าวกระโดดในปี 2558 หลังจากการควบรวมกิจการเสร็จสิ้น โดยในเบื้องต้นประเมินกำไรสุทธิรวมที่ 589 ล้านบาท เติบโตกว่า 90% จากประมาณการกำไรปี 2557 ที่ 307 ล้านบาท
EFORL เลือกเข้าซื้อหุ้น WCIG ผ่านการกู้ยืมจากสถาบันการเงินแทนการเพิ่มทุนหรือการแลกหุ้น ซึ่งจะไม่ทำให้เกิด Dilution Effect กับผู้ถือหุ้นเดิม โดยการซื้อกิจการครั้งนี้ดีกว่าที่ตลาดคาดไว้ก่อนหน้าว่าผู้บริหารอาจจำเป็นต้องเพิ่มทุนเพื่อแลกกับหุ้น
นอกจากนี้ มองว่าการที่ EFORL ใช้เงินทุนจากการกู้ยืม จะช่วยทำให้อัตราผลตอบแทนส่วนผู้ถือหุ้น ในปี 2558 เพิ่มขึ้นเป็น 47% เพิ่มจาก 27% ในปีนี้ที่บริษัทยังไม่มีผลประกอบการของ WCIG และมากกว่าค่าเฉลี่ยอัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น(อาร์โออี) ของผู้ประกอบการในกลุ่มค้าปลีกที่ 20%
แม้ว่ามูลค่าที่ EFORL เข้าไปซื้อหุ้น WCIG จะอยู่ที่ราคาต่อมูลค่าทางบัญชี (พีบีวี) สูงถึง 4.9 เท่า แต่หากมองในด้านของราคาต่อกำไรแล้วจะคิดเป็นราคาต่อกำไรต่อหุ้น (พีอี) ที่ 8.4 เท่า (อิงจากกำไรสุทธิปี 2556) ซึ่งถือว่าไม่แพงเมื่อเทียบกับค่า พีอี ปัจจุบันของ EFORL ที่อยู่สูงถึง







