
งานรับเหมารัฐช้า6เดือน
PLEดิ้นหนีตายหั่นเป้าปีนี้50%
TPOLYดึงเยอรมนีทำพลังงานโพสต์ทูเดย์
— การเมืองยุ่งเหยิง งานรับเหมารัฐไม่ออก 6 เดือน PLE จ่อหั่นเป้ารายได้ลงครึ่งหนึ่ง ลุ้นร่วมวงซ่อมห้างเซ็นทรัลเวิลด์ ส่วน TPOLY ดิ้นลงทุนพลังงานทางเลือกนายเสวก ศรีสุชาต ประธานกรรมการ บริษัท เพาเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง (PLE) เปิดเผยว่า ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์การเมืองอย่างมาก เพราะนับตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน งานก่อสร้างของภาครัฐไม่ออกมาเลย ถือว่างานใหม่ล่าช้ามากว่า 6 เดือน ทำให้บริษัทต้องลดประมาณการรายได้ในปีนี้ลงประมาณครึ่งหนึ่ง
ก่อนหน้านี้ ผู้บริหาร PLE หวังว่าจะมีรายได้เท่าปี 2552 ที่มีรายได้ 8,000 ล้านบาท
ประธานกรรมการ กล่าวว่า บริษัทต้องปรับตัวไปรับงานในต่างประเทศ และทำงานที่มีอยู่ในมือประมาณ 4,000 ล้านบาท จึงยังไม่จำเป็นต้องเรียกชำระค่าหุ้นเพิ่มทุนที่เหลืออีก 279 ล้านหุ้น
นอกจากนี้ สิ่งที่จะคาดหวังได้ตอนนี้คือ การเข้าร่วมรับงานปรับปรุงและก่อสร้างศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ที่ถูกไฟไหม้ ส่วนจะได้รับงานเพียงใดจะต้องรอให้ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) สรุปความเสียหายทั้งหมดก่อน แต่ก็คาดว่าบริษัทน่าจะว่าจ้างผู้รับเหมาหลายรายเพื่อเปิดศูนย์ได้เร็วที่สุด
“
ในอดีต บริษัทร่วมก่อสร้างศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ครั้งนี้จึงน่าจะมีส่วนร่วมด้วย และคาดว่าตั้งแต่เดือน ก.ค.เป็นต้นไป ภาครัฐน่าจะมีงานใหม่ๆ ออกมาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและเร่งสร้างผลงาน” นายเสวก กล่าวนายเจริญ จันทร์พลังศรี ประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยโพลีคอนส์ (TPOLY) กล่าวว่า งานก่อสร้างของภาครัฐจะน้อยลง หลังจากรัฐบาลไม่กู้เงิน 4 แสนล้านบาทในโครงการไทยเข้มแข็ง และยังต้องใช้งบช่วยเหลือแก่ผู้ที่ได้รับความเสียหายทางการเมืองด้วย
“
บริษัทต้องปรับตัวเพื่อลดความเสี่ยงจากธุรกิจรับเหมาที่ไม่แน่นอน โดยจะร่วมลงทุนกับพันธมิตรจากเยอรมนีในธุรกิจพลังงานทางเลือก คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในเดือน มิ.ย.นี้” นายเจริญ กล่าวด้านบริษัท ไทยบริการอุตสาหกรรมและวิศวกรรม (TIES) ได้รับงานก่อสร้าง โครงการก่อสร้างประตูน้ำ เซ็นเตอร์ มูลค่าโครงการ 415 ล้านบาท ระยะเวลาก่อสร้าง 22 เดือน
นายเผ่าพิทยา สมุทรกลิน ผู้อำนวยการนักลงทุนสัมพันธ์และวางแผน บริษัท เหมราชพัฒนาที่ดิน (HEMRAJ) กล่าวว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา บริษัทได้เซ็นสัญญาขายที่ดินให้กับนักธุรกิจชาวญี่ปุ่น แม้จำนวนไร่ไม่มาก แต่ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าลูกค้าไม่ได้หนีหาย และรวมกับยอดขายในไตรมาสแรกจำนวน 565 ไร่ เกินครึ่งของเป้าหมายทั้งปี 1,000 ไร่ แต่บริษัทยังคงเป้าหมายรายได้รวมปีนี้โต 6080% จากปีที่ผ่านมามีรายได้ 2,300 ล้านบาท
ตลาดหุ้นวันที่ 1 มิ.ย. ดัชนีหุ้นกลับมาอ่อนยวบตามต่างประเทศ และปิดที่ระดับต่ำสุด 740.92 จุด ลดลง 9.51 จุด หรือ 1.27% มูลค่าการซื้อขายบางตา 15,866 ล้านบาท และต่างชาติกลับมาขาย 1,056 ล้านบาท
น.ส.มยุรี โชวิกรานต์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กิมเอ็ง (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ดัชนีน่าจะปรับฐานต่อเนื่อง เพราะตลาดยังคงกังวลเรื่องหนี้สินของกลุ่มประเทศยุโรป ทำให้ค่าเงินยูโรอ่อนค่าลงและราคาน้ำมันปรับตัวลงเช่นกัน
“
มองกรอบแนวต้านที่ 745 จุด และแนวรับที่ 730 จุด แต่หากดัชนีลงลึกถึง 720 จุด ถือเป็นโอกาสเข้าซื้อหุ้นกลุ่มขนาดกลางและเล็กรายตัวได้” น.ส.มยุรี กล่าว






