
เดลล์รุกระบบโฮมออฟฟิศ
สบช่องบริษัทเจอวิกฤตม็อบ
เน้นขายระบบสำรองข้อมูลโพสต์ทูเดย์
— เดลล์เปิดโน้ตบุ๊กใหม่ พร้อมโซลูชันทำงานนอกออฟฟิศ พร้อมสำรองข้อมูลเผื่อกรณีฉุกเฉิน แนะองค์กรติดตั้งรับมือนายอโณทัย เวทยากร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดลล์ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า เดลล์ได้เปิดตัวโซลูชัน Flexible Computing พร้อมทั้งเปิดตัวโน้ตบุ๊กใหม่จาก 2 กลุ่มผลิตภัณฑ์ คือ แลติจูด และวอสโทร เพื่อรองรับการทำงานในทุกๆ แห่ง โดยใช้เทคโนโลยีคลาวด์คอมพิวติง ซึ่งถือว่าเป็นการตอบโจทย์ให้กับลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ที่มีพนักงานจำนวนมาก และพบปัญหาไม่สามารถเดินทางไปทำงานได้ในช่วงที่มีการชุมนุมทางการเมืองตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา
ทั้งนี้ เดลล์ได้เปิดให้บริการโซลูชันดังกล่าวไปตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ร่วมกับพันธมิตร เช่น วีเอ็มแวร์ ซึ่งหลังจากมีการชุมนุมเกิดขึ้น พบว่ามีลูกค้าให้ความสนใจมากขึ้น ทั้งกลุ่มลูกค้าที่ต้องการปรับปรุงอุปกรณ์ใหม่ กลุ่มลูกค้าที่ต้องการให้เดลล์เข้าไปตรวจสอบอุปกรณ์สำนักงานว่ายังสามารถใช้งานได้ปกติหรือไม่ และกลุ่มที่ต้องการนำเทคโนโลยีคลาวด์คอมพิวติงไปใช้ รวมถึงส่วนของการสำรองข้อมูลกรณีที่คอมพิวเตอร์หลักเสียหาย และกรณีที่ต้องการสร้างการใช้งานแบบเสมือนจริงนอกพื้นที่สำนักงาน โดยเดลล์ได้คัดเลือกลูกค้ากว่า 200 รายที่อยูในพื้นที่ที่มีความเสี่ยง คาดว่าจะมีอย่างน้อย 20% ที่ตอบรับ
“
องค์กรส่วนใหญ่ไม่มีแผนสำรองไว้ เพราะไม่คิดว่าจะมีเรื่องร้ายๆ เกิดขึ้น แต่อยู่ๆ ไปทำงานไม่ได้ 2 เดือน เกิดความสูญเสียมหาศาล ยิ่งมีเหตุเพลิงไหม้ เท่ากับข้อมูลถูกทำลายโดยไม่มีการสำรองไว้อีก เราเชื่อว่าบริษัทข้ามชาติต่างๆ จะลงทุนด้านนี้แน่นอนในครึ่งปีหลัง” นายอโณทัย กล่าวสำหรับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง เดลล์ได้รับผลกระทบระยะสั้นในส่วนของตลาดผู้บริโภค เพราะศูนย์การค้าไอทีหลักปิดให้บริการ แต่ได้เตรียมโปรโมชันกระตุ้นตลาดและช่วยผู้ค้าระบายสินค้าแล้ว ขณะที่ด้านลูกค้าองค์กรมีการชะลอการลงทุนบ้าง แต่เดลล์ก็เตรียมเสนอบริการใหม่ๆ เช่น โซลูชันที่เปิดตัวนี้ให้มากขึ้น รวมถึงจะขยายบริการให้ครบวงจรมากขึ้น ตั้งแต่การวางแผน การติดตั้งและบริการเอาท์ซอร์ส ซึ่งคาดว่าจะพร้อมประมาณปลายปีนี้โดยเน้นที่ลูกค้ากลุ่มสุขภาพโรงพยาบาลและการเงินการธนาคารก่อน
นายอโณทัย กล่าวอีกว่า สภาพ ตลาดรวมไอทีเชื่อว่าระยะสั้นอาจมีผลกระทบยอดขายบ้าง แต่ลูกค้าเพียงชะลอการซื้อไม่ได้ยกเลิก ตอนนี้เริ่มมีสัญญาณการซื้อกลับมาแล้ว จึงไม่ใช่เรื่องน่าเป็นห่วง แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ การลงทุนจากต่างประเทศ เพราะประเทศเพื่อนบ้าน คือ เวียดนามและกัมพูชา มีการเติบโตมาก ส่วนหนึ่งอาจดึงการลงทุนไปจากประเทศไทย ดังนั้นในปีนี้แม้จะมีการเติบโตแต่อาจไม่เท่าที่มีการคาดการณ์ไว้ ซึ่งที่ผ่านมา บริษัท ไอดีซี สำรวจตลาดไอที ประเมิณว่าจะมีการเติบโต 9%
นายสมุจจ์ ถนัดสร้าง ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท วีเอ็มแวร์ กล่าวว่า ครึ่งปีหลังจะเห็นภาพการลงทุนระบบสำรองข้อมูลและการทำคลาวด์คอมพิวติงอย่างชัดเจนมากขึ้น เพราะทุกองค์กรได้รับรู้ความเสียหายจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว จะมีการลงทุนเพิ่มจากออฟฟิศเสมือนจริงสู่ระบบคลาวด์คอมพิวติงเต็มรูปแบบมากขึ้นซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายองค์กรในระยะยาว เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน โดยลูกค้ากลุ่มหลัก เช่น ธนาคาร, โทรคมนาคม, สาธารณูปโภค, พลังงาน







