
คนซื้ออั้น2เดือนพร้อมจ่าย
สหกรุ๊ปจัดงานแฟร์รับกำลังซื้อ
รุกคืบสินค้าเพื่อสุขภาพทุกกลุ่มโพสต์ทูเดย์
— สหกรุ๊ป จัดงานแฟร์รับมู้ดคนไทยอั้นกำลังซื้อ 2 เดือนเต็ม ด้านสหพัฒน์ รุกคืบสินค้าเพื่อสุขภาพ หลังก้าวสู่ทศวรรษที่ 7นายบุญเกียรติ โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล ในเครือสหกรุ๊ป เปิดเผยว่า ขณะนี้อารมณ์การจับจ่ายซื้อสินค้าผู้บริโภคคนไทยยังดีอยู่ เพียงแต่อั้นการจับจ่ายในช่วงเกือบ 2 เดือนที่ผ่านมา จากความวุ่นวายทางการเมือง เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย เชื่อว่ากำลังซื้อโดยรวมจะเริ่มฟื้นคืนใน 7 เดือนจากนี้
สถานการณ์ทางการเมืองในย่านราชประสงค์ ที่แม้ว่าจะกระทบยอดขายในเครือสหกรุ๊ปหายไปประมาณ 10% จากการปิดห้างสรรพสินค้าเซน และในย่านใกล้เคียง ทำให้ผู้บริโภคชะลอกำลังซื้อ และนักท่องเที่ยวต่างชาติชะลอแผนการเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย
เห็นได้จากปัจจุบันเจ้าของสินค้าหลายแห่งได้ร่วมกับพันธมิตรเพื้อจัดกิจกรรมทางการตลาด เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อผู้บริโภคทันทีเช่นกัน และได้การตอบรับดีจากลูกค้าที่ให้ความสนใจเข้ามาจับจ่ายซื้อสินค้าเป็นจำนวนมาก
ล่าสุดบริษัทเตรียมจัดงาน สหกรุ๊ป แฟร์ ครั้งที่ 14 ภายใต้แนวคิด
“คนดี สินค้าดี สังคมดี ไทยแลนด์เบสท์” ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระหว่างวันที่ 14 ก.ค.นี้ โดยนำสินค้ากว่า 1,000 รายการ ในเครือกว่า 100 บริษัท มาลดราคาพิเศษ 5070% พร้อมเปิดตัวสินค้าใหม่ คาดมีผู้เข้ามาร่วมงานหลักล้านคนและเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมามีผู้เข้าร่วมงาน 4 วัน รวมเกือบ 8 แสนรายสำหรับปัจจัยลบที่เกิดขึ้น ทำให้บริษัทในเครือสหกรุ๊ปต้องทำงานด้วย ความขยัน พร้อมเจรจากับพันธมิตรทางธุรกิจในต่างประเทศมากขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการเข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทย โดยคาดว่าใน 12 เดือนจากนี้ นักท่องเที่ยวต่างชาติและนักลงทุนจะเริ่มกลับมา โดยรายได้รวมเครือสหกรุ๊ปสิ้นปีนี้คาดว่าเติบโต 10% จากปีก่อนที่มีรายได้กว่า 1 แสนล้านบาท
“
วิกฤตเมืองไทยไม่ได้โหดร้ายเกินไป เมื่อเทียบกับต่างประเทศที่รุนแรงกว่าหลายเท่า นักธุรกิจต้องไม่ท้อถอยและต้องคิดบวกให้มาก ส่วนช่องว่างระหว่างชั้น ยังไงก็ต้องมีทุกรัฐบาล ถ้าไม่มีช่องว่างทางสังคมประเทศก็อาจเป็นคอมมิวนิสต์” นายบุญเกียรติ กล่าวดำเนินของภาครัฐว่า ที่ผ่านมารัฐบาลของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พยายามบริหารประเทศอยู่แล้ว ไม่ได้ตาบอดหรือว่าโง่ แต่การบริหารประเทศคงไม่มีรัฐบาลไหนที่ทำได้สมบูรณ์แบบ ถ้าเปรียบเทียบการทำงานของรัฐบาล ก็ต้องมาเทียบว่าอะไรดีกว่า บ้างก็ว่าบางชุดทำได้ดีมากแต่ไม่สุจริต ส่วนอีกรัฐบาลหนึ่ง ทำได้ดีแต่สุจริต
” นายบุญเกียรติ กล่าว ล้านบาทด้านนายบุญฤทธิ์ มหามนตรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) ผู้ผลิตและทำตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคในเครือสหพัฒน์ กล่าวว่า ช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา สินค้า อุปโภคบริโภคยังเติบโตดี และคาดสิ้นปีจะเติบโตได้ 45% ขณะที่ยอดขายของบริษัทเติบโต 1617% เมื่อเทียบกับปีก่อน หรือมียอดขายกว่า 8,000 ล้านบาท และเชื่อว่าสิ้นปีจะมียอดขายถึง 1 หมื่นล้านบาท ตามเป้าหมาย
ขณะที่นางเพ็ญนภา ธนสารศิลป์ กรรมการบริษัท สหพัฒนพิบูล กล่าวว่า แนวทางการดำเนินธุรกิจในเครือสหพัฒน์กว่า 100 บริษัท และมากกว่า 200 โรงงาน นับจากนี้จะให้ความสำคัญกับการผลิตและทำตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคเพื่อสุขภาพมากขึ้น โดยภายใน 35 ปีนับจากนี้สินค้ากลุ่มสุขภาพจะเพิ่มขึ้นเป็น 50% จากปัจจุบันสัดส่วนไม่ถึง 10% ซึ่งในปี 2555 บริษัทจะมีอายุครบ 70ปี
ทั้งนี้บริษัทเตรียมพัฒนามาม่ารสชาติใหม่ๆที่ให้คุณค่าด้านโภชนาการเพื่อสุขภาพมากขึ้น จากก่อนหน้าทำตลาดมาม่าเส้นโฮลวีท เป็นต้น รวมถึงทำตลาดเครื่องดื่ม ไอเฮลติ ตั้งแต่ 2ปีที่ผ่านมา และ เครื่องดื่มฮาร์ตี เบเนคอล เป็นต้น ซึ่งแผนธุรกิจดังกล่าวเพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคในอนาคต และเป็นทิศทางเดียวกับตลาดทั่วโลกด้วยเช่นกัน ซึ่งบริษัทคาดว่าในแต่ละปีสินค้ากลุ่มเพื่อสุขภาพของบริษัทจะมีอัตราการเติบโตไม่ต่ำกว่า 1020%
พร้อมกันนี้ยังได้ทดลองเปิดให้บริการร้าน
“บาลานซ์” ศูนย์รวมยา สินค้าสุขภาพ และความงามแบบองค์รวม ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล บางนา เป็นสาขาแรก เมื่อวันที่ 5 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งจะเป็นร้านต้นแบบของบริษัทในการจำหน่ายสินค้าเพื่อสุขภาพของบริษัท และเตรียมขยายสู่รูปแบบร้านแฟรนไชส์ในอนาคตทั้งนี้จากสถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้น คาดไม่กระทบอารมณ์การจับจ่ายซื้อสินค้าผู้บริโภคคนไทย ที่ยังมีกำลังซื้อดีอยู่ โดยสินค้าอุปโภคบริโภคไม่ได้รับผลกระทบมากนักด้วยเป็นสินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน และประเมินว่าใน 23 เดือนนับจากนี้ กำลังซื้อผู้บริโภคจะฟื้นคืนกลับมาเป็นปกติ จากการจัดแคมเปญการตลาดของเจ้าสินค้าต่างๆ ขณะที่ห้างขนาดใหญ่ยังได้ขอความร่วมมือจากผู้ผลิตเพื่อร่วมกิจกรรมส่งเสริมการขายโปรโมชันต่างๆในช่วงนี้ด้วยเช่นกัน ทำให้การแข่งขันในตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคมีความรุนแรงระหว่างคู่แข่งในตลาดเดียวกันมากกว่า







