
กระจูด 'วรรณี' พลิกโฉมใหญ่ 100 ปี
“กระจูด” สินค้าหัตถกรรมไทยกำลังปรับโฉมครั้งใหญ่ในรอบ 100 ปี ก้าวสู่สินค้าที่มีแบรนด์
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน
“กระจูด” สินค้าหัตถกรรมไทยกำลังปรับโฉมครั้งใหญ่ในรอบ 100 ปี ก้าวสู่สินค้าที่มีแบรนด์ และพัฒนาเป็นสินค้าเฟอร์นิเจอร์ของใช้หลากหลาย จากฝีมือทายาทหัตถศิลป์คนรุ่นใหม่อายุ 27 ปี ขอเข้ามาสืบกิจการของบรรพบุรุษ แทนที่จะเข้าไปใช้ชีวิตทำงานแบบมนุษย์เงินเดือนในบริษัททั่วไป
“มนัทพงค์ เซ่งฮวด” ทายาทผลิตภัณฑ์ หัตถกรรมกระจูดวรรณี จ.พัทลุง ซึ่งเป็นทายาทหัตถศิลป์ปี 2557 จัดโดยศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ ศ.ศ.ป. เปิดเผยว่า ได้เข้ามาพัฒนาสร้างแบรนด์สินค้ากระจูดมาประมาณ 3-4 ปีที่ผ่านมา และใช้ชื่อแบรนด์ “กระจูดวรรณี” (VARNI) มาจากชื่อของคุณแม่ “วรรณี เซ่งฮวด” ประธานกลุ่มหัตถกรรมกระจูดวรรณี และสมาชิกของโครงการพระราชดำริโครงการศูนย์ศิลปาชีพหัวป่าเขียว จ.พัทลุง จากเดิมไม่ใช้ชื่อแบรนด์ เป็นการผลิตร่วมกลุ่มในหมู่บ้าน จ.พัทลุง
ทั้งนี้ ได้เข้ามาพัฒนางานด้านการออกแบบให้ความทันสมัยยิ่งขึ้น และได้ใส่สีในสินค้าแต่ละแบบ จึงได้สีสันสดใส และมีการไล่โทนสีในแบบต่างๆ ให้ได้สีสันแปลกตา พร้อมนำอัตลักษณ์ภาคใต้ มาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ พร้อมใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ และไม่มีสารเคมี เพื่อคงความเป็นสินค้ามาจากธรรมชาติมากที่สุด ดังนั้น ลูกค้าจึงสามารถใช้ได้ทุกวัย ตั้งแต่วัยรุ่น คนรุ่นใหม่ หรือคนทำงาน รวมทั้งสินค้าจึงเข้าถึงความต้องการของตลาดในและต่างประเทศ
“มั่นใจว่า งานจักสานไม่มีวันตาย ตั้งแต่เด็กผมก็นอนและเติบโตมาบนเสื่อกระจูด มีความเชื่อมั่นว่าสินค้ากระจูดจะมีความต้องการอย่างต่อเนื่องในตลาด” มนัทพงค์ กล่าว
พร้อมกันนี้ได้ปรับเพิ่มกลุ่มสินค้าใหม่ ให้มีกลุ่มเฟอร์นิเจอร์ โต๊ะอาหาร โต๊ะเก้าอี้ ถือว่า สินค้างานจักสานจากกระจูด สามารถเข้าไปใช้งานในบ้านได้ทุกมุม ทำให้งานดีไซน์ล่าสุดได้รับรางวัล Design Excellence Award (DEmark 2014) ในกลุ่มสินค้าเฟอร์นิเจอร์ (Furniture)
หลังจากเรียนจบปริญญาโท คณะมัณฑนศิลป์ สาขาประยุกต์ศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ก็เข้ามาช่วยสินค้าในกลุ่มที่บ้าน เพราะอยากช่วยเหลือชุมชน จ.พัทลุง เพราะงานจักสานไม่มีคนสนใจมากนัก และผมก็เป็นทายาทรุ่นที่ 5 ของกระจูด ที่สืบทอดมาจากคุณแม่รุ่นที่ 4 วรรณี เซ่งฮวด ประธานกลุ่มหัตถกรรมกระจูดวรรณี สืบทอดกันมานานถึง 100 ปีแล้ว
ในช่วงที่ผ่านมา สินค้ากระจูดจะเป็นกลุ่มที่ใส่ของและกระเป๋า เป็นหลัก เน้นขายในชุมชนและงานแสดงสินค้าต่างๆ โดยปัจจุบันสินค้ามีกว่า 100 รายการ อาทิ ตะกร้า กระเป๋า กล่อง เสื่อ กระจาด กระเช้าของขวัญ เฟอร์นิเจอร์ และโต๊ะ เป็นต้น มีกำลังการผลิตมากกว่า 1,000 ชิ้น/เดือน จากกลุ่มชุมชนในพื้นที่ ที่มีประมาณ 4-5 ครัวเรือน
สำหรับช่องทางการขายสินค้าของกระจูดวรรณี จะอยู่ในเว็บไซด์ เฟซบุ๊ก (facebook.com/varniwickery) ร้านของ ศ.ศ.ป.ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ช็อปของ ศ.ศ.ป. ที่อัมรินทร์พลาซ่า ในสนามบินสุวรรณภูมิ ร้านโฮมโปร สาขาบางนา และหาดใหญ่ รวมถึง ร้าน OTOP Heritage ที่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี เพลินจิต ชั้น 4
อีกทั้งยังมีการส่งออกไปในประเทศญี่ปุ่น ในกลุ่มสินค้า กล่องใส่ของและกระเป๋า โดยมีสัดส่วนการส่งออก 30% และในประเทศ 70% พร้อมกันนี้จะมุ่งรุกตลาดส่งออกตลาดต่างประเทศ และเพิ่มกลุ่มสินค้าให้หลากหลาย คาดว่าจะสามารถส่งออกสินค้าเฟอร์นิเจอร์ได้มากขึ้น รวมทั้งตลาดจีน ที่กำลังสนใจเข้าไปทำตลาดเช่นเดียวกัน
สำหรับแผนงานต่อไป จะขยายตลาดกลุ่มเฟอร์นิเจอร์ เข้าไปในกลุ่มลูกค้าโรงแรม สปา และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ จึงเป็นตลาดที่มีแนวโน้มสดใส ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เชื่อมั่นว่า จากจุดเด่นของสินค้าที่มีงานดีไซน์ และเอกลักษณ์ของกระจูดวรรณี ที่สืบทอดงานฝีมือจักสานกันมานาน จะได้รับความสนใจจากลูกค้าเป็นอย่างดี
ขณะที่การแข่งขันของสินค้าในปัจจุบันมีการผลิตสินค้ากระจูดของหลายกลุ่ม แต่พบว่ายังไม่มีการผลิตงานดีไซน์เหมือนกับกระจูดวรรณี ที่มีไอเดียสร้างสรรค์แตกต่างจากตลาดในประเทศไทย
“มนัทพงค์” กล่าวต่อว่า จะมุ่งสร้างสรรค์งานฝีมือที่มีเอกลักษณ์ ทำให้สินค้ากลายเป็นสินค้าระดับบน (พรีเมียม) ออกมาสู่ตลาดต่อเนื่อง เพื่อยกระดับเป็นสินค้าที่ลูกค้าในประเทศนิยมใช้เพิ่มขึ้น จนขึ้นเป็นสินค้าพรีเมียมยอดนิยมของคนไทย
“กระจูดวรรณี” แบรนด์น้องใหม่ในประเทศแต่ฝีมือการจักสานเอกลักษณ์การดีไซน์ไร้เทียมทาน จากการสืบทอดการจักสานมานานนับ 100 ปี ผสานด้วยไอเดียออกแบบของ “มนัทพงค์”จึงเป็นแบรนด์หัตถกรรมไทยที่น่าจับตามองและมาแรงสุดในประเทศไทยขณะนี้ กำลังสยายปีกในประเทศและต่างประเทศ เพื่อสร้างแบรนด์ไทย พร้อมกับมุ่งสืบทอดงานหัตถกรรมไทยที่ประเมินมูลค่าไม่ได้ให้คงอยู่ต่อไป







