
คืนความสุขโอนเงินคนจน รัฐพร้อมรีดภาษีมรดก
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า นโยบายจ่ายภาษีให้คนจน (NIT) จะเป็นอีกหนึ่งมาตรการคืนความสุขให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่ต้องทำให้สำเร็จ ในเบื้องต้นจะเก็บข้อมูลผู้มีเงินได้ตั้งแต่อายุ 1560 ปี มีเงินได้ตั้งแต่บาทแรกก็สามารถเข้าโครงการได้ มีเงินได้ 1 บาท3 หมื่นบาท/ปี จะได้เงินโอนภาษีจากรัฐ 20% ส่วนรายได้มากกว่า 3 หมื่นบาท/ปีขึ้นไป จะได้รับ 12% ของส่วนที่เกิน 3 หมื่นบาท ไปจนถึงรายได้ 8 หมื่นบาท ผู้ที่ได้คืนภาษีมากที่สุดคือผู้มีเงินได้ไม่เกินปีละ 3 หมื่นบาท จะได้คืนภาษีราวปีละ 6,000 บาท เงินคืนภาษีต่ำสุดที่จะได้รับคือปีละ 2,000 บาท
ทั้งนี้ คาดว่ามีผู้ที่ได้รับเงินโอนภาษีราว 18 ล้านคน หรือ 27.5% ของประชากรทั้งหมด จะสร้างภาระงบประมาณปีละ 5.56 หมื่นล้านบาท
โครงการนี้ยังช่วยขยายฐานผู้เสียภาษีเงินได้ ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญในการจัดเก็บภาษีให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น จากปัจจุบันที่มีผู้อยู่ในระบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 10 ล้านคน และแรงงานที่ไม่อยู่ในระบบภาษี 20 ล้านคน โดยผลสำรวจของกระทรวงการคลัง พบว่า ประชากรไทยที่เข้าสู่วัยทำงานและเป็นคนทำงานจริงๆ มีจำนวนทั้งสิ้น 39 ล้านคน แต่สำแดงภาษีในแต่ละปีแค่ 10 ล้านคน และเสียภาษีจริงแค่ 2 ล้านคนเท่านั้น
ภาษีมรดกอลหม่าน
รัฐยกเว้นให้หากคู่สมรสตาย
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ เปิดเผยว่า การออกกฎหมายเก็บภาษีมรดกในอัตรา 10% และภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง จะไม่ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่เดือดร้อน เพราะในร่างกฎหมายมีข้อยกเว้น เช่น 50 ล้านแรกจะไม่เก็บภาษี หรือยกเว้นกรณีที่คู่สมรสเสียชีวิต ทรัพย์สินตกเป็นของสามีหรือภรรยา หรือบิดามารดาที่เป็นเกษตรกรเสียชีวิต ที่ดินตกเป็นของบุตร
อย่างไรก็ตาม ในร่างกฎหมายได้กำหนดว่า การโอนทรัพย์สินมรดก ทั้งเงินฝาก หุ้น ตราสาร ที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ ก่อนเสียชีวิต 2 ปี จะต้องถูกนำมาคำนวณเป็นภาษีมรดกด้วย เพื่อป้องกันการโอนทรัพย์สินก่อนเสียชีวิต ผู้ที่หลีกเลี่ยงมีโทษจำคุก 6 เดือน สำหรับภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจะดำเนินการหลังจากกฎหมายภาษีมรดก โดยระหว่างนี้รัฐบาลต้องเร่งประเมินราคาที่ดินและทรัพย์สินทั่วประเทศ
เครดิตบูโรเตือนมิจฉาชีพตุ๋นเงิน
นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีการโฆษณาชวนเชื่อประกาศทางอินเทอร์เน็ตว่าสามารถรับทำบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด สินเชื่อส่วนบุคคล บ้าน รถยนต์ ให้กับผู้ที่ถูกขึ้นบัญชีดำหรือแบล็กลิสต์ในฐานข้อมูลของเครดิตบูโรได้ รวมทั้งอ้างว่าสามารถปลดล็อกหนี้ได้ จึงขอเตือนให้ประชาชนระมัดระวังอย่าได้หลงเชื่อ
ทั้งนี้ ฐานข้อมูลในเครดิตบูโรนั้นไม่ใช่ข้อมูลการติดแบล็กลิสต์ หรือแสดงความไม่น่าเชื่อถือของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เป็นการจัดเก็บตามที่กฎหมายกำหนด คือประวัติการก่อหนี้และการชำระหนี้ของบัญชีสินเชื่อที่บุคคลนั้นมีอยู่กับสมาชิกของเครดิตบูโร รวมทั้งยืนยันว่าเครดิตบูโรไม่มีการจัดเก็บข้อมูลการชำระ หรือค้างชำระค่าสาธารณูปโภค เพราะกฎหมายไม่อนุญาตให้จัดเก็บ
คลังจับมือ บสย.ค้ำประกันอุ้มเอสเอ็มอี
นายวิเชษฐ วรกุล รองผู้จัดการทั่วไปสายงานธุรกิจ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังและ บสย.อยู่ระหว่างหารือเพิ่มระดับการค้ำประกันจาก 18% ของวงเงินสินเชื่อเป็น 50% เพื่อช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โดยเชิญสถาบันการเงินมาให้ความเห็น เบื้องต้นเห็นว่าระดับการค้ำประกันอาจไม่ต้องสูงถึง 50% ขึ้นอยู่กับกลุ่มลูกค้าและเวลาที่ค้ำประกัน อย่างไรก็ตามคาดว่าจะเป็นการค้ำประกันเพิ่มสำหรับกลุ่มลูกค้าบางกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงมากๆ ซึ่งก็ต้องระมัดระวังด้วย เพราะหากมีความเสี่ยงมากก็จะกระทบต่อเงินภาษี และต้องคิดค่าธรรมเนียมในอัตราที่ลูกค้าอยู่ได้ด้วย โดยรัฐอาจช่วยเรื่องค่าธรรมเนียม เพื่อกระตุ้นให้ธนาคารพาณิชย์ยอมปล่อยกู้







