
เดินหน้าเศรษฐกิจดิจิทัล
สัปดาห์ที่ผ่านมา ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ประกาศแผนงานผลักดัน
สัปดาห์ที่ผ่านมา ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ประกาศแผนงานผลักดันนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) ให้เป็นรูปธรรมภายในระยะเวลา 1 ปี เพื่อเป็นรากฐานให้กับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม ทั้งภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรรม การบริการ การเงิน การธนาคารให้เติบโต ซึ่งหลายประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ เศรษฐกิจก็เติบโตบนฐานดิจิทัล
กระทรวงไอซีที หน่วยงานหลักที่จะสนับสนุนแนวทางเศรษฐกิจดิจิทัล ทั้งในด้านการขยายงานของกระทรวง รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น บริษัท ทีโอที ได้ลงทุนโครงข่ายระบบเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศเพื่อเสริมความมั่นคงออนไลน์ให้ประเทศ มูลค่า 5,900 ล้านบาท จำนวน 3 เส้นทาง บรอดแบนด์ความเร็วสูง 2 ล้านพอร์ต และปรับเปลี่ยน โครงข่ายเป็นโครงข่ายอัจฉริยะเพื่อรองรับอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง โดยแผนลงทุนระบบเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศของทีโอที ระยะเวลา 3 ปี มี 3 เส้นทาง คือ 1.เส้นทางเอเชียยุโรป (AAE1) วงเงิน 1,408 ล้านบาท 2.เส้นทางเซาท์อีสต์เอเชียมิดเดิลอีสต์ เวสเทิร์น ยุโรป 5 (SEAMEWE 5) วงเงิน 1,376 ล้านบาท จะเชื่อมสายเคเบิลผ่านจากฝรั่งเศส อิตาลี อียิปต์ ศรีลังกา อินเดีย และเชื่อมต่อกับเครือข่ายในประเทศที่ จ.สตูล และสงขลา และ 3.เส้นทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ญี่ปุ่น (SJC) วงเงิน 2,278 ล้านบาท
ดัชนีอุตฯ ส.ค.วูบ
ขณะที่ นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เผยผลสำรวจความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือน ส.ค. อยู่ที่ 88.7 ลดลงจากเดือน ก.ค. ที่ดัชนีอยู่ที่ 89.7 ถือเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 4 เดือนนับตั้งแต่เดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ที่ดัชนีความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นมาโดยตลอด โดยปัจจัยสำคัญจากยอดคำสั่งซื้อสินค้าลดลงทั้งในและต่างประเทศที่กังวลภาวะสงคราม ส่วนในประเทศกลุ่มสินค้าคงทน ทั้งรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องปรับอากาศ เครื่องรับโทรทัศน์ เครื่องจักรกลทางการเกษตรชะลอตัว ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ 102.4 ลดลงจาก 103.1 จากเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา เป็นการปรับลดลงในรอบ 3 เดือนเช่นเดียวกัน
ไอซีทีกสทช. แก้กฎหมายซ้ำซ้อน
นายพรชัย รุจิประภา รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวว่า ได้หารือกับ พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ถึงแนวทางการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมสำหรับดำเนินการแก้กฎหมายและลดความซ้ำซ้อนด้านการทำงานต่างๆ ลง และช่วยเคลียร์ปมปัญหาและอำนาจหน้าที่ของทั้งสองหน่วยงานให้ชัดเจนมากขึ้น โดยกฎหมายที่จะต้องแก้เร่งด่วน คือ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 (พ.ร.บ.กสทช.) พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 และ พ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 รวมไปถึงความชัดเจนเรื่องการจัดการกิจการดาวเทียม ที่ปัจจุบันไอซีทีดูแลเรื่องสัญญาสัมปทาน ขณะที่ กสทช. เป็นผู้ให้ใบอนุญาต ตั้งเป้าดำเนินการให้เสร็จภายใน 1 ปี
ช่อง 3 ส่อจอดำ 30 ก.ย.
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า หากการเจรจาเรื่องการออกอากาศคู่ขนานของช่อง 3 อะนาล็อก ไม่สามารถเสร็จทันวันที่ 30 ก.ย. ซึ่งเป็นวันครบกำหนด 15 วัน ที่โครงข่ายดาวเทียมและเคเบิลทีวีจะต้องปลดสัญญาณช่อง 3 ลง จะส่งผลให้ช่อง 3 อะนาล็อกจอดำบนดาวเทียมและเคเบิลทีวี โดยการเจรจาระหว่างช่อง 3 และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ยังไม่ประสบผลสำเร็จ จากการที่ช่อง 3 ได้ยื่นข้อเสนอว่ายินดีออกอากาศคู่ขนานในช่อง 33 เอชดี ภายใต้เงื่อนไขที่ กสท.ต้องเยียวยาค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมด ซึ่งเป็นการเรียกร้องที่มากเกินไป ส่งผลให้ยังไม่สามารถตกลงกันได้ โดยการประชุมบอร์ด กสท.วันที่ 22 ก.ย.จะพิจารณาแก้ไขปัญหากฎหมายเรื่องคนละนิติบุคคลระหว่างอะนาล็อกกับช่องดิจิทัล คือ บางกอกเอ็นเตอร์เทนเมนต์กับบีอีซี มัลติมีเดีย ที่ช่อง 3 กล่าวอ้างว่า เป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้ไม่สามารถออกอากาศคู่ขนานได้
ยางวาระแห่งชาติ
สำหรับปัญหาราคายางที่ตกต่ำในขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) เป็นครั้งแรก เตรียมผลักดันให้เรื่องยางพาราเป็นวาระแห่งชาติ เพราะไทยผลิตยางได้มากเป็นลำดับต้นของโลก และคาดว่าในอีก 23 ปี จะแก้ไขปัญหายางพาราให้เสร็จสิ้นอย่างเป็นระบบ โดยในระยะสั้นจะอัดเงินช่วยที่ได้อนุมัติไปแล้ว 3 หมื่นล้านบาทเน้นสนับสนุนสหกรณ์ สถาบันเกษตรกรใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการซื้อยางพาราจากเกษตรกรมาแปรรูป และจ่ายเงินช่วยเหลือปัจจัยการผลิตไร่ละ 2,520 บาท ให้กับผู้ที่มาลงทะเบียน สำหรับมาตรการระยะกลาง จะเน้นควบคุมพื้นที่ปลูกยาง







