
สศช.ห่วงเศรษฐกิจติดไข้ยาว
ดัชนีชี้วัดหลายตัวยังคงติดลบหนัก ยอดปิดกิจการเอสเอ็มอีเพิ่มพรวด5%
ดัชนีชี้วัดหลายตัวยังคงติดลบหนัก ยอดปิดกิจการเอสเอ็มอีเพิ่มพรวด5%
สศช.ชี้ยังต้องติดตามภาวะเศรษฐกิจไทยแบบเดือนต่อเดือน หลังตัวเลขยังติดลบ
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมช.คมนาคม และเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า ยังคงต้องติดตามภาวะเศรษฐกิจไทยแบบเดือนต่อเดือน เพราะการคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจไทยทำได้ค่อนข้างยาก และแม้ว่าดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจต่างๆ จะมีสัญญาณดีขึ้น โดยตัวเลขติดลบน้อยลง แต่ยังไม่ขยายตัวเป็นบวก เช่น ภาคอุตสาหกรรมที่ยังถูกกดดันจากยอดการผลิตรถยนต์ที่ติดลบสูง เพราะความต้องการซื้อในประเทศถูกดึงไปใช้ในโครงการรถคันแรกเมื่อปีที่แล้ว
“ถึงตอนนี้ยังต้องติดตามเป็นเดือนต่อเดือนว่า ปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้าเศรษฐกิจจะปรับตัวดีขึ้นหรือไม่” นายอาคม กล่าว
นายอาคม ระบุว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) น่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้จนถึงสิ้นปีนี้ หรือตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้จนกว่าจะมั่นใจว่าเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวเต็มที่ แต่ทั้งนี้ก็ต้องติดตามอัตราดอกเบี้ยของโลกด้วย โดยเฉพาะทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในปีหน้า ส่วนในปีนี้เชื่อว่าเฟดจะตรึงดอกเบี้ยเอาไว้ เพราะเศรษฐกิจสหรัฐไม่ได้ดีขึ้น 100% ขณะที่เศรษฐกิจขนาดใหญ่อย่างสหภาพยุโรปก็เพิ่งปรับลดดอกเบี้ยลงก่อนหน้านี้
“ขณะนี้ตลาดเงินวิเคราะห์ถึงความไปได้ที่เฟดจะยุติคิวอี แต่นั่นก็เป็นเพียงการคาดการณ์ ส่วนการปรับอัตราดอกเบี้ยของเฟดนั้นต้องขึ้นอยู่กับข้อมูลจริงทางเศรษฐกิจ ซึ่งตอนนี้เงินเหรียญสหรัฐยังคงแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินสกุลต่างๆ เฟดจึงไม่น่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ยเพราะอาจจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจได้ ในขณะที่การคาดการณ์ต่างๆ และการรับรู้ข่าวของตลาด ทำให้ตลาดเงินผันผวน” นายอาคม กล่าว
ด้านสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ระบุว่า ภาพรวมธุรกิจเอสเอ็มอีในเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา มีการส่งออกมูลค่ารวม 1.57 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.2% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน แต่หดตัวลง 8.58% จากเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยตลาดที่ส่งออกสินค้าสูงสุด ได้แก่ จีน รองลงมา ญี่ปุ่น และสหรัฐ สินค้าที่ส่งออกมากที่สุด ได้แก่ พลาสติกและของทำด้วยพลาสติก อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องจักร คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์
สำหรับการยกเลิกกิจการของเอสเอ็มอีในเดือน ก.ค. มีจำนวน 1,477 ราย เพิ่มขึ้น 14.85% จากเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา และเพิ่มขึ้น 5.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สำหรับกิจการยกเลิกมากที่สุด ได้แก่ ก่อสร้างอาคารที่ไม่ใช่ที่พักอาศัย การขายสลากกินแบ่ง อสังหาริมทรัพย์ไม่ใช้เพื่อพักอาศัย และการให้คำปรึกษาด้านการจัดการ ภัตตาคาร/ร้านอาหาร
“แม้ว่ายอดปิดกิจการเอสเอ็มอีจะเพิ่มขึ้น แต่ภาพสถานการณ์ในภาพรวมดีขึ้นต่อเนื่อง โดยได้รับผลดีจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลและคู่ค้าหลักของไทยฟื้นตัว” รายงานข่าวระบุ
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยอดยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุน 8 เดือนของปี 2557 มีทั้งสิ้น 886 โครงการ เงินลงทุน 4.16 แสนล้านบาท ซึ่งในจำนวนนี้เป็นโครงการใหม่ที่ยังไม่เคยลงทุน 52% สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนมีความมั่นใจต่อการลงทุนในไทย







