
เอสเอ็มอีไทยฟื้นส่งออกไปจีนมากสุด
เอสเอ็มอีเดือน ก.ค.เริ่มฟื้น ส่งออกพุ่ง 4.2% ไปตลาดจีนมากสุด
เอสเอ็มอีเดือน ก.ค.เริ่มฟื้น ส่งออกพุ่ง 4.2% ไปตลาดจีนมากสุด
รายงานข่าวจากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า ภาพรวมสถานการณ์เอสเอ็มอีในเดือน ก.ค.นี้มีแนวโน้มที่ดีขึ้นต่อเนื่อง เพราะได้รับผลดีจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ จึงสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้ประกอบการ และนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ เห็นได้จากสัญญาณการปรับตัวดีขึ้นของการบริโภคภายในประเทศ การลงทุนภาคเอกชน และการใช้จ่ายของภาครัฐ รวมถึงเศรษฐกิจโลกโดยเฉพาะกลุ่มประเทศคู่ค้าหลักของไทยมีการฟื้นตัว ส่งผลดีต่อการส่งออก
ขณะที่การส่งออกสินค้าของเอ็มอีในเดือนก.ค.ที่ผ่านมา มีการส่งออกมูลค่ารวม 1.57 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.2% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน แต่หดตัวลง 8.58% จากเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ตลาดที่ส่งออกสินค้าสูงสุด ได้แก่ จีน มูลค่า 1.85 หมื่นล้านบาท รองลงมาคือ ญี่ปุ่น มูลค่า 1.59 หมื่นล้านบาท สหรัฐอเมริกา มูลค่า 1.32 หมื่นล้านบาท มาเลเซีย มูลค่า 7.91 พันล้านบาท และ ฮ่องกง มูลค่า 6.88 พันล้านบาท
สินค้าที่มีการส่งออกสูงสุด ได้แก่ พลาสติกและของทำด้วยพลาสติก อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องจักร คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ ยานยนต์และส่วนประกอบ และอุปกรณ์ไฟฟ้าและส่วนประกอบ ตามลำดับ
ทางด้านการนำเข้ามีมูลค่า 1.85 แสนล้านบาท หดตัวลง 13.18% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 3.32% จากเดือนก่อน จีน มูลค่ารวม 5.02 หมื่นล้านบาท รองลงมา คือ ญี่ปุ่น มูลค่า 2.92 หมื่นล้านบาท สหรัฐอเมริกา มูลค่า 1.22 หมื่นล้านบาท มาเลเซีย มูลค่า 7.66 พันล้านบาท และ เยอรมนี มูลค่า 7.40 พันล้านบาท สินค้าที่นำเข้าสูงสุด ได้แก่ เครื่องจักร คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ อุปกรณ์ไฟฟ้าและส่วนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับ พลาสติกและของที่ทำด้วยพลาสติก เหล็กและเหล็กกล้า
ขณะที่การจัดตั้งและยกเลิกกิจการ พบว่า มีการจดทะเบียนจัดตั้งกิจการ 5,592 ราย เพิ่มขึ้น 7.55% จากเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา แต่หดตัวลง 12.66% จากปีก่อน โดยกิจการที่จดทะเบียนจัดตั้งใหม่สูงสุด ได้แก่ ก่อสร้างอาคารที่ไม่ใช่ที่พักอาศัย ภัตตาคาร/ร้านอาหาร ขายส่งเครื่องจักร อสังหาริมทรัพย์ไม่ใช่เพื่อพักอาศัย และธุรกิจจัดนำเที่ยว
ทางด้านการยกเลิกกิจการ มีจำนวน 1,477 ราย เพิ่มขึ้น 14.85% จากเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา และเพิ่มขึ้น 5.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สำหรับกิจการยกเลิกมากที่สุด ได้แก่ ก่อสร้างอาคารที่ไม่ใช่ที่พักอาศัย การขายสลากกินแบ่ง อสังหาริมทรัพย์ไม่ใช้เพื่อพักอาศัย การให้คำปรึกษาด้านการจัดการ ภัตตาคาร/ร้านอาหาร







