
เอสเอ็มอีแห่ลงทุนระบบไอที
ขานรับนโยบายเศรษฐกิจฐานดิจิทัลชี้แนวโน้มแอพพลิเคชั่นค้าปลีกเติบโต
ขานรับนโยบายเศรษฐกิจฐานดิจิทัลชี้แนวโน้มแอพพลิเคชั่นค้าปลีกเติบโต
เศรษฐกิจดิจิทัลดันรายย่อยลงทุนระบบไอทีรับธุรกิจโตในอนาคต หวัง 5 ปีเข้าถึงร้านค้า 1 แสนราย
นางเสาวนีย์ แย้มคง ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท เอด้าซอฟท์ ผู้ให้บริการเอด้าโพส มอร์ (AdaPos more+) แอพพลิเคชั่นระบบขายหน้าร้านบนคลาวด์ เปิดเผยว่า นโยบายรัฐบาลชุดปัจจุบันที่มุ่งไปยังเศรษฐกิจดิจิทัล คาดว่าจะผลักดันให้กลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจรายย่อย (เอสเอ็มอี) ร้านค้าบริการประเภทต่างๆ หันมาลงทุนระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) มากขึ้น เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ
ขณะที่ปัจจุบันมีเอสเอ็มอีธุรกิจประเภทบริการต่างๆ เกิดใหม่ต่อเนื่อง และเริ่มใช้ระบบไอทีมาช่วยเหลือกิจการ ขณะที่เจ้าของธุรกิจรายเดิมจะกังวลการลงทุนด้านเทคโนโลยี ทำให้ไม่สามารถพัฒนาธุรกิจระยะยาวได้ โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปลายปี 2558 หากไม่มีการปรับตัวในเรื่องนี้อาจทำให้แข่งขันยากในตลาดอาเซียน เพราะเอสเอ็มอีในประเทศคู่แข่งจะมีความพร้อมด้านไอทีมากกว่า
ทั้งนี้ จากแนวโน้มดังกล่าวเอสเอ็มอีควรปรับปรุงระบบการทำงานหลังบ้าน (แบ็กออฟฟิศ) จากการนำเทคโนโลยีมาช่วยการทำงาน ทั้งธุรกิจค้าปลีกบริการต่างๆ เพื่อรู้ข้อมูลทางธุรกิจที่เกิดขึ้นจริงแบบทันสถานการณ์ เช่น ระบบสินค้าคงคลัง (สต๊อก) ว่ามีสินค้าตัวใดขายดีหรือไม่ เพื่อป้องกันการสั่งซื้อที่ผิดพลาดและยังนำไปต่อรองได้กับผู้ผลิต (ซัพพลายเออร์) ได้
สำหรับบริษัทได้พัฒนาและทำตลาดแอพพลิเคชั่น มอร์พลัส โมบายล์ รีเทล โซลูชั่น บริการระบบขายหน้าร้านบนคลาวด์ที่ทำงานได้บนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตรองรับธุรกิจร้านค้าบริการต่างๆ อาทิ ร้านโชห่วย ร้านจิวเวลรี่ ร้านกาแฟ ร้านเครื่องสำอาง ร้านเสริมสวย เป็นต้น โดยร่วมกับพันธมิตรธุรกิจร้านค้าไอที ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ไอเอสพี) ทำตลาดบริการร่วมกันแบบครบวงจร โดยคิดอัตราค่าบริการตามแพ็กเกจรายเดือนที่ลูกค้าเลือกใช้บริการตั้งแต่ 900-1,900 บาท/เดือน
ทั้งนี้ บริษัทวางเป้าหมายคาดมีลูกค้าเอสเอ็มอีเข้ามาใช้บริการดังกล่าวภายใน 2 ปีแรกราว 3 หมื่นราย และภายใน 5 ปี คาดเพิ่มขึ้นเป็น 1 แสนรายทั่วประเทศ







